เพิ่งจะเปิดตัวรุ่นปรับโฉมไปตั้งแต่ปีกลายสำหรับ Mercedes-Benz GLA เอสยูวีเล็กสุดในตระกูล G โดดเด่นคล่องตัวและเทคโนโลยีเหนือชั้น

ล่าสุดเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ของตระกูล GLA กับ Mercedes-Benz GLA 200 Night Edition รุ่นพิเศษที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ความสปอร์ต หนึ่งในรถยนต์ในเซกเมนต์ Entry Luxury ที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จทั้งในไทยและทั่วโลก
ภายนอกเด่น
ด้วยชุดแต่ง AMG Line และ Night Package รอบคันแบบสีดำเงาตั้งแต่ กระจังหน้าแบบ diamond radiator grille ทรงเดิมเส้นเดี่ยวแนวนอน มีตราสัญลักษณ์ของ Mercedes-Benz ตรงกลาง กันชนหน้าออกแบบเพิ่มกรอบขนาดใหญ่ให้ใหญ่ขึ้นซ้าย-ขวา รวมถึงส่วนล่างกันชนออกแบบช่องระบายอากาศเช่นกัน มาพร้อมไฟหน้าโคม LED High Performance
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวกับชุดแต่งชายล่าง ด้านท้ายมีไฟท้าย LED กันชนหลังคงเดิม พร้อมคิ้วท่อไอเสียคู่สองฝั่ง ตกแต่งรอบคันแบบ AMG BODYSTYLING อุปกรณ์กันกระแทกโครงหลังคาแบบ ALUMINIUM ให้ความรู้สึกผสมผสานระหว่างความสปอร์ตและหรูหรา พร้อมอำนวยความสะดวกด้วยระบบเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ (HANDS-FREE ACCESS) กุญแจแบบ KEYLESS-GO และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า รวมถึงล้ออัลลอยแบบ AMG multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 235/45 R20 ตัวรถใหญ่ขึ้นในรหัส H247
- ความยาว 4,436 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,849 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,605 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,729 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,570 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 43 ลิตร

ภายในแต่งเข้ม
ตกแต่งด้วยสีเทาแบบ ALUMINIUM TRIM ทั้งคอนโซลและบริเวณข้างประตูของห้องโดยสารตอนหน้า ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยสีเทา พร้อมการตัดเย็บตะเข็บเดินด้ายสีเทาแบบ grey stitching บนเบาะนั่งสไตล์สปอร์ตหุ้มหนัง ARTICO สลับกับ MICROCUT MICROFIBRE สีดำ โดยเบาะนั่งคู่หน้า สามารถปรับระดับด้วยไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำสำหรับตำแหน่งที่นั่งและระบบดันหลัง 4 ทิศทาง
เบาะนั่งตอน 2 ปรับได้แบบ 40:20:40 พร้อมพื้นที่สัมภาระมากถึง 435-1,430 ลิตร ติดตั้งไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient lighting) สามารถปรับได้กว่า 64 เฉด ที่จะช่วยเพิ่มความบันเทิงและความรื่นรมย์ขณะขับขี่ และโดยสารได้ในทุกช่วงเวลา

ติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสไตล์สปอร์ต 3 ก้าน พร้อมหน้าปัดแดชบอร์ดที่แสดงข้อมูล การขับขี่แบบ All-digital instrument display ซึ่งเชื่อมต่อกับหน้าจอแสดงผลบริเวณคอนโซลกลางขนาด 10.25 นิ้ว นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 2 โซน
ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless charging) สำหรับที่นั่งด้านหน้า และระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT (Eco, Comfort, Sport และ Individual) สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมเพื่อเพิ่มสุนทรียภาพในการขับขี่ พร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกอีกหลายรายการที่ถูกติดตั้งมาอย่างครบครัน
ในส่วนของระบบความบันเทิงและการสื่อสารมาพร้อมการปรับเปลี่ยนระบบปฏิบัติการมัลติมีเดีย MBUX7 และฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS และ Android (Apple Carplay™ & Android Auto™) ให้สามารถเชื่อมต่อความบันเทิงมาสู่ห้องโดยสารอย่างไร้รอยต่อรองรับการสั่งซื้อแอปพลิเคชันสำหรับรายงานสภาพการจราจรแบบออนไลน์ Live Traffic Information
ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารด้วยสัญญาณ LTE สำหรับบริการ Mercedes me connect ที่จะเปิดประตูสู่ฟังก์ชันระดับชั้นนำมากมายและยกระดับการใช้งานในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

ขุมพลังเดิมไม่มี Mild Hybrid
กับเบนซินเทอร์โบ 3 สูบ 1.3 ลิตร รหัส M282 ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ 1,620-4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7G-DCT ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตรในเวลา 8.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 142 กรัมต่อกิโลเมตร สามารถเติมน้ำมันสูงสุดถึง E85 ขับเคลื่อนล้อหน้า ระบบช่วงล่าง Comfort suspension แบบ ride-height lowering

ระบบความปลอดภัย
- ช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist)
- ช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist with PARKTRONIC)
- แจ้งเตือนขณะเปิดประตูรถ (Exit Warning)
- รักษาความเร็ว (CRUISE CONTROL)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive High Beam Assist)
ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light) เตือนเพื่อนํารถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator ถุงลมนิรภัยด้านหน้าและด้านข้างอย่างละ 2 ตำแหน่ง และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program) เบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) เบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist เตือนแรงดันลมยาง (tire pressure loss warning system) กล้องมองภาพด้านหลัง แจ้งเตือนสถานะเข็มขัดนิรภัยสําหรับผู้โดยสารตอนหลัง และชุดอุปกรณ์ปะยางฉุกเฉินแบบ TIREFIT

Mercedes-Benz GLA 200 Night Edition ประกอบในประเทศขายในราคา 2,58,000 บาท มาพร้อม 3 สี ทั้ง สีดำ (Cosmos Black) สีเงิน (Iridium Silver) และสีใหม่ สีเทา (MANUFAKTUR alpine grey solid)










