More

    NIO ET9 1st edition ขายหมดเกลี้ยง 999 คันหลังเปิดตัวที่จีน

    หลังจากเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 21 ธันวาคมสำหรับ NIO ET9 เก๋งใหญ่เรือธงพร้อมรุ่นพิเศษ NIO ET9 1st edition พิชิตใจชาวจีน

    NIO ET9

    ล่าสุด NIO แจ้งมาว่าได้รับความสนใจจากชาวจีนจนขายหมดเกลี้ยง 999 คัน แล้วสำหรับ NIO ET9 1st edition

    เก๋งใหญ่ทรง Liftback แต่ความจริงฝาท้ายเปิดได้เหมือนรถซีดานเป็นการผสมผสมานในงานดีไซน์สวยงามลงตัวด้วยความพิเศษของล้ออัลลอยลายพิเศษสีดำเงาขนาด 23 นิ้ว เด่นที่โลโก้ตรงดุมล้อล็อกตำแหน่งไว้จึงไม่วิ่งตามล้อสร้างความเด่นชัดในการมองเห็นพร้อมยาง Pirelli PZERO ขนาด 265/40R23 และสัญลักษณ์พิเศษท้ายรถรุ่น นอกนั้นเหมือนกับรุ่นปกติเริ่มจากชุดกันชนหน้าทรงทึบไร้กระจังหน้าพร้อมชุดไฟหน้า LED ทรงตั้ง โดยส่วนล่างเป็นช่องระบายอากาศสีดำติดคิ้วเสริมกันชนหน้าสีเงิน โดยส่วนบนนั้นดีไซน์ฝากระโปรงลงตัวพร้อมโลโก้ NIO ประกบด้วยไฟส่องสว่าง Daytime LED แบบคู่ double-dash กระจกหน้ารถลามิเนตกันเสียงรบกวน

    ด้านข้างโดดเด่นด้วยที่เปิดประตูดีไซน์ฝังเรียบพร้อมดีไซน์กระจกรถแบบ Frameless ไร้กรอบ ด้านท้ายเท่เด่นด้วยดีไซน์เก๋พร้อมไฟท้าย LED แนวยาวพาดขวางทับทั้งฝาประกอบด้วยโมดูล LED ตัดด้วยคริสตัลติดตั้งสปอยเลอร์แบบแอคทีฟ ตัวฝาท้ายเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบไร้สัมผัสหนึ่งเดียวในเซกเมนต์นี้ที่ติดตั้งให้

    รถอีวีคันนี้ตั้งใจท้าชนกับเหล่าตัวเอ้ทั้ง Tesla Model S, Mercedes-Benz EQS, BMW i7 รวมถึงคู่แข่งเครื่องสันดาปทั้ง Mercedes-Benz S-Class และ BMW 7-Series และเป็นรุ่นแรกของค่ายที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่ NT 3.0 มีสถาปัตยกรรม 900V Architecture และเป็นรุ่นที่ 2 ต่อจาก ONVO L60 ที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ด้วย

    NIO ET9

    ภายในหรูหราลักชัวรีเทียบเท่าคู่แข่งพิเศษด้วยด้านหลังมี 2 จอ 3K NIO Link ติดหลังเบาะคู่หน้าขนาด 14.5 นิ้วพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง NOMI Mate 3.0

    นั่งสบายแบบ 4 ที่นั่งพร้อมชุดเบาะนั่งด้านหน้าและด้านหลังปรับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบความจำ อุ่นเบาะ 16 จุด หุ้มหนัง NAPPA ขนาด 18 ตารางเมตร พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านทรงหัวตัดท้ายตัด ในชุดแผงคอนโซลหน้าดีไซน์เรียบง่ายติดตั้งจอมาตรวัดความเร็ว 5K แบบแถบยาวบางขนาด 48 นิ้วที่พาดขวาง จอสัมผัสกลางขนาดใหญ่ AMOLED 15.6 นิ้ว มีหน้าจอสำหรับผู้โดยสาร AMOLED และจอแสดงผลกการขับขี่บนแผงคอนโซลหน้า AR HUD

    มีหน้าจอขนาด 8 นิ้วในชุดแผงคอนโซลคั่นกลางระหว่างผู้โดยสารด้านหลังพิเศษตรงที่เบาะหลังสองที่นั่งสไตล์ VIP ปรับเอนได้ถึง 45 องศา ด้วยตัวเบาะมีความกว้าง 582 มิลลิเมตรเอนตัวได้ 135 องศาแบบสบายๆ มีโต๊ะพับปรับย้ายตำแหน่งไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งได้และมีตู้เย็นขนาดเล็ก 10 ลิตร รองรับอุณหภูมิตั้งแต่ -2 ถึง 55 องศาเซลเซียส พร้อมม่านบังแดด 7 จุดด้านหลังปรับด้วยระบบไฟฟ้า ติดตั้ง SKY ISLAND หลังคาพาโนรามิกซันรูฟแนวตั้ง 2 ฝั่ง

    โดดเด่นด้วยระบบเสียง Dolby Atmos จากลำโพงของ NIO เองกับ LYRA 8.2.4.8 ทั้งหมด 35 จุด กำลังขับ 2,800 วัตต์ ประกอบด้วยลำโพงเสียงรอบทิศทาง 8 จุด ซับวูฟเฟอร์ 2 จุด ลำโพงบนหลังคา 4 จุด ลำโพงฝังในพนักพิงศีรษะ 8 จุด มอบประสบการณ์การชมภาพยนตร์พาโนรามา 5 มิติ สามารถชมหนังที่ฉายได้ต่อเนื่องแม้รถจะเคลื่อนที่

    NIO

    แรงด้วยขุมพลังไฟฟ้าล้วนแบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่สองตัวด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าแบบ Asynchronous 245 แรงม้า และคู่หลังแบบ Permanent Magnet Synchronous 462 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุด 707 แรงม้า (PS) วิ่งไกลสุด 650 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (CLTC) หรือ 627 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC)

    จากความจุแบตเตอรี่ NMC 120 kWh ด้วยเซลล์ 46105 เซลล์ ทำให้การชาร์จเร็วสั้นสุด 5 นาที เพิ่มระยะทางได้อีก 255 กิโลเมตรและในกรณีแบตเตอรี่สามารถสลับเปลี่ยนได้สามารถชาร์จเต็มเร็วสุด 3 นาที และให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพียง 4.3 วินาที

    ขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วยชิปประมวลผลจาก Shenji NX9031 พัฒนาโดย NIO ด้วยเทคโนโลยีชิปเซ็ต 5 Nm จำนวน 2 ตัว ด้วยพลังการประมวลผลจากชิป 1 ตัวนั้นเกินกว่ากว่า 1016 TOPS ของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Adam ด้วยอัลกอริธึมการลดสัญญาณรบกวน AI ช่วยให้ระบุวัตถุในสภาพที่แสงน้อยได้ จากการสาธิตของ CEO ค่าย NIO ด้วยการแสดงภาพทะเลสาบช่วงกลางคืนที่ไม่สามารถมองเห็นได้แต่หลังจากที่ใช้อัลกอริธึมแล้วจะมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

    NIO

    พร้อมความปลอดภัยติดตั้งเซนเซอร์ LIDAR 3 ตัว มีเรดาห์ถ่ายภาพด้วยความยาวคลื่นมิลลิเมตร 4 มิติ มีเซนเซอร์รอบคันถึง 31 จุด ทำหน้าที่ตรวจจับวัดระยะทางของวัตถุและคนเดิน โดยการใช้แสงเลเซอร์ไปกระทบกับวัตถุแล้วคำนวณระยะทางด้วยระยะเวลาทำงานได้เร็วและทำงานร่วมกับระบบปฎิบัติการ SkyOS

    นอกจากนี้ยังมีกระจกมองหลังแบบดิจิตอล มีแชสซีอัจฉริยะ Skyride ด้วยช่วงล่างแบบแอคทีฟสามรถปรับแรงบิกได้ถึง 1,000 ครั้งต่อวินาที พร้อมระบบลไฮดรอลิกแบบ fully active โดยโช้คอัพแต่ละตัวจะถูกควบคุมล้อทั้ง 4 ได้อย่างอิสระ พร้อมระบบบังคับเลี้ยวที่ล้อหลังด้วยระบบไฟฟ้ามุมสูงสุด 8.3 องศาและวงเลี้ยวแคบสุด 10.9 เมตร และถุงลมนิรภัยรอบคัน 9 จุด รุ่น 1st edition ในราคาเริ่มต้น 818,000 YUAN หรือราว 3,869,000 บาท

    NIO

     

    ที่มา AUTOHOME

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts