Chery Exeed Exlantix ES รุ่นปรับโฉม พ่วงระบบขับสี่ AWD หวด 0-100 ใน 4.9 วินาที

Exeed แบรนด์รถยนต์พรีเมียมในเครือ Chery เผยโฉมซีดานหรู Exlantix ES รุ่นปี 2026 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ก่อนหน้าการเปิดจองล่วงหน้า (Pre-sales) อย่างเป็นทางการในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ โดยสื่อยานยนต์จีนอย่าง Autohome รายงานว่า การปรับโฉมบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่ระบบขับขี่อัจฉริยะและเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารเป็นหลัก

Chery Exeed Exlantix ES

Chery Exeed Exlantix ESในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอกส่วนใหญ่ยังคงรักษาเส้นสายของรุ่นปัจจุบันเอาไว้ โดยรุ่นขยายระยะทางหรือ EREV ยังคงใช้ดีไซน์กระจังหน้าแบบมีช่องดักลมเฉพาะรุ่น ขณะที่เวอร์ชันไฟฟ้า 100% (BEV) จะได้ระบบไฟหน้า LED ที่สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลตามสั่งได้ จุดต่างสำคัญของรุ่นปรับปรุงใหม่นี้จะอยู่ที่การดีไซน์กันชนท้ายใหม่, การติดตั้งสปอยเลอร์หลังแบบ Active (ยก-เก็บไฟฟ้า), ช่องจัดระเบียบการไหลของลม (Airflow Channels) บริเวณประตูรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และออปชันระดับตัวแรงอย่างชุดคาลิเปอร์เบรกแบบฟิกซ์ (Fixed Brake Callipers) ขนาด 6 พ็อต

Chery Exeed Exlantix ES

การเปลี่ยนแปลงที่เรียกเสียงฮือฮาที่สุดคือการยัดระบบช่วยเหลือการขับขี่ “Falcon 700” เข้ามา โดยทาง Exeed ระบุว่าระบบนี้เป็นการถอดรหัสอัลกอริทึมมาจากระบบที่ใช้ในรถแท็กซี่ไร้คนขับ ซึ่งทำงานผ่านคลังแสงเซนเซอร์รอบคันถึง 27 ตัว ประกอบด้วย กล้อง 11 ตัว, เรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว และทีเด็ดคือระบบ LiDAR ที่ติดตั้งอยู่บนหลังคารถ

การจัดเต็มฮาร์ดแวร์ชุดนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความแม่นยำในการตรวจจับสภาพแวดล้อม ทั้งสำหรับการขับขี่ในเมือง, บนไฮเวย์ และระบบจอดรถอัตโนมัติ ซึ่งตัว LiDAR จะเข้ามาทำหน้าที่อุดรอยรั่ว คอยป้อนข้อมูลสภาพแวดล้อมในสภาวะที่ทัศนวิสัยย่ำแย่ หรือในเส้นทางจราจรที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นจุดบอดที่ระบบนำทางแบบใช้กล้องเพียวๆ มักจะจัดการไม่ได้

ชิป Snapdragon 8295P ขับเคลื่อนห้องโดยสารสมองกล AI

เปิดประตูมาดูภายในห้องโดยสาร Exlantix ES ยังคงรักษาเลย์เอาท์แบบมินิมอลตามพิมพ์นิยม โดดเด่นด้วยหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลและหน้าจอกลาง Infotainment แบบลอยตัว

แต่สิ่งที่อัปเกรดขึ้นคือระบบประมวลผลภายในห้องโดยสารที่เปลี่ยนมาใช้ชิปเซ็ตระดับเทพอย่าง Qualcomm Snapdragon 8295P ทำงานร่วมกับโมเดล AI ขนาดใหญ่ ภายใต้ชื่อ Carmind AI ซึ่งเป็นขุมพลังขับเคลื่อนห้องโดยสารอัจฉริยะ “AI Lingxi” เวอร์ชันใหม่ การอัปเกรดแพลตฟอร์มการประมวลผลในครั้งนี้ตั้งใจทำมาเพื่อเพิ่มความเร็วในการตอบสนองของระบบ, ระบบสั่งการด้วยเสียงที่ลื่นไหลขึ้น และการปรับโหมดห้องโดยสารให้เข้ากับสถานการณ์การขับขี่โดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงเรื่องความง่ายในการใช้งานอีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มปุ่มกด Shortcut กลับมาที่คอนโซลกลาง, การเปลี่ยนช่องแอร์ให้สามารถใช้มือปรับทิศทางลมได้เอง (แทนที่ระบบเดิมที่ต้องสั่งงานผ่านหน้าจอสัมผัส) รวมถึงการรื้อดีไซน์ชิ้นส่วนตกแต่งภายในห้องโดยสารใหม่อีกหลายจุด

ขุมพลังยกชุดเดิม สายหมอบตีนต้นยังอยู่ครบ

ทาง Exeed ยังไม่มีการประกาศปรับเปลี่ยนไส้ในของขุมพลัง ดังนั้นตัวเลขสเปคทางเทคนิคส่วนใหญ่คาดว่าจะยังคงอ้างอิงจากไลน์อัพรุ่นปัจจุบัน:

  • เวอร์ชัน EREV (ไฮบริดเสียบปลั๊กปั่นไฟ): เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบ ทำหน้าที่เป็น Range Extender ปั่นกระแสไฟ จับคู่กับระบบขับเคลื่อนล้อหลังมอเตอร์เดี่ยว 195 กิโลวัตต์ หรือออปชันโหดขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD มอเตอร์คู่ กำลัง 345 กิโลวัตต์ โดยทั้งสองเวอร์ชันสามารถวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกล 255 กม. (มาตรฐาน CLTC) ขณะที่รุ่นขับสี่ AWD ตัวปัจจุบันทำระยะทางวิ่งรวมน้ำมันและไฟฟ้าได้ไกลถึง 1,645 กม. (CLTC)

  • เวอร์ชัน EV (ไฟฟ้า 100%): มีคอมบิเนชันให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ความแรง 185 กิโลวัตต์ ไปจนถึงตัวโหด 353 กิโลวัตต์ ทำระยะทางวิ่งได้ไกลสุดถึง 880 กม. (CLTC) ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อน ซึ่งข้อมูลจากเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลของจีนระบุว่า รุ่น EV สเปคปี 2026 จะมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดความจุ 97.7 kWh ทำระยะทางวิ่งได้สูงสุด 860 กม.

สำหรับสายเพอร์ฟอร์มานซ์ ตัวรถจะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ “Snow Leopard AWD 2.0” ทำหน้าที่กระจายแรงบิดหน้า-หลังแบบแปรผันตามสถานการณ์ จับคู่กับช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ (Double-wishbone) และด้านหลังแบบมัลติลิงก์ 5 จุด (Five-link) โดยทาง Exeed เคลมตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ไว้ที่ 4.9 วินาที และมีระยะเบรกหยุดนิ่งจากความเร็ว 100 กม./ชม. อยู่ที่ 34.8 เมตร เท่านั้น

เทคโนโลยีล้นคัน แต่ยอดขายยังคงสวนทาง

แม้จะประเคนเทคโนโลยีเข้ามาแน่นเอี๊ยด แต่ Chery Exeed Exlantix ES ก็ยังคงเป็นหนึ่งในโมเดลที่ทำยอดขายได้น้อยที่สุดของแบรนด์ Exeed ในประเทศจีน โดยข้อมูลจาก China EV DataTracker ระบุว่า ยอดขายในประเทศเดือนเมษายน 2026 ดิ่งลงมาเหลือเพียง 31 คันเท่านั้น (ลดลงจากเดือนมีนาคมที่ทำได้ 147 คัน) หากย้อนดูสถิติช่วงที่รถรุ่นนี้ทำผลงานได้ดีที่สุดคือเดือนมิถุนายน 2025 ซึ่งมียอดส่งมอบอยู่ที่ 2,228 คัน

การส่งรุ่นปรับปรุงโฉมปี 2026 ลงสู่สนามรบในครั้งนี้ เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่ Chery กำลังเดินหน้าขยายทัพไลน์อัพของแบรนด์ Exlantix ทั้งในตลาดบ้านเกิดและตลาดต่างประเทศ โดยเรื่องของ “ราคาจำหน่าย” และรายละเอียดสเปคย่อยทั้งหมด จะถูกประกาศอย่างเป็นทางการทันทีที่ระบบ Pre-sales เริ่มเปิดรับจองในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ครับ

Source: CarNewsChina

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts