ในที่สุด HONDA เลือกวันที่ 26 มิถุนายนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ กับ HONDA CITY 2026 ไมเนอร์เชนจ์ครั้งที่ 2 ในร่างเจเนอเรชันที่ 5 รหัส GN1

HONDA CITY 2026 หน้าตาหล่อมาครบทั้ง 2 รูปแบบตัวถังทั้งซีดาน และแฮทช์แบ็ก เน้นทำตลาดด้วยพลังฟูลไฮบริด e:HEV และมีเบนซิน VTEC Turbo
หน้าใหม่ทรงสปอร์ต

ตั้งแต่กระจังหน้าตะแกรงลายรังผึ้งดีไซน์ใหม่พร้อมไฟหน้าแบบ LED ในทุกรุ่นย่อย อีกทั้งไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ดีไซน์เต็มความกว้างตัวรถ สะท้อนความล้ำสมัย รับกับกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ สะดุดตา รวมทั้งไฟท้าย LED แบบ Clear lens สีรมดำ รับกับกันชนท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมช่องระบายอากาศรูปตัว วี ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง 185/55R16 สีดำด้านในรุ่น V และทูโทนปัดเงาในรุ่น SV
และขนาด 15 นิ้ว พร้อมยางขนาด 185/60R15 ในรุ่น S เสาอากาศแบบครีบฉลาม กระจกมองพร้อมไฟเลี้ยว ที่เปิดประตู ตกแต่งสีเดียวกับตัวรถ
ในรุ่น RS ปรับใหม่เช่นกันเสริมความสปอร์ตรอบคันยิ่งขึ้นและโฉบเฉี่ยวทั้งกระจังหน้าดีไซน์ใหม่เน้นช่องระบายอากาศรังผึ้งใหญ่รับกับกันชนหน้าใหม่ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำเงา กระจกมองพร้อมไฟเลี้ยวสีดำเงา ที่เปิดประตูสีดำ ติดตั้งสเกิร์ตข้างเสริมความสปอร์ต กันชนหลังออกแบบใหม่มีลิ้นสปอยเลอร์ทรงสี่เหลี่ยมสีดำลายรังผึ้ง และล้ออัลลอยลายใหม่สีดำปัดเงาขนาด 16 นิ้ว มีมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,577-4,594 มิลลิเมตร ในรุ่นซีดาน และ 4,362-4,372 มิลลิเมตร ในรุ่นแฮทช์แบ็ก
- ความกว้าง 1,748 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,467-1,480 มิลลิเมตร ในรุ่นซีดาน และ 1,488-1,501 มิลลิเมตร ในรุ่นแฮทช์แบ็ก
- ระยะฐานล้อ 2,589 มิลลิเมตร
- ระยะต่าสุดจากพื้น 135-149 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถในรุ่นซีดาน 1,144-1,232 กิโลกรัม ในรุ่นซีดาน และ 1,149-1,237 กิโลกรัม ในรุ่นแฮทช์แบ็ก
- ความจุถ้งน้ำมัน 40 ลิตร
ภายในปรับใหม่

ด้วย เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายดีไซน์ใหม่ที่อัปเกรดเป็นหน้าจอขนาด 8 นิ้วในรุ่น S Turbo กับ e:HEV V และขนาด 10 นิ้วตั้งแต่รุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันปรับระดับ 4 ทิศทาง ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านหลังแบบ Type-C 2 ตำแหน่ง
ลำโพงมีตั้งแต่ 2 จุดในรุ่น S Turbo, 4 จุดในรุ่น e:HEV V กับ e:HEV SV และ 8 ตำแหน่ง ในรุ่น e:HEV RS สตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) และควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง ในรุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS

การตกแต่งภายในแตกต่างตามบุคลิกเริ่มที่รุ่น e:HEV SV ด้วยวัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าสีดำ Piano Black มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม วัสดุหุ้มเบาะหนังแท้และหนังสังเคราะห์สีดำและสีเทาแพลทินัม ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารสีน้ำเงิน

ส่วนรุ่น e:HEV RS เข้มสปอร์ตด้วย วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าสีแดงเมทัลลิกและเบาะนั่งหุ้มเบาะหนังแท้และหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร สีแดง กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ ที่ชาร์จมือถือไร้สาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มหนังพร้อม ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) และระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT

กับ 2 ทางเลือกทั้ง เบนซินไฮบริด e:HEV Atkinson Cycle DOHC i-VTEC รหัส LEB-H5 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบพลัง 98 แรงม้าที่ 5,600-6,400รอบต่อนาที แรงบิด 127 นิวตันเมตรที่ 4,500-5,000 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า และ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ)
ให้กำลังได้สูงสุด 109 แรงม้าที่ 3,500-8,000 รอบต่อนาที แรงบิด 253 นิวตันเมตรที่ 0-3,000 รอบต่อนาที พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อมพาคุณเดินทางสู่ทุกจุดหมายและไปได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง
และเบนซิน VTEC Turbo 1.0 ลิตร 3 สูบ รหัส P10A6 ให้กำลังมากถึง 122 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 173 นิวตันเมตรที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อม Paddle Shift โหมดการขับขี่ ECO
ความปลอดภัยใหม่

ด้วย ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) ในรุ่น e:HEV SV กับรุ่น e:HEV RS และความปลอดภัย Honda Sensing
- เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
- ปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Low-Speed Follow: LSF) ในระบบ ACC ในรุ่น e:HEV RS
- เตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- เตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียม ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง Rear Seat Reminder เบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) พร้อม Auto Brake Hold ในรุ่น e:HEV ทุกรุ่น ล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ในรุ่น S Turbo และ e:HEV V ถุงลมนิรภัยรอบคัน 4 จุด ทุกรุ่น ในรุ่น e:HEV RS เพิ่มม่านถุงลมนิรภัย รวมกัน 6 จุด ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda Lane Watch) ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติพร้อมระบบหน่วงเวลา และดิสก์เบรก 4 ล้อ ในรุ่น e:HEV ทุกรุ่น

HONDA CITY 2026 มี 8 รุ่นย่อย 2 รูปแบบตัวถังทั้งรุ่น e:HEV RS รุ่น e:HEV SV รุ่นย่อยใหม่ e:HEV V และเบนซินเทอร์โบ รุ่น S มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี แตกต่างกันไปได้แก่
- ใหม่! สีแดงเบลซิง (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
- ใหม่! สีเทาเออร์เบิน (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
- ใหม่! สีเทาเออร์เบิน (มุก) มาพร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน) (เฉพาะรุ่น Hatchback e:HEV RS)
- สีขาวแพลทินัม (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS และ e:HEV SV)
- สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) (เฉพาะรุ่น e:HEV SV และ e:HEV V)
- สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)
- สีดำคริสตัล (มุก)
- สีขาวทาฟเฟต้า (เฉพาะรุ่น e:HEV V และ S)
ทางเลือกสีภายในห้องโดยสารสีเทาแพลทินัม เฉพาะ HONDA CITY ซีดาน รุ่น e:HEV SV ที่สามารถเลือกจับคู่ได้กับสีภายนอกสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) หรือสีดำคริสตัล (มุก)

มาในราคาพิเศษจากราคาเดิม 20,000-30,000 บาท เมื่อจองระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 (ปรับเป็นราคาปกติ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป) ถึง 8 รุ่นย่อย
รุ่น Sedan
- รุ่น e:HEV RS ราคา 739,000 บาท (ราคาปกติ 769,000 บาท)
- รุ่น e:HEV SV ราคา 689,000 บาท (ราคาปกติ 719,000 บาท)
- รุ่นย่อยใหม่ e:HEV V ราคา 619,000 บาท (ราคาปกติ 649,000 บาท)
- รุ่น S VTEC Turbo ราคา 569,000 บาท (ราคาปกติ 599,000 บาท)
รุ่น Hatchback
- รุ่น e:HEV RS ราคา 749,000 บาท (ราคาปกติ 779,000 บาท)
- รุ่น e:HEV SV ราคา 699,000 บาท (ราคาปกติ 729,000 บาท)
- รุ่นย่อยใหม่ e:HEV V ราคา 629,000 บาท (ราคาปกติ 659,000 บาท)
- รุ่น S VTEC Turbo ราคา 579,000 บาท (ราคาปกติ 599,000 บาท)

ข้อเสนอพิเศษ!! สำหรับ HONDA CITY เมื่อจองตั้งแต่ 26 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569
- ดอกเบี้ย เริ่มต้น 1.69%
- ฟรีประกันภัย ชั้น 1 (1 ปี)
- สำหรับรุ่นระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV มาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
พิเศษ! โค้งสุดท้ายถึง 30 มิถุนายนนี้ รับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เมื่อจองระหว่างวันที่ 26–30 มิถุนายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคท 2569
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










