More

    Pininfarina Pura Vision เอสยูวีไฟฟ้าต้นแบบจากสำนักดีไซน์ชื่อดัง

    จากความเชี่ยวชาญในการดีไซน์รถยนต์ให้กับค่ายรถยุโรปชั้นนำสำหรับสำนักออกแบบชื่อดังจากอิตาลีอย่าง Pininfarina และเมื่อทาง Mahindra จากอินเดีย

    เข้าซื้อกิจการ Pininfarina SpA และเป็นเจ้าของ 100 % พร้อมเปลี่ยนรูปแบบมาทำตลาดรถยนต์ระดับหรูท้าชนแบรนด์ไฮเอนด์จากอิตาลี เยอรมนี และอังกฤษ เป้าหมายเพื่อเป็นแบรนด์รถหรูอันเป็นที่ปรารถนาและยั่งยืนที่สุดในโลกมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนีในชื่อ Automobili Pininfarina โดยรุ่นแรกที่ทั่วโลกได้รู้จักนั่นคือ Pininfarina Battista ไฮเปอร์คาร์พลังไฟฟ้า 1,903 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 349 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ทำได้ต่ำกว่า 2 วินาที จากความจุแบตเตอรี่ 120 kWhและวิ่งไกลสุด 500 กม./ชาร์จหนึ่งครั้ง ผลิตเพียง 150 คัน

    ครั้งนี้เปิดตัวรถไฟฟ้าหรูรุ่นใหม่กับ Pininfarina Pura Vision แสดงให้เห็นถึงความหรูหราของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วนรูปทรงที่หรูหราแสดงให้เห็นถึงปรัชญาการออกแบบลายเส้นที่เฉียบคมและความสวยงามสมัยใหม่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่น่าตื่นเต้นผสานรวมมรดกการออกแบบที่สืบทอดมายาวนานกว่า 94 ปีเพื่อนำทางสู่อนาคตแนวคิดการออกแบบใหม่นี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับรถยนต์หรูหราพลังงานไฟฟ้ารุ่นต่อไป

    โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบซ่อนและเทคโนโลยีไฟส่องสว่าง L.E.S.S. เส้นใยนาโนที่สร้างเอกลักษณ์ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน เส้นใยที่มีความหนาน้อยกว่า 1 มม. สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับการออกแบบได้เกือบทุกรูปแบบ ตัวไฟหน้าประกอบอยู่ในส่วนล่างที่ใช้การออกแบบเชิงเทคนิคอเนกประสงค์แบบเต็มความกว้าง ทำให้ช่วยระบายความร้อนและเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิก

    Pininfarina Pura Vision

    การเลือกใช้วัสดุภายนอกและสีโครงรถยังเน้นรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งด้วยพื้นผิวที่ซับซ้อนของตัวถังสี Bianco Sestriere แบบเงา ตัดกับชิ้นส่วนด้านล่างที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ห้องกระจกแคบและหลังคาแบบลอยตัวสีดำเงาด้านบน สัดส่วนหลังห้องโดยสารที่น่าทึ่งและระยะยื่นสั้นทำให้มีดูมีเค้าโครงที่ทรงพลังในขณะที่ล้ออัลลอยขนาด 23 นิ้วทำให้ดูแข็งแกร่งบริเวณยางยังมีแถบสีขาวที่ทำให้ภายนอกดูกลมกลืนและเพิ่มความหมายให้กับตัวล้อสีดำด้าน

    หลังคาพาโนรามาที่ทันสมัยช่วยเพิ่มความรู้สึกหรูหรามีระดับ ส่วนตรงกลางแบบ ‘บิสคอตโต’ ยังส่องสว่างด้วยวงแหวนไฟ LED ที่นุ่มนวล เชื่อมต่อกับกระจกบังลมขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าเข้ากับประตูท้ายที่ด้านหลัง โครง ‘บิสคอตโต’ ตรงกลางยังรองรับหน้าต่างด้านข้างแบบชิ้นเดียวชนิดโค้งขนาดใหญ่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของช่องเปิดประตูห้องโดยสารในแต่ละด้านแสดงให้เห็นถึงการออกแบบได้อย่างชัดเจนจากด้านบน

    ตัวบานพับยังถูกยกขึ้นอย่างมาก รองรับการเปิดแบบไร้เสาและประตูหลังแบบบานพับ ช่วยให้สามารถเข้าถึงห้องโดยสารได้อย่างไม่จำกัด ประตูห้องโดยสารยังได้แรงบันดาลใจจากการออกแบบแบบแบบไร้เสาของรถยนต์รุ่น Lancia Florida โดย Battista Farina ในยุค 50 และเป็นที่ชื่นชอบของผู้ก่อตั้งของปินินฟารินาครอบคลุมขอบกระจกด้านล่างชุบผิวอะลูมิเนียมที่ออกแบบอย่างแม่นยำรอบเรือนกระจกซึ่งเริ่มต้นจากกระจกบังลมตามด้วยส่วนโค้งที่สวยงามบริเวณโดยรอบ

    ตัวหลังคาทำจากชิ้นส่วนอะลูมิเนียม ประกอบด้วยกล้องมองหลังซึ่งแทนที่กระจกมองข้างแบบเดิมที่ด้านหน้า และรองรับดีไซน์พูรา วิชั่น ที่โดดเด่นด้านหลัง บริเวณท้ายตัวรถประกอบด้วยไฟ LED แนวนอนที่เพรียวบางเป็นพิเศษ และเรือนกระจกทรงเรียวที่เข้ากันได้ดีกับส่วนโค้งที่คมชัด ตัวรถยกสูงจากซุ้มล้อที่มีความคล้ายคลึงกับรถสปอร์ตมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อรวมเข้ากับหลังคาบิสคอตโตแบบใหม่แล้วจึงก่อให้เกิดรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเมื่อมองจากด้านบน บริเวณด้านล่างของตัวรถประกอบด้วยกันชนคาร์บอนไฟเบอร์ส่วนหน้า

    ตัดกับพื้นผิวและรูปทรงประติมากรรมของตัวรถส่วนบนด้วยความยาว: 5,215 มม. ความกว้าง: 2,147 มม. (รวมกระจก) ความสูง: 1,641 มม. ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ชุบอะลูมิเนียมแบบเปลือยภายนอก ยังใช้เศษอะลูมิเนียมจากล้อของพูรา วิชั่น เพื่อสร้างแผ่นป้องกันแบบสั่งทำพิเศษสำหรับประดับขอบประตู เพิ่มความอลังการเมื่อประตูเลานจ์ ดอร์ (Lounge Door) เปิดออก

    Pininfarina Pura Vision

    ภายในที่หรูหรายังเป็นไปตามหลักการเดียวกัน ตำแหน่งการขับขี่นั้นเหมือนกันกับรถสองที่นั่ง เพิ่มเติมด้วยความประทับใจโดยรวมของห้องโดยสารที่นุ่มนวล โปร่งสบาย และเป็นกันเอง ระบบส่งกำลังไฟฟ้าช่วยให้ห้องโดยสารมีขนาดกว้างขวางพร้อมพื้นเรียบที่ทำให้ดูกว้างขึ้น เสริมด้วยหลังคากระจกแบบพาโนรามาทั้งส่วนบน โครงสร้างภายนอกและภายในยังได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากเรือยอชต์สุดหรู

    เบาะนั่งด้านหน้าแบบ ‘ลอยได้’ ถูกแขวนไว้เหมือนฟอยล์ของเรือใบ ขณะที่คอนโซลกลางมีลักษณะคล้ายกับใบเรือ บริเวณด้านหลังพวงมาลัยประกอบด้วยแผงแดชบอร์ดขนาดกว้างที่ผสานกับภายนอกอย่างลงตัว มอบมุมมองขยายที่โดดเด่นของฝากระโปรงในห้องโดยสารใช้วัสดุที่ซับซ้อน วัสดุแท้

    วัสดุที่เน้นสัมผัสเป็นจุดเด่นที่สร้างความรู้สึกที่ไม่เหมือนใครในแง่ความหรูหราร่วมสมัยเบาะสีขาวทั้งสี่มาพร้อมแดชบอร์ดหนังชาร์โคลสีขาวและขอบประตูด้านบนที่มอบมุมมอง 360 องศาภายในตัวรถหนังกึ่งอะนิลีนเนื้อนุ่มผสมผสานกับผ้าทออันเป็นเอกลักษณ์ตลอดแนวภายในเข้ากันได้ดี

    Pininfarina Pura Vision

     

    พื้นผิวผ้าอันเป็นเอกลักษณ์บริเวณคอนโซลกลาง พนักพิงด้านบน และวัสดุบุหลังคาเกิดจากการผสมผสานระหว่างผ้าขนสัตว์ Nativa 30% และโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 70% เกิดเป็นรูปแบบลายก้างปลาผิวสัมผัสนุ่ม มาพร้อมโลโก้ปินินฟารินาที่เชื่อมด้วยไฟฟ้าบนพนักพิงศีรษะ แต่สิ่งทอที่ใหม่นี้ได้บรรลุมาตรฐานความทนทานของออโตโมบิลี ปินินฟารินาสำหรับยานยนต์ที่ใช้งานจริงอยู่แล้วยังแสดงให้เห็นได้จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจอแสดงผลส่วนกลางสามารถยกขึ้นจากคอนโซลได้เมื่อจำเป็น และพับเก็บได้เพื่อไม่ให้เกะกะ

    ขณะที่ลำโพงในพนักพิงศีรษะมอบโซนเสียงเฉพาะสำหรับผู้โดยสารแต่ละคน เพื่อประสบการณ์การเดินทางที่ตอบสนองความต้องการอย่างแท้จริง พื้นที่กระจกขนาดใหญ่ทำให้ผู้โดยสารทุกคนรู้สึกเชื่อมต่อกับสิ่งรอบข้าง เพิ่มอรรถรสในทุกการเดินทางด้วยตู้แช่ไวน์ในตัวระหว่างที่นั่งด้านหลังคู่ ช่วยให้ผู้โดยสารเพลิดเพลินไปกับความหรูหราร่วมสมัยในทุกความรู้สึก

    Pininfarina Pura Vision Pininfarina Pura Vision

    ส่วนสเปกไฟฟ้ายังไม่เผยข้อมูลแต่อย่างใดจนกว่า Pininfarina Pura Vision จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงวันที่ 17-20 สิงหาคมนี้ที่งาน Monterey Car Week โดยจะปรากฏพร้อมกับ Pininfarin Battista Edizione Nino Farina hyper GT ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ พร้อมรถยนต์รุ่นใหม่อีกรุ่นที่สวยงามไม่แพ้กัน และงานจัดแสดงรถยนต์ The Quail–A Motorsports Gathering ในวันที่ 18 สิงหาคม

     

     

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts