กระทรวงคมนาคมเดินหน้าโครงการ อุโมงค์กะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ยืนยันปรับแบบอุโมงค์ใหม่จากเดิมเส้นผ่านศูนย์กลาง 17 เมตร เหลือ 14 เมตร เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความปลอดภัยของโครงสร้าง พร้อมช่วยควบคุมต้นทุนก่อสร้างให้อยู่ในกรอบงบประมาณเดิมราว 11,000 ล้านบาท ควบคู่กับแผนลดค่าผ่านทางเหลือประมาณ 20 บาท เตรียมเสนอ ครม. ภายในปีนี้ หากได้รับความเห็นชอบจะเริ่มก่อสร้างปีหน้า และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2574
ปรับแบบลดขนาดเน้นความปลอดภัยมากขึ้น
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในฐานะประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการ ครั้งที่ 15 เรื่อง “Tunnel Construction and Maintenance Technology” ถึงความคืบหน้าของโปรเจกต์ใหญ่ โครงการอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ที่กำลังจะเป็นอุโมงค์ทางด่วนขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้โครงการได้ถูกออกแบบอุโมงค์ให้มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 17 เมตร แต่หลังจากมีการศึกษาและประเมินความเสี่ยงด้านวิศวกรรม คมนาคมได้ตัดสินใจปรับลดขนาดลง เหลือ 14 เมตร เพื่อเพิ่มความมั่นคงของโครงสร้าง และลดความซับซ้อนของงานก่อสร้าง
นอกจากนี้อุโมงค์ยังถูกออกแบบให้มีความกว้างเป็นพิเศษ เพื่อรองรับทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นพาหนะหลักของชาวภูเก็ตมากกว่า 65% ให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย
ลดต้นทุนก่อสร้างเพื่อชดเชยราคาวัสดุที่แพงขึ้น
ปัจจุบันต้นทุนการก่อสร้างมีการปรับตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างในตลาดโลก ทำผลให้หลายโครงการมีต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 8% แต่สำหรับการปรับลดขนาดอุโมงค์จาก 17 เมตร เหลือ 14 เมตร จะช่วยลดต้นทุนก่อสร้างได้ในระดับหนึ่ง ทำให้สามารถชดเชยต้นทุนวัสดุได้มากขึ้น และรักษากรอบวงเงินลงทุนของโครงการไว้ได้ที่ประมาณ 11,000 ล้านบาท โดยไม่จำเป็นต้องของบประมาณเพิ่มเติม
สำหรับการเวนคืนที่ดิน รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า ตอนนี้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้ครบ 100% ภายในเดือนกันยายนปีนี้
ส่วนการพัฒนาโครงการระยะที่ 2 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมจากกะทู้ไปยังสนามบินนานาชาติภูเก็ต ก็จะสามารถเดินหน้าควบคู่กับโครงการระยะแรกได้
ลุ้นเข้า ครม.ปีนี้ เริ่มสร้างปีหน้า เปิดใช้ปี 2574
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการ อุโมงค์กะทู้-ป่าตอง ได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าปัญหาการจราจรของจังหวัดภูเก็ตอยู่ในระดับที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไข
ซึ่งหากโครงการได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีภายในปีนี้ จะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปีหน้า และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ในปี 2574
ทั้งนี้ เมื่อโครงการเสร็จสิ้นคาดว่าจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว เชื่อมต่อการเดินทางจากสนามบินภูเก็ตไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะหาดป่าตองที่อาจใช้เวลาเดินทางแค่ประมาณ 20 – 30 นาที นอกจากนี้ยังอาจช่วยลดปัญหาการจราจรบนถนนสายหลักของจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เตรียมเสนอ ครม.เดือนกรกฎาคม พร้อมลดค่าผ่านทางเหลือ 20 บาท
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีแผนเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่การพิจารณาของกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรีภายในเดือนมิถุนายน แต่จากการจัดทำเอกสารรายละเอียดเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถเสนอได้ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ และเชื่อว่าหลังจากนั้นในกระบวนการพิจารณาอาจใช้เวลาไม่นาน
ส่วนนโยบายการปรับลดค่าผ่านทางเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้จัดทำข้อเสนอปรับลดค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ
- จากเดิมประมาณ 40 บาท
- เหลือประมาณ 20 บาท
- คิดเป็นอัตรา 10 บาทต่อเที่ยวในบางช่วง
เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง แม้ว่าจะกระทบรายได้ของโครงการ แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้
สำหรับโครงการระยะที่ 2 คาดว่าจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในปีหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการก่อสร้าง
- ระยะที่ 1 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี
- ระยะที่ 2 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี
ทำให้ทั้งสองโครงการอาจสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน
ทั้งนี้ เบื้องต้นได้คาดไว้ว่า เมื่อเปิดให้บริการเฉพาะโครงการระยะที่ 1 จะมีผู้ใช้บริการประมาณ 70,000 คนต่อวัน และเมื่อเปิดครับทั้ง 2 ระยะ อาจมีผู้ใช้บริการรวมมากกว่า 100,000 คนต่อวัน สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของโครงการในการแก้ไขปัญหาการจราจร และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในอนาคต
ข้อมูลจาก : thairath.co.th
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.co










