ค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่หลายคนบ่นกันมานานเรื่อง “ค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน” กำลังจะเปลี่ยนไป หลัง ครม. เห็นชอบแนวทางจัดเก็บค่าโดยสารร่วมรูปแบบใหม่ นโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้า กำหนดเพดานค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมใช้บัตร EMV Contactless Card เป็นช่องทางชำระเงิน และเดินหน้าปรับโครงสร้างการบริหารรถไฟฟ้าให้เป็นระบบเดียวมากขึ้นในอนาคต
ครม. เห็นชอบยกเลิกมติรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยยังต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ประชาชนมีราคาค่าครองชีพที่มากขึ้น
นอกจากนี้ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้ายังต้องแบกรับภาระค่าเดินทางที่สูง จากการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนระหว่างการเดินทางข้ามสาย เนื่องจากมีผู้ให้บริการหลายราย และมีค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่แตกต่างกัน ซึ่งถูกกำหนดตามสัญญาสัมปทานระหว่างรัฐและผู้ให้บริการแต่ละราย ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เรื่องมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย (ระยะที่ 2) และยังยกเลิกการมอบหมายให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) ดำเนินการพัฒนาระบบบริหารจัดการรายได้กลาง CCH

โดยทาง ครม. ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาหน่วยงานที่มีความเหมาะสมในการพัฒนาและบริหารจัดการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง
พร้อมทั้งเร่งดำเนินการออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม พ.ศ. … ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม 2569

นโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้า จ่ายสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว
สำหรับมาตรการลดภาระค่าครองชีพผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่ ครม. รับทราบ มีหลักการสำคัญคือ
1. ค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว
กำหนดอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยรวมค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิมที่ 17 บาทไว้แล้ว
ซึ่งมาตรการนี้จะครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบด้วย
- รถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสุขุมวิท (สีเขียวอ่อน) หมอชิต-อ่อนนุช
- รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (สายสีลม) ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน
- รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า และอ่อนนุช-แบริ่ง
- รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงหมอชิต-คูคต และช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ
- รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-สถานีบางซื่อ และส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-หลักสอง
- รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี
- รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง
- รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ
สำหรับในกรณีที่ค่าโดยสารตลอดเส้นทางต่ำกว่า 45 บาท จะจัดเก็บตามอัตราจริง และที่สำคัญคือจะต้องไม่มีการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนอีกต่อไป โดยจะเรียกเก็บค่าแรกเข้าจากสถานีต้นทางเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
2. ใช้บัตร EMV Contactless Card ชำระค่าโดยสาร
ผู้โดยสารสามารถใช้บัตร EMV Contactless Card ในการชำระค่าโดยสารร่วมได้ เพื่อช่วยให้การเดินทางข้ามสายรถไฟฟ้าสะดวกมากขึ้น และเป็นการรองรับระบบค่าโดยสารรูปแบบใหม่ในอนาคต
3. มีอัตราพิเศษสำหรับกลุ่มเปราะบาง
ภาครัฐจะกำหนดอัตราค่าโดยสารพิเศษเพิ่มเติมสำหรับ
- ผู้สูงอายุ
- เด็ก
- คนพิการ
- ผู้ด้อยโอกาส
เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน
เดินหน้าปรับโครงสร้างรถไฟฟ้าทั้งระบบ
นอกจากนี้ ครม. ยังรับทราบมติของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เมื่อปี 2568 ที่เห็นชอบแนวทางการปรับโครงสร้างระบบรถไฟฟ้าแบบองค์รวม
โดยจะกำหนดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นหน่วยงานของรัฐเพียงแห่งเดียวที่ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าในภาพรวม
พร้อมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก สายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีทอง และสายสีแดง รวมถึงรายได้และภาระผูกพันของโครงการต่างๆ ตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลจาก : fm91bkk.com, thansettakij.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.co











