More

    พาเหรดรถใหม่..ตบเท้าเข้างาน Motor Expo 2023

    กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ปีละครั้งกับงานแสดงรถยนต์ส่งท้ายปีกับ Thailand International Motor Expo 2023 หรืองาน Motor Expo 2023

    Motor Expoสำหรับปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยานยนต์: ความหมายที่มากกว่า- Mobility Imagination and Beyond” แต่ไหนแต่ไร เมื่อพูดถึง ”ยานยนต์” เรามักหมายถึงเฉพาะรถยนต์ ซึ่งเป็นพาหนะสำหรับเดินทาง และขนส่งสินค้าทางบกกระทั่งไม่นานมานี้ ทั่วโลกเริ่มมีผู้นิยมเดินทางท่องเที่ยวทางแม่น้ำ ทะเล และมหาสมุทร ด้วยเรือหรู ติดเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ทำให้คำว่า “ยานยนต์” ขยายความครอบคลุมพาหนะทั้งบนบก และในน้ำ ยิ่งกว่านั้น ในอนาคตอันใกล้ “ยานยนต์” จะหมายรวมถึงยานที่ขับเคลื่อนในอากาศอีกด้วย

    ทุกวันนี้ มีการใช้ ดโรน ในกิจกรรมต่างๆ อย่างแพร่หลาย เป็นสัญญาณชัดเจนว่า อากาศยานกำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนทั่วไปมากขึ้น และอีกไม่นาน ยานขนาดใหญ่อย่าง รถแทกซี รถขนส่งสาธารณะ รวมถึงรถส่วนบุคคล ก็จะได้รับการพัฒนาให้บินได้ เช่นเดียวกัน“ยานยนต์” ความหมายใหม่ จึงมีความหลากหลายกว่าเดิม ตอบสนองการคมนาคมขนส่งในวิถีชีวิตปัจจุบัน และอนาคตได้อย่างไร้ข้อจำกัด ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ นี่คือปรากฏการณ์อันน่าตื่นเต้น ที่เราได้นำมากำหนดเป็นแนวคิดของงานในปีนี้

    ทางผู้จัดมุ่งมั่นจัดงานแสดงให้เห็นถึงความล้ำหน้า เทคโนโลยี ดีไซน์ ในด้านต่างๆที่เกี่ยวกับยานยนต์ ต้อนรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าที่จะหมดภายในปีนี้ต้อนรับมาตรการใหม่ส่งเสริมการใช้ การผลิตภายในประเทศ โดยยังคงจัดกันที่อิมแพ็คชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี และปีนี้ก็เหมือนทุกปีที่ค่ายรถยนต์หลายค่ายจากทุกมุมโลก พาเหรดเปิดตัวรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการทั้งเปิดก่อนงานกับเตรียมเปิดภายในงานเป็นครั้งแรก จากแบรนด์รถยนต์ 40 ยี่ห้อ ทั้งรถเครื่องยนต์สันดาป มายด์ไฮบริด ฟูลไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และไฟฟ้าล้วน มีค่ายใหม่จากจีนถึงสองค่ายและค่ายอินเดียหนึ่งค่าย มาทำตลาดเป็นครั้งแรก ไม่พลาดที่ทางทีมงาน Car2Day รวบรวมและคาดการณ์กับรถยนต์ใหม่ในงาน เริ่มที่

    AION : AION Y Plus 550 Ultra x AION Hyper GT

    AION Y Plus

    เป็นครั้งแรกของ AION ที่ได้จัดแสดงงานใหญ่ขน AION Y Plus รุ่นเริ่มต้น 490 Elite พร้อมราคาใหม่สุดฮอต 969,900 บาท และลุ้นกันว่าในงานนี้จะนำรุ่นท็อปสุดอย่าง 550 Ultra ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าที่ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 225 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบ Ternary Lithium ความจุแบตเตอรี่ 68.3 kWh วิ่งไกลสุด 550 กม./ชาร์จหนี่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC มีโหมด​ Sport, Normal, ECO ด้านการชาร์จแบบกระแสตรง​ DC​ รองรับการชาร์จ​ 80​ kW​ 10-80% ภายใน​ 45​ นาที​ และชาร์จ​กระแสสลับ​ AC​ รองรับ​ 7kw  0-100% ภายใน​ 8-9​ ชั่วโมง ในราคา 1,299,900 บาท มาโชว์ตัวด้วยหรือไม่เพราะรุ่นนี้จ่อส่งมอบช่วงต้นปีหน้า พร้อมนำรุ่นอื่นๆมาโชว์กับ AION Hyper GT

    Audi : Audi A7 Sportback 55 TFSI e x Audi A8 L 60 TFSI e

    รถใหม่ปลายปีนี้จากเมืองอินโกลชตัดต์ เยอรมนี ส่งรถใหม่เพิ่มทางเลือกสาวกกับขุมพลังเสียบปลั๊กทั้ง Audi A7 Sportback 55 TFSI e Quattro Gran Turismo 4 ประตูละ Audi A8 L 60 TFSI e Quattro S Line Prestige ในราคาเร้าใจเริ่ม 4.799-7.19 ล้านบาท ด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาด 17.9 kWh มาพร้อมกับ on board charger ขนาด 7.4 kWh วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้า 52 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP และชาร์จได้แค่ AC กระแสสลับเท่านั้น โดยให้พลังแรงรวม 462 แรงม้า ในรุ่น A8 และ 367 แรงม้าในรุ่น A7 Sportback

    BMW : BMW XM Label Red, BMW 740d M Sport, BMW i5

    BMW

    ปีนี้ค่ายรถจากเมืองมิวนิกขยันเปิดตัวรุ่นใหม่กันหลายรุ่นตั้งแต่ต้นปีจนถึงล่าสุดในงานนี้จะมีการประกาศราคารถใหม่สองรุ่นที่เผยสเปกกันไปก่อนหน้าทั้ง BMW 740d M Sport ดีเซล Mild Hybrid  6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร BMW TwinPower Turbo รหัส B57D30B ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้า ที่ แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร ประสานพลังเข้ากับเทคโนโลยี 48V Mild Hybrid ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมพละกำลังขึ้นมาอีก 13 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตรในขณะสตาร์ทรถและเร่งความเร็วเมื่อทำงานร่วมกันส่งกำลังรวมสูงสุดถึง 299 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 670 นิวตันเมตร

    เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่าที่เคยด้วยการใช้ AdBlue สารพิเศษที่ช่วยลดปริมาณไนโตรเจนออกไซด์ในไอเสีย โดยทำปฏิกิริยาเคมีเพื่อแตกสารดังกล่าวให้กลายเป็นไนโตรเจนและน้ำ ซึ่งล้วนไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 6 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ควบคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Sport Steptronic ขับเคลื่อนล้อหลัง ในรหัส G70 ในราคา 6.719 ล้าน

    BMW

    กับ BMW XM Label Red รุ่นพิเศษที่ทั่วโลกมีเพียง 500 คันแต่ว่าถ้านำเข้ามาขายในไทยจะมีโควต้ากี่คัน BMW XM Label Red รุ่นเรือธงรุ่นนี้รวบรวมเอาที่สุดแห่งขุมพลัง ความพิเศษ และความหรูหรา เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและทรงพลังแบบไม่เหมือนใคร

    ไฮไลท์ที่โดดเด่นคือสีตัวถังภายนอกสีดำ BMW Individual Frozen Carbon Black Metallic กระจังหน้าทรงไตคู่ตามแบบฉบับ BMW M พร้อมขอบสองชั้นรูปทรงแปดเหลี่ยมที่ด้านหน้ามาในรูปทรงแนวนอนอันโดดเด่น ซึ่งเป็นจุดเด่นของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงขอบด้านนอกของกระจังหน้าทรงไตคู่แต่ละข้างยังตกแต่งด้วยสีแดง Toronto Red metallic รวมถึงขอบกระจกลากยาวไปบนที่เปิดประตู ลิ้นสปอยเลอร์ใต้กันชนหลังตกแต่งด้วยสีแดง ในขณะที่ขอบด้านในมากับไฟรูปทรงโค้งมนเป็นวงแหวนไฟที่ให้แสงอย่างคมชัดและต่อเนื่อง แถบเน้นสีมันวาวตัดกับพื้นผิวสีแบบด้านซึ่งส่องแสงระยิบระยับทำให้ภายนอก มีลักษณะที่น่าดึงดูดใจเป็นพิเศษล้อขนาดใหญ่ 21 นิ้ว สีดำ Black High Gloss พร้อมสีดำทั้งคันแบบ BMW Individual Frozen Carbon Black

    ภายในโทนสีดำและแดงยังนำรูปลักษณ์ที่น่าดึงดูดและกลิ่นอายแบบสปอร์ตมาสู่ห้องโดยสาร ตราสัญลักษณ์ “XM” สีแดงขุมพลังพัฒนาใหม่เพื่อความพิเศษสำหรับคุณกับเบนซินเทอร์โบคู่ V8 M TwinPower Turbo M HYBRID แบบ Plug-In Hybrid รหัส S63B44 4.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 585 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตรในภาคเครื่องยนต์ จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ BMW eDrive 197 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันได้แรงม้ามากถึง 748 แรงม้า แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ในเวลา 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไปไกลถึง 290 กิโลเมตรต่อขั่วโมง ถ้าเพิ่มโหมดสมรรถนะ M Driver’s Package คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด M Steptronic โดยจะมาโชว์ในงานนี้ด้วยในราคา 14.799 ล้าน

    ไฮไลต์เด็ด BMW i5 เจนที่ 8 เปลี่ยนแปลงใหม่หมดโดดเด่นที่ที่เปิดประตูที่หวนกลับมาใช้แบบยกก้านแทนดึงก้านคล้าย BMW X1 และเสา C ติดตรารูปเลข 5 เพื่อบอกว่าคันนี้คือ 5 Series มากันสองรุ่นย่อยทั้ง i5 eDrive40 M Sport มีความจุ 81.2 kWh ผสมผสานกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าให้พลังเป็น 340 แรงม้า แรงบิด 430 นิวตันเมตร เข้ากับระบบขับเคลื่อนล้อหลังมอบระยะวิ่งสูงสุดถึง 497-582 กม./ชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP สามารถชาร์จไฟฟ้าแบบกระแสตรง (DC) สูงสุดได้ที่ 205 kW ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในการชาร์จไฟจาก 10 – 80% และกระแสสลับ AC สูงสุดได้ที่ 11 kW ใช้เวลาประมาณ 8.25 ชม. ในการชาร์จไฟจาก 0-100% อัตราเร่ง 0-100 กม. ทำได้ 6 วินาที ความเร็วสูงสุด 193 กม./ชม.

    และi5 M60 xDrive โดยมีความจุแบตเตอรี่แรงดันสูง 81.2 kWh ผสมผสานกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ให้กำลังรวม 601แรงม้า แรงบิด 820 นิวตันเมตร ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าให้กำลัง 261 แรงม้าที่ 8,000 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าหลัง 365 นิวตันเมตร มอบระยะวิ่งสูงสุดถึง 455-516 กม./ชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จแบบ DC สามารถชาร์จไฟฟ้าแบบกระแสตรง (DC) สูงสุดได้ที่ 205 kW ใช้เวลาประมาณ 30นาที ในการชาร์จไฟจาก 10 – 80% และกระแสสลับ AC สูงสุดได้ที่ 11 kW ใช้เวลาประมาณ 8.25 ชม.และ 22 kW ในเวลา 4.25 ชม.ในการชาร์จไฟจาก 0-100% อัตราเร่ง 0-100 กม. ทำได้ 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. ในราคาเริ่มต้น 4.999-5.599 ล้านบาท

    BYD : BYD SEAL

    BYD

    เจ้าแมวน้ำสุดหรู BYD SEAL เป็นคู่แข่งของ TESLA Model 3 ด้วยดีไซน์หล่อล้ำอนาคตมีให้เลือกหลากหลาย 3 ทางเลือกตั้งแต่ รุ่นขับเคลื่อนล้อหลังสองรุ่นเริ่มที่รุ่นเริ่มต้น Dynamic RWD ด้วยแบตเตอรี่ที่มีความจุ 61.44 kWh วิ่งได้ 510 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC กำลังสูงสุด 204 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 7.5 วินาที ขยับมาที่รุ่น Premium RWD พร้อมความจุแบตเตอรี่ 82.56 kWh กำลังสูงสุด 313 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร สามารถวิ่งได้ 650 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 5.9 วินาที

    รุ่นท็อปสุด AWD Performance มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมีความจุแบตเตอรี่ขนาด 82.56 kWh กำลังรวมสูงสุด 530 แรงม้า กับ แรงบิดสูงสุดระดับ 670 นิวตันเมตร โดยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้ากำลัง 218 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หลัง 313 แรงม้า แรงบิด 360 นิวตันเมตร สามารถวิ่งได้ 580 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC แถมให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.8 วินาที

    รองรับการชาร์จเร็ว (DC fast charging แบบ CCS2) 30-80% ภายในเวลา 30 นาทีรองรับกำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 110 kW ในรุ่น Dynamic RWD ส่วนรุ่น Premium RWD และ AWD Performance  รองรับการชาร์จเร็ว 30-80% ภายในเวลา 26 นาที รองรับกำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 150 kW และชาร์จช้า AC แบบ Type 2 รองรับกำลังไฟสูงสุด 7 kW ทุกรุ่น ยังมีเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ นุ่มนวลถึงใจด้วยช่วงล่างอิสระสี่ล้อ ในราคา 1.325-1.599 ล้านบาท และรุ่นใหม่ที่มาโชว์อีกรุ่นอาจเป็นไปได้ว่ามี BYD SEAL U มาโชว์

    CHANGAN : Deepal SL03 x Deepal S7 

    Changan

    แบรนด์จีนน้องใหม่ที่จริงจังกับการทำตลาดเมืองไทยส่งรุ่นใหม่ในค่าจากแบรนด์ลูก Deepal เข้ามาทั้ง Deepal S7 เอสยูวีไฟฟ้าที่ว่ากันว่านี่คือ ATTO3 Killer พร้อมพลังอีวีหลายทางเลือกแบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง Permanent Magnet Synchronous Motor ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น Standard Range ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ Lithium Ternary (NMC) ขนาดความจุ 66.8 kWh วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งทำได้ 520 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จกระแสตรง DC 30-80 %ได้ในเวลา 35 นาที และชาร์จกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 11 kW ในเวลา 7.5 ชั่วโมง พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง

    ส่วนรุ่น Extended Range 218 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ Lithium Ternary (NMC) ขนาดความจุ 79.97 kWh วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งทำได้ 620 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จกระแสตรง DC 30-80 %ได้ในเวลา 35 นาที ตัวรถสร้างจากแพลตฟอร์ม Changan EPA1 มิติตัวรถตั้งแต่ความยาว 4,750 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,930 มิลลิเมตร ความสูง 1,625 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตร

    Changanส่วน Deepal SL03 ซีดานท้าชนน้องแมวน้ำ BYD SEAL รูปลักษณ์หน้าตาสไตล์เก๋งซีดานทรง Fastback หล่อคล้ายกับ Deepal S7 พร้อมพลังอีวีด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง Permanent Magnet Synchronous Motorตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น Standard Range 258 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ Lithium Ternary (NMC) ขนาดความจุ 58.1 kWh วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งทำได้ 515 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จกระแสตรง DC 30-80 %ได้ในเวลา 25นาที และชาร์จกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 11 kW ในเวลา 7.5 ชั่วโมง

    AVATR

    ส่วนรุ่น Extended Range 218 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ Lithium Ternary (NMC) ขนาดความจุ 79.97 kWh วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งทำได้ 705 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จกระแสตรง DC 30-80% ได้ในเวลา 25 นาที มิติตัวรถตั้งแต่ความยาว 4,820 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,890 มิลลิเมตร ความสูง 1,480 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตรพื้นที่สัมภาระด้านหน้า 70 ลิตร ทั้งสองรุ่นเข้าร่วมงานแสดงรถยนต์บูธ E02 ชาเลนเจอร์ โซนสองและลุ้นกันว่าแบรนด์ลูกไม่ว่าเป็น Lumin หรือ Avatr จะสร้างสีสันบูธ Changan ให้ดังเกรียงไกรมากแค่ไหนนั้นต้องติดตาม

    GWM : GWM TANK 300 HEV, GWM TANK 500 HEV, ORA 07, HAVAL H6 HEV PRO

    TANK

    GWM

    สิ้นสุดภารกิจเปิดตัวรถใหม่ Mission 9 In 3 หรือ 9 รุ่นใหม่ภายใน 3 ปี ของค่ายรถ GWM หลังจากเปิดตัวครบ 6 รุ่นตั้งแต่ HAVAL H6 HEV, HAVAL H6 PHEV, HAVAL Jolion HEV, HAVAL Jolion Sport, ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT ปีนี้เปิดตัวไปแล้วสองรุ่นทั้ง GWM TANK 300 HEV ด้วยพลัง Full Hybrid 304 แรงม้า แรงบิด 640 นิวตันเมตร ในราคาเริ่มต้น 1.649-1.799 ล้านบาท และ GWM TANK 500 HEV เอสยูวีตัวใหญ่พลังFull Hybrid 350 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 648 นิวตันเมตร เริ่มต้น 2.049 ล้านบาท

    ORA

    ยังมีรถใหม่ลำดับที่ 9 กับ ORA 07 หรือ ORA Good Cat น้องเหมียวสายหรู ที่นำเอาความคลาสสิกและความทันสมัยมาผสมผสานกันในร่างเก๋งฟาสท์แบ็ก โดดเด่นทั้งดีไซน์สปอร์ตอันโฉบเฉี่ยวคล้ายกับรถยุโรปชื่อดังทั้ง Porsche Panamera ผสมกับแบรนด์รถ Bentley ย้อนยุคด้วยขุมพลังไฟฟ้าแบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้สมรรถนะเหนือระดับเพื่อการขับขี่ที่สนุกสนานสูงสุดถึง 408 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 680 นิวตันเมตร จากความจุแบตเตอรี่ 82 kWh  ทำความเร็วระหว่าง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.3 วินาที และวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 550 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ (ตามมาตรฐาน NEDC) และการกลับมาของ HAVAL H6 HEV PRO ในราคา 1.099 ล้านบาท

    Honda : Honda Accord e:HEV, Honda City Hatchback 2024

    Honda Accord เจเนอเรชันที่ 11 หน้าตาหล่อคล้ายรถทรง Fastback 5 ประตูทั้งๆที่ความจริงมันคือ 4 ประตูซีดานผสานด้วยความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวหรูหราประณีตไว้อย่างลงตัวด้วยระบบ Google built-in ในตัว เรียกใช้งาน Google Maps, Google Assistant และ Google Play ดาวน์โหลดแอปได้ รวมไปถึงเพลง พอดแคสต์รองรับ Android Auto Apple CarPlay อัปเดตออนไลน์ over-the-air แรงเร้าใจกับพลัง e:HEV Hybrid 2.0 ลิตร 207 แรงม้า  ความปลอดภัย Honda Sensing ทุกรุ่นย่อย ในราคาเริ่มต้น 1.529-1.799 ล้านบาท จับตาดูว่าภายในงานนี้จะเปิดตัว Honda City Hatchback รุ่นปรับโฉมด้วยหรือไม่

    Hyundai : Hyundai IONIQ 5, Hyundai Santa FE, Hyundai Elantra NHyundaiปรับทัพใหม่โดยบริษัทแม่ที่เกาหลีใต้มาคุมเองอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ Hyundai Mobility Thailand พร้อมขนมาทั้งหมดทุกรุ่นไม่ว่าจะ Hyundai Stargazer, Hyundai Staria, Hyundai H-1, Hyundai Creta แล้วแว่วๆมาว่า Hyundai IONIQ 5 จะขายจริงในงานรวมถึง Hyundai Stargazer X เอ็มพีวีสไตล์ยกสูง และการแนะนำ Hyundai Santa FE เจเนอเรชันที่สี่ นำเข้าจากมาเลเซีย

    ที่มีให้เลือกทั้งเบนซินเทอร์โบ Smartstream G1.6 T-GDi Hybrid รหัส VV ให้พลัง 180 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 265 นิวตันเมตรที่ 1,500-4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 60 แรงม้า ที่ 1,600-2,000 รอบต่อนาที แรงบิด 264 นิวตันเมตร ที่ 1,600 รอบต่อนาที พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion Polymer ความจุ 1.49 kWh เมื่อทำงานร่วมกันให้แรงม้ารวมสูงสุด 230 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดรวม 350 นิวตันเมตรที่ 1,500-4,400 รอบต่อนาที คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

    และลุ้นอยากให้นำดีเซลเทอร์โบมาขายคู๋กัน Smartstream D CRDI รหัส D4HE ขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิด 441 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,750 รอบต่อนาที เบนซินใหญ่ 3.5 ลิตร V6 Lambda II MPi รหัส G6DU ให้กำลัง 272 แรงม้าที่ 6,400 รอบต่อนาที่ แรงบิด 331 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที ทั้งสองขนาดจับคู่กับ เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

    Hyundai

    เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ HTRAC All-Wheel-Drive (AWD) เฉพาะรุ่นดีเซล 2.2 และ HEV 1.6 T มาพร้อมกับตัวเลือกในโหมดการขับขี่ Multi Terrain Mode สามารถเลือกโหมดการขับขี่เฉพาะสภาพถนนได้แก่โหมดบนทราย (Sand) หิมะ (Snow) และโคลน (Mud) พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้สี่โหมดตั้งแต่โหมด Eco, Sport, Smart และ Comfort (เฉพาะรุ่นเบนซินกับดีเซล) ซึ่งระบบจะจดจำโหมดสุดท้ายของผู้ขับขี่อัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องเลือกโหมดและแบรนด์รถแรงอย่าง N ส่ง Hyundai Elantra N ซีดานขับหน้า 280 แรงม้า มาร่วมโชว์ตัวด้วยแต่จะขายด้วยหรือไม่ต้องติดตามกัน

    ISUZU : New ISUZU D-MAX & ISUZU MU-XISUZUเหนือลิมิตพิชิตโลกกับการปรับหน้าตาครั้งใหญ่ของ ISUZU D-MAX ที่มาครบทุกตัวถัง 37 รุ่นย่อยตั้งแต่ตอนเดียวไปจนถึงสี่ประตูพร้อมพลังแรง 3.0 และ 1.9 Ddi Blue Power และ ISUZU MU-X  ที่ปรับขึ้นราคาจากเดิมสองหมื่นไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน

    KIA : KIA Sorento CBU From Malaysia

    KIA

    หลังจากที่บริษัทแม่จากเกาหลีพร้อมบุกตลาดเมืองไทยเฉกเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชายคาเดียวกันอย่าง Hyundai กับ KIA ที่นับจากนี้จะมีรุ่นใหม่ๆเข้านอกจากจะขายเพียงแค่ KIA Carnival กับ KIA Sorento นำเข้าจากมาเลเซีย

    JEEP : JEEP Grand Cherokee 4Xe

    Jeep Grand Cherokee เอสยูวีเจนที่ 5 ที่พร้อมออกไปผจญภัยในโลกกว้างอย่างท้าทายล่าสุดที่เมืองไทยเป็นรถใหม่ลำดับที่สามที่จำหน่ายในไทยจากเดิมที่มีทั้งรุ่น Wrangler และรุ่น  Gladiator เป็นรุ่น Grand Cherokee 4Xe Plug In Hybrid พร้อมออปชันเด็ดเป็น ลำโพง 19 จุดจากค่าย McIntosh กำลังขับ 950 วัตต์ เสริมสร้างบรรยากาศภายในกับขุมพลังที่ Plug In Hybrid เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร ให้กำลังร่วมทั้งเครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่มากถึง 380 แรงม้า แรงบิด 637 นิวตันเมตรวิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้าถึง 52 กิโลเมตร และวิ่งไกลในโหมดน้ำมันและไฟฟ้ารวมกัน 700 กิโลเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 6.3 วินาทีคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Quadra-Trac II 4×4 นำเข้าจากโรงงาน ดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา

    Lotus : Lotus Eletre

    Lotus

    เอสยูวีไฟฟ้าออกแบบที่สปอร์ตหลังคาเพรียวลงสไตล์รถคูเป้ ตัวถังรถทำจากคาร์บอนไฟเบอร์และอลูมิเนียมด้วยความจุแบตเตอรี่ Lithium-ion 112 kWh ขับเคลื่อนสี่ล้อ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ Permanent magnet แต่มีความแรงถึงสองรุ่นเวอร์ชันเริ่มที่

    – รุ่น Eletre S ให้ความแรงสูงสุด 612 แรงม้า (603 แรงม้า HP) แรงบิด 710 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 258 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 4.5 วินาที 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ต่ำกว่า 2 วินาที วิ่งไกลสุด 600 กิโลเมตรต่อชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Single Speed

    – รุ่น Eletre R ให้ความแรงสูงสุด 918 แรงม้า (905 แรงม้า HP) แรงบิด 985 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 265 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 2.95 วินาที 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ต่ำกว่า 1.9 วินาที วิ่งไกลสุด 490 กิโลเมตรต่อชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Single Speed ที่ล้อหน้าและ Two Speed ที่ล้อหลัง

    ทั้งสองรุ่นมาพร้อมการชาร์จไฟด้วยกำลังไฟแบบกระแสตรง DC สูงสุด 350 KW ชาร์จ 10-80 % ในเวลาสั้นๆเพียง 20 นาที สามารถวิ่งไกลสุดได้ 400 กิโลเมตร และชาร์จแบบกระแสสลับ AC ด้วยกำลังไฟสูงสุด 22 kW ชาร์จ 0-100% ในเวลา 5.8 ชั่วโมง พร้อมเทคโนโลยีไฟฟ้าแรงดันสูง 800V พร้อมช่วงล่างแบบถุงลมที่สามารถปรับระดับความสูงตัวรถได้อัตโนมัติแถมมีเลี้ยวสี่ล้อ มีโหมดการขับขี่มากมายทั้ง Tour Mode, Range Mode, Sport Mode, Off-Road, Individual Mode และ Track Mode พร้อมช่วงล่างแบบถุงลมที่สามารถปรับระดับความสูงตัวรถได้อัตโนมัติแถมมีเลี้ยวสี่ล้อ เริ่ม 5.89 ล้านบาท

    Mazda : Mazda CX-5

    Mazda

    ห่างหายการปรับโฉมมานานถึงหกปีล่าสุดทางมาเลเซียซึ่งเป็นฐานผลิต Mazda CX-5 ส่งมาขายไทยเตรียมที่จะเปิดตัวรุ่นปรับโฉมก็เท่ากับว่าไทยได้อานิสงส์ด้วยเช่นกันดีไซน์ใหม่หล่อใหม่เริ่มที่กระจังหน้าทรง Signature Wing ปีกซ้าย-ขวาของกรอบสั้นลงโดยตัวกรอบกระจังหน้าแบบโครเมียมไฟหน้า LED คู่ dual-beam LED พร้อมไฟ DRL LED รูปตัวแอลแนวนอน ตัดไฟตัดหมอกหน้า LED ออกไป ด้านท้ายคงเดิมเปลี่ยนดีไซน์ไฟท้าย LED รูปตัวแอลแนวนอนโคมใหม่ กันชนหลังออกแบบแผงทับทิมให้อยู่ในตำแหน่งสูงขึ้น ท่อไอเสียคู่เอกลักษณ์เด่น กันชนหน้าออกแบบหรูหราภูมิฐาน กันชนหลังและหนาปรับลุคใหม่เสริมคิ้วชายล่างของชุดกันชนตกแต่งสีดำและล้ออัลลอยลายสิบก้านมีทั้งสองลายสองแบบตั้งแต่ขนาด 17 นิ้วและขนาด 19 นิ้ว

    ภายในปรับออปชันเล็กน้อยทั้งช่องเสียบ USB แบบ Type-C เชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สายได้ในชุดจอสัมผัสขนาดใหญ่แบบ Mazda Connect เลือกได้ทั้งแบบ 8.8 และ 10.25 นิ้ว กับขุมพลังให้เลือกถึงสามแบบเช่นเดิมจากตระกูล SKYACTIV ทั้งเบนซิน SKYACTIV-G Turbo 2.5 ลิตร 231 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที ดีเซลเทอร์โบ SKYACTIV-D มีระบบเทอร์โบแปรผันแบบ 2 ชั้นใ ขนาด 2.2 ลิตร 190 แรงม้าแรงบิด 450 นิวตันเมตร และเบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2.0 ลิตร 165 แรงม้า แรงบิด 210 นิวตันเมตร ความปลอดภัย i-Activsense มาพร้อมระบบที่ช่วยควบคุมความเร็ว พวงมาลัย เพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสม Cruising & Traffic Support (CTS)

    Mercedes-Benz : Mercedes-Benz GLC 220d, Mercedes-Benz C 220d New Grade , Mercedes-Maybach S580e Premium, Mercedes-Benz GLE FaceliftGLC

    หลังจากเปิดตัว Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC ไปงานนี้สำหรับสาวกที่ยังรักความแรงอาจได้พบกันทางเลือกใหม่ด้วย Mercedes-Benz GLC 220d 4MATIC ดีเซลเทอร์โบเป็นขนาด 2.0 ลิตร OM654 M และให้กำลังมากถึง 200 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 440 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที จับคู่กับระบบ Mild Hybrid สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 48 โวลต์ได้ โดยเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษพร้อม EQ Boost ให้กำลังถึง 20 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร ในราคาที่คบหาได้รวมถึงการเพิ่มรุ่นดีเซล C 220d เกรดสูงกว่ารุ่น Avantgrade กับรุ่น AMG Line การปรับโฉมครั้งแรกของ Mercedes-Benz GLE ในรุ่น GLE 300 d และ Mercedes-Maybach S 580 e Premium สีทูโทน ประกอบไทย

    MG : MG Cyberster

    MG Cybersterโรสเตอร์สายเลือดยุโรปพกพลังไฟฟ้าที่ให้ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน lithium-ion battery ที่มีความจุแบตเตอรี่ 77 kWh เริ่มที่รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อให้กำลังรวมมากสุด 544 แรงม้าจากมอเตอร์ไฟฟ้าหน้าให้กำลัง 204 แรงม้าและมอเตอร์ไฟฟ้าหลังให้กำลัง 340 แรงม้า สามารถวิ่งไกลสุด 800 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาต่ำกว่า 3 วินาทีและมีรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวจากความจุแบตเตอรี่ 64 kWh ให้กำลังรวมมากสุด 314 แรงม้า

    โดยได้ MGB Roadster เป็นแรงบันดาลใจในการดีไซน์โดยตัวรถมาในแบบโรสเตอร์เปิดประทุนตั้งแต่ไฟหน้า LED Projector แบบ Laser Belt กระจังหน้าเรียวยาวพร้อมตรา MG ในชุดกันชนหน้าทรงสปอร์ต ด้านท้ายแบบ Kammback ชุดไฟท้าย LED Red Wing ด้วยเส้นไฟที่เรียวเล็กดูชัดเจนสุดล้ำ ไฟเลี้ยวรูปทรงลูกศรสปอยเลอร์หลังที่ฝังตัวอยู่ในชิ้นเดียวกันลงตัว กันชนหลังเสริมลิ้นสปอยเลอร์หลังสีดำ ประตูรถออกแบบมาเปิดแบบปีกนกหรือ Scissor Doors ล้ออัลลอยลาย Hacker Blade สำหรับ MG Cyberster และมีแนวโน้มที่จะขายในช่วงปีหน้า

    Mitsubishi : Mitsubishi Triton Full Line Up

    Triton

    ครี่งปีหลังนี้ค่ายทรีไดมอนด์เตรียมเสริมทัพรุ่นย่อยของ Mitsubishi Triton ทั้งรุ่นตอนเดียว แค็ปตอนครึ่ง สี่ประตูทั้งแบบตัวเตี้ย ยกสูง ขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่น ULTRA เกียร์อัตโนมัติ และรุ่นท็อป Athlete ดีเซลใหม่ 2.4 ลิตร 4N16 ที่มีสามความแรงให้เลือกตั้งแต่ Low Power 150 แรงม้า Mid Power 184 แรงม้า และ High Power 204 แรงม้า

    NETA : NETA GT, NETA V Facelift, NETA X

    NETA

    นอกจากจะมีพระเอกอย่าง NETA V รุ่นปรับโฉมที่ลุ้นอยากให้นำมาโชว์แล้ว NETA ยังนำรุ่นใหม่จากจีนมาโชว์ตัวนั่นก็คือ NETA GTสปอร์ตคาร์พลังอีวีที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการจีนเมื่อกลางปีมีขุมพลังไฟฟ้ามีทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวและมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ Permanent Magnet Synchronous Motor เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อเริ่มที่ รุ่น GT 560 Lite, GT 560 มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลัง 231 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร จากความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 64.27 kWh การชาร์จเร็ว DC 30-80% ใช้เวลา 30 นาที และชาร์จช้า AC 0-100% ได้ 11 ชั่วโมง ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 6.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมงวิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งอยู่ที่ 560 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC

    รุ่น GT 660 มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลัง 231 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร จากความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 74.48 kWh การชาร์จเร็ว DC 30-80% ใช้เวลา 30 นาที และชาร์จช้า AC 0-100% ได้ 12 ชั่วโมง ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 6.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งอยู่ที่ 660 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC

    รุ่น GT 580 AWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า-หลัง Permanent Magnet Synchronous Motor ขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ให้กำลัง 462 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตันเมตร จากความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 78 kWh การชาร์จเร็ว DC 30-80% ใช้เวลา 30 นาที และชาร์จช้า AC 0-100% ได้ 14 ชั่วโมง ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งอยู่ที่ 580 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามมาตรฐาน CLTC ความปลอดภัยด้วยวระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ L2 intelligent driving assistant

    NETA

    พร้อมโชว์ NETA X Global Product รุ่นใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดโลกรวมถึงเมืองไทย ด้วยการพัฒนาทั้งพวงมาลัยขวาและซ้ายไปพร้อมๆกันพร้อมขุมพลังไฟฟ้ามีสองทางเลือกเริ่มที่รุ่น Standard Range ด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 66 kWh จาก CATL ให้กำลังถึง 163 แรงม้า แรงบิด 210 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ความเร็วสูงสุด 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 9.5 วินาทีโดยชาร์จช้า AC นั้นจาก 20-100% จะใช้เวลาในการชาร์จ 8 ชั่วโมง แต่ถ้าชาร์จเร็ว DC 30-80% จะใช้เวลา 30 นาที

    NETA

    ยังมีรุ่น Extended Range 204 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 610 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) ความเร็วสูงสุด 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับเคลื่อนล้อหน้า โดยชาร์จช้ากระแสตรง AC จาก 0-100% จะใช้เวลาในการชาร์จ 8.5-13 ชั่วโมง แต่ถ้าชาร์จเร็วกระแสตรง DC 30 จนถึง 80% จะใช้เวลา 30 นาที มาพร้อมโหมดการขับขี่ทั้งแบบ Normal กับ Sport เด่นด้วยฟังก์ชันการปล่อยไฟฟ้าภายนอก V2L (Vehicle to Load) ที่สามารถจ่ายไฟจากตัวรถได้ 3.3 kW (3,300W) และลุ้นกันว่า NETA V รุ่นปรับโฉมจะมาโชว์ตัวที่งานนี้ด้วยหรือไม่หลังโลกออนไลน์เผยภาพแบบเต็มตาไม่พรางตัวที่ไทยโดยจะเปิดตัวในช่วงต้นปีหน้า

    Peugeot : Peugeot 408 

    Peugeot

    เอสยูวีสปอร์ตจากฝรั่งเศสมาพร้อมพลังเบนซินเทอร์โบ Plug In Hybrid PureTech 1.6 ลิตร EP6FDT High Power PHEV 225 e-EAT8 ให้ไกำลังรวม 225 แรงม้าที่ แรงบิด 360 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้าอยู่ที่ 63 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง สามารถชาร์จช้า AC สูงสุด 3.7 kW ใช้เวลา 3.4 ชั่วโมง และ 1.55 ชั่วโมงถ้าชาร์จ AC สูงสุด 7.4 kW คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด e-EAT8 พร้อมโหมดการขับขี่ ทั้ง Electric, Eco, Hybrid, Normal, Sport มาในราคา 2.79 ล้านบาท จับตาว่าจะมีเวอร์ชันพวงมาลัยขวามาโชว์ทันงานหรือไม่?

    Subaru : Subaru Crosstrek

    Subaru

    เจนที่ 3 ของเอสยูวีเล็กที่มาแทน Subaru XV สร้างจากแพลตฟอร์ม Subaru Global Platform แถมตัวรถยังใกล้เคียงกับ Subaru XV เจนปัจจุบันพร้อมพลังเบนซินล้วน Boxer 2.0 ลิตร (FB20) direct injection พร้อมระบบควบคุมวาล์วแบบแอคทีฟ (AVCS) 156 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาทีคู่กับ เกียร์อัตโนมัติ Lineartronic CVT แบบ 7 สปีด มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบสมมาตรตลอดเวลา Symmetrical all-wheel drive เสริมระบบ X-MODE ด้านความปลอดภัยมาแบบจัดเต็ม EyeSight New-generation + wide-angle monocular camera พร้อมกล้องรอบคัน Digital multi-view monitor

    TATA : TATA Super ACE

    TATA

    กลับมาทำตลาดรถเพื่อการพาณิชย์อีกครั้งภายใต้บ้านใหม่ อินซ์เคป ประเทศไทย ส่งมินิทรั๊คจิ๋ว TATA Super ACE เปลี่ยนแปลงในร่างเดิมกระจังหน้าทรงตัวยู หรือ U-Shape ดีไซน์ใหม่ขอบโครเมียม ย้ายตราตัวที ไปอยู่บนกระจังหน้าแต่ยังคงพื้นฐานเดิมตั้งแต่โคมไฟขนาดใหญ่แบบมัลติรีเฟลกเตอร์ กันชนหน้าออกแบบเข้ากับชุดกระจังหน้าและไฟหน้าอย่างสวยงาม กระจกมองข้างขนาดใหญ่มองเห็นได้ชัดเจน มือจับประตูใช้งานง่าย กระทะล้อเหล็ก ขนาด 14 นิ้ว (5JX14) จับคู่กับยางขนาด 165 R14 LT 8PR พร้อมชุดแต่ง Color Key สีเดียวกับตัวรถดูดีขึ้นทั้งคันตั้งแต่กันชนหน้า กระจกมองข้าง สติ๊กเกอร์ติดที่บริเวณ ด้านหน้า ประตูข้าง ซ้าย-ขวา ด้านท้ายมาพร้อมกระบะขนาดใหญ่ เด่นตรงที่เปิดได้ถึง 3 ด้าน ทั้ง ซ้าย ขวา และหลังพร้อมไฟท้าย สองฝั่งและตรา TATA ประทับบนฝากระบะท้าย

    ขุมพลังให้ทั้งความทนทานให้ความประหยัดกับเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคอนมอนเรลพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ รหัส CRAIL12 DICOR  ขนาด 1.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 70 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตรที่ 1,400-2,750 รอบต่อนาที จับคู่กับระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด การกลับมาของ TATA Super ACE เครื่องยนต์จะถูกปรับเปลี่ยนหรือไม่เพื่อสมกับการกลับมาหวังตอบโจทย์เจ้าของธุรกิจหน้าเก่าและหน้าใหม่หวังประกอบหลายอาชีพไม่ว่าจะฟู๊ดทรั๊ค รถบริการ รถโมบายเซอร์วิสประกอบอาชีพต่างๆ รวมถึงรุ่นอื่นๆตามมาด้วยหรือไม่โดยพบตัวจริงได้ที่ บูธ B11

    TESLA : Model 3 2024

    TESLA

    ครั้งแรกของค่าย TESLA ภายใต้การบริหารของบริษัทแม่ที่มาร่วมออกบูธที่บูธ D04 พร้อมการเผยรุ่นปรับโฉมของ TESLA Model 3 ปรับทั้งหน้าตาและภายในอย่างทันสมัยพร้อมพละกำลังมหาศาลอัตราเร่งที่ตอบสนองความสามารถในการใช้พลังงานแบบต่ำได้ตอบสนองความต้องการในทุกสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระยะสั้นหรือการเดินทางทางไกล ตั้งแต่รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง Standard Range ให้กำลัง 264 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ Lithium-ionแบบ LFP 57.5 kWh วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง 513 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP การเร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 201 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ Long Range AWD ให้กำลัง 450 แรงม้า แรงบิด 559 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบ NMC 75 kWh วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง 629 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP การเร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 4.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 201 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    ชาร์จมีสองแบบชาร์จแบบ DC กระแสตรง รองรับการชาร์จสูงสุด 170 kW ได้เร็วขึ้นถึง 15 นาที (เดิม 25 นาที) ทำให้รถวิ่งได้ถึง 282 กิโลเมตร ส่วนชาร์จแบบกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 11 kW ในรุ่น Standard Range RWD ส่วนรุ่น Dual-Motor AWD ชาร์จแบบ DC กระแสตรง รองรับการชาร์จสูงสุด 250 kW ได้เร็วขึ้นถึง 15 นาที (เดิม 27 นาที) ทำให้รถวิ่งได้ถึง 282 กิโลเมตร ส่วนชาร์จแบบกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 11 kW เหมือนกับรุ่น Standard Range RWD

    อัปเกรดใหม่ความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดออกแบบตัวถังที่มีมาตรฐานสูงและโครงสร้างประตูที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เสริมด้วยถุงลมนิรภัยด้านข้างที่นั่งแบบใหม่ที่ช่วยลดการบาดเจ็บของทั้งคนขับและผู้โดยสารหากมีการชน พร้อมปรับปรุงเรื่องการลดเสียงรบกวนด้วยการซีลแบบใหม่ รวมถึงกระจกกันเสียงแบบ 360 องศาถึงสองชั้น ช่วยเพิ่มความเงียบภายในห้องโดยสาร พร้อมสีใหม่สองสีทั้งสีแดง Ultra Red กับ สีเทา Stealth Grey ในราคาเริ่มต้น 1.599-1.899 ล้านบาท

    Toyota : Toyota Hilux Champ

    ที่มาภาพ I’m Tatchai

    โชว์ตัวและเปิดราคาในงานครั้งแรกกับ Toyota Hilux Champ หรือ IMV0 ป็นกระบะตอนเดียวที่มีทั้งแบบหัวกระสือ เวอร์ชันต่อเติมต่อตู้ตามใจปรารถนาไม่ว่าจะเป็นรถ ร้านขายกาแฟ Mobile Café, รถพยาบาล Rangga Concept Ambulance, รถบริการซ่อมรถนอกสถานที่ Mobile Service รถ Pace Car ใช้ในการแข่งขันรถยนต์ และอื่นๆดีไซน์ยกมรดกมาจาก Toyota FJ Cruiser ผสมต้นแบบ Toyota Urban Cruiser EV concept และความเป็น Toyota KIJANG รุ่นยอดนิยมของชาวอิเหนาคลุกเคล้าจนลงตัว

    Toyota
    ที่มาภาพ I’m Tatchai

    เข้มด้วยตัวรถสีขาวกระจังหน้าสีดำเข้มปะตรา Toyota รูปตัวหนังสือ ประกับกับไฟหน้าให้เลือกทั้งแบบ LED พร้อมไฟ Daytime ล้อมกรอบกระจังหน้า และไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ รับกับชุดกันชนหน้าทรงเข้ม กระทะล้อขนาด 15 นิ้วพร้อมยาง 205/70R15C เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 2.4 ลิตร รหัส 2GD-FTV High-Power 150 แรงม้าที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,000 รอบต่อนาที มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และขุมพลัง Mid-Power ให้กำลัง 150 แรงม้า 3,400 รอบต่อนาที แรงบิด 343 นิวตันเมตรที่ 1,400-2,800 รอบต่อนาที สำหรับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

    ออกแบบจากทีมวิศวกรคนไทยนำโดย จุฬชาติ จงอยู่สุข หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค (RCE) จาก Toyota Daihatsu Engineering & Manufacturing ผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบ Toyota Fortuner และ Hilux REVO  คาดค่าตัวจะอยู่ที่  4 แสนกลางๆ- 5 แสนต้นๆ

    Volvo : Volvo EX30

    Volvo

    เอสยูวีไฟฟ้าลำดับที่สี่ของค่ายด้านหน้าสวยสปอร์ตสไตล์สวีเดนถอดแบบมาจากพี่ใหญ่ Volvo EX90 ตัวรถสร้างจากพื้นฐาน SEA ที่จะเป็นแพลตฟอร์มเฉพาะสำหรับรถไฟฟ้าในเครือ GEELY ที่ใช้ร่วมกับ Smart #1 และ Zeekr X มิติตัวรถเล็กกว่า Volvo XC40 Recharge ภายในมาพร้อมเรียบง่ายแห่งดีไซน์และใช้งานง่ายจอสัมผัสแนวตั้งขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว นิ้วรองรับ Apple CarPlay ไร้สาย มาพร้อมระบบสาระบันเทิง (infotainment) และการเชื่อมต่อ 5G เพื่อการใช้งานแอปที่ลื่นไหลไม่ว่าจะเป็น Google Assistant, Google Maps navigation และ Google Play แบบ Android Automotive OS ทำงานแม่นยำผ่าน Snapdragon Cockpit Platforms จาก Qualcomm Technologies

    ขุมพลังไฟฟ้านำทั้งแบตเตอรี่ลิเทียมไอฟอนฟอสเฟต NMC เข้ามาประจำการเริ่มที่รุ่น Core – Single Motor Extended Range  กับ รุ่น Ultra – Single Motor Extended Range มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังด้วยความจุแบตเตอรี่ NMC 69 kWh 272 แรงม้า แรงบิด 343 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 5.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งทำได้ 480 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ชาร์จ DC กระแสตรงรองรับกำลังไฟสูงสุด 153 kW 10-80% ทำได้ 26.5 นาที ชาร์จกระแสสลับ AC 11 kW ทำได้ 8 ชม.

    รุ่น Ultra – Twin Motor Performance มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยความจุแบตเตอรี่ NMC 69 kWh 428 แรงม้า แรงบิด 543 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งทำได้ 460 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ชาร์จ DC กระแสตรงรองรับกำลังไฟสูงสุด 134 kW 10-80% ทำได้ 28 นาที ชาร์จกระแสสลับ AC 11 kW ทำได้ 8 ชม. ทั้งสามความแรงจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Shift-by-wire single speed transmission นำเข้าจากประเทศจีนเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้โดยคาดว่าจะพร้อมส่งมอบช่วงไตรมาสแรกของปี 2024 เป็นต้นไปในราคา เริ่ม 1.59-1.89 ล้านบาท

    Wuling : Wuling Air EV

    Wuling

    แบรนด์จีน Wuling ภายใต้บ้านหลังใหม่ EV Primus กับเก๋งไฟฟ้าท้ายตัดชูเด่นด้วยแถบไฟ LED DRL แนวยาว ติดตั้งกล้องมองภาพด้านหน้าถัดลงมาเป็นโลโก้ Wuling ในช่องเสียบกับไฟหน้าธรรมดาสองชั้นแนวตั้งด้านข้างมาในแนวทรงกล่องหลังคาดำกระจกเสา B ดีไซน์ติดกับประตูรถอย่างแนบเนียนโดยรวมแล้วดีไซน์รถคันนี้ได้แรงบันดาลใจจากแว่น VR นั่นเอง แถมกระจกมองข้างทรงสปูนดีไซน์คล้ายกับหูฟังยุคใหม่พร้อมล้อขนาดเล็ก 12 นิ้วพร้อมยาง 145/70R12 ภายในสบายแบบ 4 ที่นั่งพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งจอคู่ขนาดใหญ่ 10.25 นิ้ว และ 7 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสองก้าน พร้อมโทนสีขาวและดำเทาทูโทนเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold ในรุ่น Long Range มีแอปพลิเคชันควบคุมการทำงานของรถได้จากระยะไกล อาทิ ล็อก-ปลดล็อกรถ ปรับกระจก ขึ้น-ลง เปิด-ปิดแอร์ เช็กสถานะแบตเตอรี่ ระยะทางที่วิ่งได้ และ ตำแหน่งรถ

    WULING AIR EV เป็นรถซิตี้ อีวี 4 ที่นั่ง 3 ประตู โดยตัวรถมีขนาดความยาว 2,974 มม. ความกว้าง 1,505 มม. และความสูง 1,631 มม. ความจุของแบตเตอรี่สำหรับรุ่น Standard Range 17.3 kWh สามารถวิ่งได้ 200 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง 8 ชั่วโมง และรุ่น Long Range ความจุของแบตเตอรี่ 26.7 kWh สามารถวิ่งได้ 300 กม. ต่อการชาร์จแบบ AC 6.6 kw 1 ครั้ง 4 ชั่วโมง ในราคาปรับใหม่เริ่ม 425,000-495,000 บาทMotor Expo

    นอกจากรถยนต์รุ่นใหม่จากแบรนด์ดังแล้วยังมีกิจกรรมในงานมากมายทั้งโชว์รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่องจำนวนมาก รวมถึงเหล่าพริตตี้ที่จะมาร่วมสร้างสีสันภายในงาน และกันกิจกรรมมอบโชคคืนกำไรให้แก่ผู้ชมงาน แจกรถยนต์ จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ และรางวัลอื่น ๆ พบกันที่งาน Motor Expo 2023 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม นี้ ที่ อิมแพ็คชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts