หนึ่งในมาตรการที่คนใช้รถ และอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยกำลังรอคอย คือโครงการ รถเก่าแลกรถใหม่ ที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยส่งสัญญาณว่าจะผลักดัน เพื่อกระตุ้นตลาดรถยนต์ เร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า EV แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าโปรเจกต์นี้อาจไม่สามารถเดินหน้าได้ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากหลังเริ่มศึกษารายละเอียด ทำให้พบอุปสรรคหลายด้าน ทั้งเรื่องการตีราคารถเก่า ระบบกำจัดซากรถยนต์ รวมถึงความเสี่ยงเรื่องความโปร่งใสในการประเมินราคา ปลัดกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า อาจต้องออกแบบมาตรการใหม่ที่เหมาะสมกว่าเดิม
ปัญหาใหญ่คือ การตีราคารถเก่า
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอาจต้องพิจารณาออกแบบโครงการใหม่ มาแทน มาตรการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดทำรายละเอียด เนื่องจากการศึกษาพบว่ามีอุปสรรคซับซ้อนกว่าที่ประเมินไว้
หนึ่งในปัญหาหลัก คือ การประเมินราคารถยนต์เก่า ที่ยังไม่มีมาตรฐานกลางรองรับอย่างชัดเจน เพราะรถแต่ละคันมีสภาพแตกต่างกัน ทั้งอายุการใช้งาน การดูแลรักษา ไปจนถึงมูลค่าตลาด ทำให้การกำหนดราคากลางเป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อน หากตีราคารถสภาพดีต่ำเกินไป หรือรถสภาพแย่สูงเกินจริง ก็อาจนำไปสู่ปัญหาตามมาในภายหลังได้
กระทรวงการคลังจึงไม่ต้องการให้โครงการนี้ ต้องพึ่งพาการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่มากเกินไป เพราะอาจเปิดช่องให้เกิดประเด็นเรื่องความไม่โปร่งใสได้
ระบบกำจัดซากรถ ยังไม่พร้อม
อีกประเด็นสำคัญคือ เรื่องระบบกำจัดและแยกชิ้นส่วนซากรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันไทยยังไม่มีระบบรีไซเคิลและแยกชิ้นส่วนรถยนต์แบบครบวงจรที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
โดยเฉพาะการคัดแยกชิ้นส่วน หรือวัสดุ ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น แบตเตอรี่ หรือชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ ทำให้ภาครัฐยังต้องพิจารณาความพร้อมของระบบนี้ควบคู่ไปด้วย
ความชัดเจนยังไม่มี เร่งศึกษาเพื่อเลี่ยงผลกระทบ
ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยเพิ่มเติมว่า รายละเอียดสำคัญของโครงการ ขณะนี้ยังต้องรอข้อสรุปจากกรมสรรพสามิต ไม่ว่าจะเป็นเกณฑ์อายุรถเก่า ว่าจะกำหนดไว้ที่ 5 ปี 10 ปี หรือ 15 ปี
โดยกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตกลับไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมเปิดทางให้สามารถปรับรูปแบบมาตรการได้ หากมีแนวทางอื่นที่เหมาะสมกว่า และสามารถส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้จริงมากกว่าเดิม
ขณะเดียวกัน ความไม่ชัดเจนของมาตรการในช่วงที่ผ่านมา ก็เริ่มส่งผลต่อบรรยากาศตลาดรถยนต์ หลังประชาชนบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อรถใหม่ เพื่อรอดูนโยบายจากภาครัฐ ทำให้มีความจำเป็นต้องเร่งสร้างความชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อบรรยากาศตลาดรถยนต์ และการใช้จ่ายของประชาชนมากไปกว่านี้
อย่างไรก็ตาม นายลวรณยอมรับว่า โครงการนี้อาจยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และมีความเป็นไปได้ว่าจะยังไม่เห็นความชัดเจนภายในช่วงกลางปี 2569 เนื่องจากทุกมาตรการที่จะเสนอเข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรอง จะต้องมีรายละเอียดชัดเจนก่อน โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับงบจากพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท
เกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังต้องให้กรมสรรพสามิตศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม โดยเฉพาะแนวทางและรูปแบบของมาตรการ ซึ่งยังมีเวลาในการพิจารณาและทบทวนความเหมาะสมของโครงการต่อไป
สำหรับก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท เพื่อรับมือผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
โดยในแผนงานที่ 2 วงเงิน 200,000 ล้านบาท มีการระบุถึงการสนับสนุนยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึง EV และการติดตั้งสถานีชาร์จเพิ่มเติมทั่วประเทศ
ข้อมูลจาก : thestandard.co, ejan.co, dailynews.co.th
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com













