หลังโชว์หล่อเรียกน้ำย่อยมาตั้งแต่งาน Tokyo Auto Salon ล่าสุด Honda Prelude กลับมาโลดแล่นบนโลกยานยนต์อีกครั้งในร่างใหม่เจนที่ 6
Honda Prelude คูเป้ 3 ประตูท้ายลาดชื่อดังในยุค 70-90 กลับมาอีกครั้งในร่างเจเนอเรชันที่ 6 จากต้นแบบขัดเกลามาเป็นคันขายจริง
หน้าตาคล้ายต้นแบบตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าดีไซน์เล่นระดับยาวมาถึงกระจังหน้าดีไซน์ทรงทึบติดตราโลโก้บวกเส้นแนวนอนใต้กระจังประกบไฟ้หน้า LED แบบสปอร์ตลงตัวด้วยชุดกันชนหน้าพร้อมดิฟฟิวเซอร์ในตัวแบบสีดำพร้อมช่องระบายอากาศทรงตาข่ายคั่นกลางช่องด้วยเส้นแนวตั้งสีฟ้าเร้าใจทุกอณู
ด้านข้างหลังคาลาดลงพร้อมกระจกสีดำ กระจกมองข้างทรงสปูน ที่เปิดประตูเรียบเนียนกับตัวถัง ด้านท้ายพาดยาวด้วยไฟท้าย LED ติดตราตัวอักษร Honda เว้นช่อง มีตราโลโก้ Prelude สีดำ และล้ออัลลอยลายดำเข้มขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/40R19 จาก Continental’s “Premium Contact 6” พร้อมคาลิปเปอร์เบรกหน้าหลังสีฟ้า และกันชนหลังทรงเท่
ตัวรถคาดว่าจะมีความยาว 4,300 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,790 มิลลิเมตร ความสูง 1,300 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,575 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกันจะมีขนาดใหญ่กว่า Mazda MX-5 และเกือบเท่ากับ Toyota GR86 ที่มีฐานล้อที่เท่ากันคาดนำพื้นฐานมาจาก Honda Civic
ครั้งแรกกับเผยคอนโซลหน้าอย่างเป็นทางการดูๆไปมีคล้ายละม้ายกับ Honda Civic แต่ปรับรายละเอียดให้เข้ากับความเป็น Prelude ตั้งแต่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านทรงสหกรณ์ใช้กันทุกรุ่น มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ครั้งแรกกับมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ เบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และ Auto Brake Hold เกียร์อัตโนมัติไฟฟ้าแบบสวิตช์ Shift by Wire
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto เชื่อมต่อชีวิตเหนือระดับ ด้วยหลากหลายฟังก์ชันและเทคโนโลยีล้ำสมัยครบครันด้วยใหม่! Google built-in แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว โดยติดตั้งครั้งแรกอย่าง Google Assistant, Google Maps และแอปอื่น ๆ อีกมากมายเช่น YouTube Music, Spotify
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) ควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) ช่องเชื่อมต่อ USB Type C
ไฟส่องสว่างตกแต่งแผงประตูคู่หน้าและห้องสัมภาระท้าย มีเท้าแป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) กระจกมองหลังแบบปรับแสงอัตโนมัติ ซันรูฟแบบพาโนรามา เบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มเบาะหนังแท้กับหนังสังเคราะห์สีดำ เบาะนั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมภาระ
ครั้งแรกกับเทคโนโลยีฟูลไฮบริด e:HEV เจเนอรเชันใหม่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson cycle คู่กับขับเคลื่อนล้อหน้า
แน่นอนว่ามาพร้อมขุมพลังฟูลไฮบริดหรือ e:HEV และเป็นรถใหม่ลำดับที่ 14 ที่ใช้ขุมพลังรักษ์โลกยกพื้นฐานของเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC รหัส LFB1 ที่มาพร้อมระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD)
ให้กำลังสูงสุด 147 แรงม้าที่ 6,100 รอบต่อนาที แรงบิด 182 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์ ให้กำลัง 184 แรงม้าที่ 5,000-8,000 รอบต่อนาที แรงบิด 335 นิวตันเมตรที่ 0-2,000 รอบต่อนาทีในภาคมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว และแบตเตอรี่ Lithium-Ion ให้กำลังรวมเมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกัน 207 แรงม้า จาก Honda Accord e:HEV มาประจำการและอาจพัฒนาแรงม้ารวมมากกว่าถึง 232 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแป้นเหนี่ยวหลังพวงมาลัย Paddle Shift
พร้อมโหมดการขับขี่ Honda S+ Shift เป็นระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์เพื่อความสนุกสนานในการขับขี่ พร้อมระบบ Linear Shift Control ให้ความรู้สึกการเปลี่ยนเกียร์รวดเร็วเมื่อกดคันเร่งเต็มที่ พร้อมนำเสนอระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ใช้ร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมแพลตฟอร์มขนาดดลางใหม่มีความแข็งแกร่งของแพลต์ฟรอ์มใหม่เพื่อลดน้ำหนักมากถึง 10% ด้วยโครงสร้างตัวถังที่ออกแบบง่ายไม่ซับซ้อนและน้ำหนักลดลง 90 กิโลกรัมเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมดนี้ Honda หวังลดต้นทุนรถยนต์ฟูลไฮบริดและไฟฟ้าได้มากถึง 50%
Honda Prelude เจนใหม่เตรียมขายช่วงปลายปีนี้ที่ญี่ปุ่นคาดเป็นช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นไป (ฤดูใบไม้ร่วง) ส่วนยุโรปพบกันต้นปี 2026 ทั้งในรูปแบบพวงมาลัยซ้ายและขวา
ที่มา Carwatch