นอกจากเปิดตัว XPENG P7+ รุ่นปรับโฉมแล้วยังเปิดตัว XPENG G7 เอสยูวีเทคโนโลยี AI ขุมพลังไฟฟ้าขยายระยะทาง EREV ภายใต้ชื่อ Super Range Extended

เวอร์ชันเปลี่ยนน้ำมันเป็นไฟฟ้าด้วยขุมพลังใหม่ไฟฟ้าขยายะระยะทาง สำหรับ XPENG G7 EREV หรือ XPENG G7 Super Range Extended
ภายนอกเหมือนรุ่นอีวี
โดดเด่นด้วยดีไซน์ด้านหน้าที่ล้ำสมัยพร้อม ไฟหน้า LED ที่ฝังอยู่ในกันชนหน้าและแถบไฟ DRL (Daytime Running Light) แบบยาว ด้านหน้าเป็นกระจังหน้าแบบทึบพร้อมโลโก้ XPENG กันชนหน้ามีช่องระบายอากาศสีดำขนาดใหญ่ที่สามารถปิด-เปิดได้ เพื่อลดแรงต้านลม
ด้านข้างมาพร้อมกระจกรถทรงโอเปร่าแบบไร้กรอบ (Frameless Door) กระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยว LED และมือจับประตูที่เรียบเนียนไปกับตัวถังรถ ส่วนด้านท้ายมีดีไซน์สวยงามด้วย ไฟท้าย LED แนวนอน ล้อมรอบด้วยโลโก้ XPENG และสปอยเลอร์หลังสีดำแบบ LED แนวนอนที่ติดอยู่บนกระจกหลัง
ล้ออัลลอยมีให้เลือกทั้งขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/55R19) และ 20 นิ้ว พร้อมยาง 255/45R20 จาก Michelin และดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีดำ XPENG G7 สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEPA 2.0 ที่ให้ความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นโดยมิติต่างจากรุ่นอีวีเล็กน้อยตั้งแต่
- ความยาว 4,918 มิลลิเมตร (ยาวกว่ารุ่นอีวี 26 มิลลิเมตร)
- ความกว้าง 1,925 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,655 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,890 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,245-2,255 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร

ภายใน
ภายในยกมาจากเวอร์ชันอีวีด้วยห้องโดยสารติดตั้งจอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ที่รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Full Scenario Voice Assistant 2.0 ซึ่งสามารถรับคำสั่งเสียงแบบต่อเนื่องได้แบบ Real-time, รองรับการใช้งานแบบมัลติโซน และการใช้งานแบบออฟไลน์ นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตเฟิร์มแวร์และซอฟต์แวร์อัตโนมัติแบบ OTA (Over The Air) เพื่อให้รถมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอยู่เสมอ
ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon SA8295P ช่วยให้สามารถแสดงระบบนำทางแบบ 3 มิติได้ แผงคอนโซลหน้าดีไซน์เรียบง่ายพร้อมมาตรวัดความเร็วขนาด 10.25 นิ้ว และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้าน บริเวณคอนโซลกลางติดตั้งที่ชาร์จมือถือไร้สายกำลังไฟสูง 50W 2 จุด และ 1 จุดบริเวณที่พักแขนเบาะหลัง และลำโพง 20 จุดพร้อมเทคโนโลยีเสียงรอบทิศทาง 7.1.4 ให้เสียงแบบพาโนรามาพร้อมการปรับเอฟเฟกต์เสียงต่างๆ
มาพร้อมหลังคาพาโนรามิกขนาด 2.17 ตารางเมตร ที่สามารถป้องกันรังสี UV ได้ 99.9% และป้องกันรังสีอินฟราเรดได้ 97.6% นอกจากนี้ยังมีไฟ Ambient Light ที่ปรับได้ถึง 256 สี จอด้านหลังแบบสตรีมมิ่งขนาด 8 นิ้วที่ให้ความคมชัดแม้ในเวลากลางคืนหรือฝนตก ติดตั้งกระจกมองหลังอัจฉริยะมีหน้าจอขนาด 9 นิ้ว

อีกหนึ่งความล้ำสมัยคือระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้าแบบ AR-HUD “Light Pursuit Panorama” ขนาด 87 นิ้ว ที่พัฒนาร่วมกับ Huawei โดยรองรับระบบนำทาง AR แสดงข้อมูลถนนจริง ทางแยกที่ซับซ้อน และการแจ้งเตือนเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ พร้อมคุณสมบัติลดการสั่น ลดความเพี้ยน และความหน่วง
วัสดุภายในที่เป็นไมโครไฟเบอร์เพดานหุ้มหลังคารถ พร้อมโทนสีภายใน 4 สีเบาะนั่งเป็นแบบกึ่งหนังแท้ NAPPA ปรับไฟฟ้าคู่หน้าพร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศ เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 มีพื้นที่ในการขนของมากถึง 2,277 ลิตร และ 779 ลิตรกรณีไม่พับเบาะ ช่องเก็บของในรถ 38 จุด และระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ (ENC+RNC)
ขุมพลัง EREV Extended-Range Electric Vehicle
ด้วยเบนซิน 1.5 ลิตร รหัส DAM15NTE ให้กำลัง 150 แรงม้าจับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบ ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร 296 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร และ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ความจุแบตเตอรี่ 386 กิโลเมตร (NEDC) วิ่งไกลทั้งระบบ 1,704 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 1,644 กิโลเมตร (NEDC)
มาพร้อมแพลตฟอร์มแรงดันไฟฟ้า 800V และแบตเตอรี่ชาร์จเร็ว 5C DC สามารถชาร์จไฟให้ได้ระยะสูงถึง 314 กิโลเมตรภายใน 12 นาที
โหมดการขับขี่ให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ Comfort, Standard, Sport และ Personalized พร้อมระบบชาร์จกลับ X-Pedal Energy Recovery ที่ปรับได้ 4 ระดับ (Off/Low/Medium/High) พวงมาลัยไฟฟ้าและแป้นเบรกสามารถปรับน้ำหนักได้ 3 โหมด (Comfort/Standard/Sport)
รองรับการชาร์จทั้งกระแสสลับ (AC) และมีฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) ขนาด 3.3 kW ช่วงล่างเป็นแบบอิสระ 4 ล้อ โดยด้านหน้าเป็นแบบ Double Wishbone และด้านหลังเป็นแบบ Multi-Link

ความปลอดภัย
มาพร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติที่ทำงานด้วย AI Eagle Eye ซึ่งใช้กล้องที่มีความคมชัดสูง 10 เท่า รองรับ HDR และมีระยะการมองเห็นที่คมชัด พร้อมความสามารถในการรับรู้ที่เพิ่มขึ้น และทำงานได้ดีในสภาพแสงน้อยและย้อนแสง เทียบเท่ากับระบบ XNGP ด้วยชิป Turing AI ที่พัฒนาโดย XPENG
ในรุ่นท็อปสุดมีการติดตั้งชิปประมวลผลถึง 2-3 ตัว ให้พลังประมวลผลรวมกว่า 2,250 TOPS ซึ่งเทียบเท่ากับชิป Nvidia Orin-X 9 ตัว รองรับการขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง NGP (Navigation Guided Pilot) ทั้งในเมืองและบนทางหลวง พร้อมระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติแบบ End-to-End และระบบความปลอดภัย ADAS (Advanced Driver-Assistance Systems)

XPENG G7 EREV หรือ XPENG G7 Super Range Extended พร้อมสีภายนอกคาดมาทั้งหมด 6 สีทั้ง สีเทา dark gray, สีบรอนซ์เงิน silver, สีขาว white, สีดำ black, สีครีม beige และสีเขียว green เปิดราคาจีน 2 รุ่นย่อยเริ่มต้น 195,800-205,800 YUAN หรือราว 885,000-929,000 บาท ติดตั้งชิป Nvidia Drive Orin 2 ตัว ให้กำลังการประมวลผล 508 TOPS ทำงานร่วมกับ ADAS พื้นฐาน
มีรุ่น ULTRA SE ติดตั้งชิป AI Turing 2 สองตัว ให้กำลังการประมวลผล 1,500 TOPS ระบบนี้รองรับโมเดล Vision Language Action (VLA) รุ่นที่สอง เพิ่มเงิน 12,000 YUAN หรือราว 55,000 บาท
และยังมีรุ่น ULTRA ADAS ที่มีชิป AI Turing 3 ในราคา ให้พลังการคำนวณรวมสูงถึง 2,250 TOPS ในราคา 20,000 YUAN หรือราว 91,000 บาท และเปิดตัวพร้อมกับเวอร์ชันอีวีล้วน MY2026
ที่มา CarNewsChina











