More

    เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าต้องอ่าน! ขับรถช่วงสงกรานต์อย่างไรไม่ให้ทริปสะดุด

    ใกล้จะถึงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวเข้ามาทุกที แต่ละครอบครัวก็คงจะมีการวางแผนท่องเที่ยวกันในช่วงเทศกาลนี้ แน่นอนว่าบนถนนและจุดพักรถก็จะอัดแน่นเต็มไปด้วยรถและผู้คน ซึ่งนั่นน่าจะสร้างความกังวลให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าไม่น้อย

    ดังนั้น ถ้าถามว่าสามารถใช้รถยนต์ไฟฟ้าเดินทางไกลในช่วงสงกรานต์ได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ แต่… คุณจำเป็นต้องเตรียมตัวและวางแผนการเดินทางเสียหน่อย

    1. รู้จักรถของคุณเอง

    ระยะทางที่วิ่งได้ไกลที่สุดต่อการชาร์จของรถของคุณ คือสิ่งที่คุณต้องรู้ ยกตัวอย่างเช่น หากรถของคุณมีผลการทดสอบวิ่งได้ 500 km ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง คุณก็ควรจะวางแผนหาจุดชาร์จทุก ๆ 300 km เนื่องจากค่าที่ทดสอบได้มักจะดูดีกว่าค่าที่ได้จากการใช้งานในชีวิตจริง อีกทั้งรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นพลังงานจะลดหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อระดับไฟต่ำกว่า 20%

    รถยนต์ไฟฟ้า สงกรานต์
    ที่มาภาพ : greennetworkthailand.com
    1. ติดตั้งแอปผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า

    ทุกวันนี้มีผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้ามากมายหลายค่าย ซึ่งแต่ละค่ายก็จะมีแอปพลิเคชันเพื่อช่วยให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ตัวแอปนั้นจะบอกทั้งที่ตั้งของสถานี ชนิดของหัวชาร์จ รวมทั้งยังสามารถบอกได้ว่า ณ จุดชาร์จเวลาไหนมีการจองเอาไว้บ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าช่วงสงกรานต์นั้นจะมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ดังนั้น คุณควรจะวางแผนเผื่อสำรองสถานีชาร์จไว้เสียหน่อย

    แต่ถ้าหากคุณสามารถเดินทางไปจนถึงที่พักซึ่งมีจุดบริการชาร์จไฟค้างคืนได้ นั่นก็น่าจะเป็นอะไรที่เซฟต่อการเดินทางที่ช่วยให้คุณลดความกังวลไปได้มากทีเดียว

    รถยนต์ไฟฟ้า สงกรานต์
    ที่มาภาพ : mg.co.uk
    1. ใช้โหมดจ่ายพลังงานให้เหมาะสม

    โดยปกติแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าจะมีโหมดการใช้พลังงานต่าง ๆ มาให้ ซึ่งเพียงแค่โหมดประหยัดพลังงานนั้นก็เพียงพอสำหรับการเดินทางแล้ว และถ้าหากคุณขับรถอยู่ภายในเมืองที่คุณกำลังท่องเที่ยว คุณก็สามารถที่จะใช้โหมดที่มีการกู้คืนพลังงานได้ด้วย ซึ่งมันจะช่วยยืดระยะทางวิ่งต่อการชาร์จได้ในอีกทางหนึ่ง

    1. ขับรถด้วยความนุ่มนวล

    พฤติกรรมการขับรถก็เป็นอีกส่วนที่มีผลต่ออัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า ถ้าหากคุณมีนิสัยเท้าหนัก กดคันเร่งออกตัวหลังติดเบาะทุกครั้ง นั่นจะทำให้ตัวรถใช้พลังงานไฟฟ้าไปเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าหากคุณใช้คันเร่งอย่างแผ่วเบา ใช้ความเร็วนิ่ง ๆ ในระหว่างการเดินทาง นั่นก็จะช่วยเพิ่มระยะทางออกไปได้อีกเล็กน้อย

    1. พกอุปกรณ์ชาร์จไฟติดรถ

    หากคุณมีอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบพกพา นั่นจะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ในยามจำเป็น โดยเฉพาะรถยนต์บางรุ่นนั้นสามารถที่จะชาร์จไฟระหว่างรถด้วยกันเองได้ ซึ่งทำให้การขอรับความช่วยเหลือเป็นไปได้ง่ายขึ้น

     

    สรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ หากคุณจะใช้รถยนต์ไฟฟ้าของคุณเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คุณจำเป็นต้องพิจารณาถึง 3 ข้อนี้

    1. รู้ตำแหน่งสถานีชาร์จ (รวมทั้งชนิดของหัวชาร์จ) ระหว่างทางไปจนถึงจุดหมายปลายทาง
    2. วางแผนเดินทางในเส้นทางที่มีสถานีชาร์จ และคำนวณระยะทางระหว่างแต่ละสถานีกับจุดหมายปลายทางให้เพียงพอสำหรับการเดินทาง
    3. วางแผนสำรองสถานีชาร์จ เผื่อกรณีที่สถานีชาร์จที่คุณกำหนดไว้ในตอนแรกไม่ว่างให้บริการ

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts