More

    MG ZS 2025 กับเรนเดอร์สุดเท่ก่อนเผยโฉมปลายปีนี้

    เข้าสู่ช่วงปลายโมเดลสำหรับ MG ZS เจนที่ 1 ขายมายาวนานถึง 7 ปี และยอดขายสูงในแต่ละประเทศและเจนที่ 2 พร้อมที่จะรับช่วงต่อความสำเร็จ

    ล่าสุด Carscoops เผยภาพเรนเดอร์ว่าที่เจนใหม่ของ MG ZS ด้วยหน้าตาคล้ายกับภาพสิทธิบัตรที่เคยนำเสนอไปด้วยหน้าตาทั้งคันใหญ่กว่าเจนปัจจุบันหล่อหรูด้วยไฟหน้า LED ทรงสปอร์ตด้านหน้าด้วยช่องระบายอากาศทรงรังผึ้งขนาดใหญ่ในชุดกันชนหน้าพร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED โลโก้ MG ติดบนกระจังหน้ากริตเตอร์ขอบใหญ่ขอบสีเดียวกับตัวรถ ประกบไฟหน้า LED ทรงสปอร์ต  ด้านข้างกลมกลืนด้วยเส้นสายลงตัว พร้อมกระจกมองข้างติดไฟเลี้ยว ที่เปิดประตูดึงก้าน ราวหลังคา

    ไฟท้าย LED แบ่งเป็นสองฝั่งไม่แนวยาว ย้ายตำแหน่งป้ายทะเบียนท้ายมาอยู่ข้างๆไฟท้าย พร้อมกันชนหลังดีไซน์เท่และล้ออัลลอยดีไซน์เท่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/55 R17 และขนาดเล็ก 16 นิ้ว นิ้วพร้อมยาง 215/60 R16 ทั้งเวอร์ชันสันดาปและไฟฟ้าตามารายงานอาจใช้แพลตฟอร์มต่างกันโดยเฉพาะ MG ZS EV อาจได้ใช้แพลตฟอร์ม Modular Scalable แบบเดียวกับ MG4 Electric

    ภายในมีความคล้ายกับรุ่น ZS เจนปัจจุบันในส่วนของช่องแอร์คู่ขอบสีเงินตรงบริเวณชุดแผงคอนโซลหน้าส่วนกลางกับจอสัมผัสระบบความบันเทิงขนาดใหญ่ ถัดลงมาเป็นปุ่มการทำงานของตัวรถแบบเปียโนมีความคล้ายกับ MG3 เจนใหม่และ MG4 Electric พร้อมกิ๊ปเกียร์อัตโนมัติดีไซน์ใหม่ขอบสีเงิน พร้อมปุ่มเบรกมือไฟฟ้ากับ Auto Hold และ ปุ่มโหมดการขับขี่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านดีไซน์สวยและมาตรวัดดิจิทัลแสดงผลอัจฉริยะ  (Digital Multi-function Display)

    ขุมพลังอาจยกมาจากเจนปัจจุบันแต่ปรับเรี่ยวแรงใหม่ดังนี้ เบนซินเทอร์โบหัวฉีด TGI 1.3 ลิตร ให้กำลังมากสุด 156 แรงม้าที่ 5,200-5,600 รอบต่อนาที แรงบิด 230 นิวตันเมตรที่ 1,800-4,400 รอบต่อนาที จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร VTi–TECH รหัส 15S4C ให้กำลัง 114 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT 8 สปีด

    MG

    เครื่องยนต์ไฮบริดก็มีกับรหัส 15S4C 1.5 ลิตร ยกมาจาก MG3 เจนใหม่ เป็นเบนซิน 1.5 ลิตร Hybrid Atkinson-cycle รหัส 15S4C กำลังสูงถึง 102 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 128 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์ จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังสามารถเร่งได้อย่างราบรื่นให้กำลังถึง 136 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-Ion ขนาดความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 1.83 kWh เมื่อทำงานร่วมกันได้แรงม้าสูงสุด 194 แรงม้า แรงบิด 425 นิวตันเมตร

    คู่กับเกียร์อัตโนมัติ Three-speed พร้อมการขับขี่ที่สามารถเลือกโหมดได้สามโหมด Eco, Standard และ Sport สามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าเพียวๆ 80 กิโลเมตร และยังมีโหมดการขับขี่พิเศษ Hybrid+ เลือกได้แบบอัตโนมัติทั้ง EV, Series, Series and Charge, Drive and Charge และ Parallel

    MG

    รุ่น ZS EV มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor และด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ Lithium-Ion มีความจุ 50.3 kWh ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อยู่ที่ 8.6 วินาที และด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีความจุ 50.3 kWh ทำให้สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดถึง 403 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC พร้อมมีระบบ Liquid Cooling System ช่วยระบายความร้อนให้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้า

    แบตเตอรี่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานความปลอดภัย IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น พร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) สามารถชาร์จในระหว่างขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ (Regenerative) สามารถเลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับ ได้ถึง 3 ระดับ พร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมด Eco โหมด Normal และโหมด Sport

    MGเบื่องต้นเตรียมเปิดตัวในช่วงปลายปี 2024 ตามแผนเปิดตัวรถใหม่ ครบทุกความต้องการทั้งรถเก๋ง รถเอสยูวี มาทุกขุมพลังทั้งสันดาปและอีวี และก่อนหน้านั้น MG HS เจเนอเรชันที่สามจะเปิดตัวในปีเดียวกัน ส่วนเมืองไทยพบกันแน่นอนทั้งสองรุ่น

    ที่มา Carscoops

     

     

     

     

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

    Latest Posts