ก่อนหน้านี้มีประเด็นร้อนแรงจนกลายเป็นปรากฏการณ์ยานยนต์ปี 2568 เมื่อค่ายรถยนต์ NETA มีข่าวด้านลบอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับโกยเงินกลับจีนและถอนการลงทุนในไทย แม้ว่าช่วงกลางปีที่ผ่านมาจะมีความเคลื่อนไหวออกแถลงการณ์เพื่อสยบข่าวลือ แต่สถานการณ์ล่าสุดกลับยิ่งตอกย้ำความชัดเจน เมื่อ กรมสรรพสามิตลุยฟ้อง ไล่สืบทรัพย์เรียกเงินอุดหนุน EV คืน เพื่อรักษาผลประโยชน์
สรรพสามิตเตรียมฟ้องเพื่อรักษาผลประโยชน์
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า จากกรณีที่ เนต้า (NETA) ค่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากประเทศจีน ได้ถอนการลงทุนในประเทศไทยกลับเมืองจีนไปแล้วนั้น ขณะนี้ กรมสรรพสามิต อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการฟ้องร้อง เพื่อดำเนินคดีติดตามและสืบทรัพย์สินของค่ายรถยนต์ดังกล่าว
ซึ่ง NETA ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ภายใต้มาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้ง EV3 และ EV3.5 ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยจะมีการติดตามสืบทรัพย์จาก บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ที่จดทะเบียนประเทศไทย เนื่องจากกฎหมายไม่สามารถไปไล่เบี้ยได้ถึงบริษัทในจีน
เล็งไล่เบี้ยแบงก์การันตี จากผลของ EV 3.0
แหล่งข่าวระบุว่า จากการที่ กรมสรรพสามิตลุยฟ้อง NETA ในส่วนของการได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการ EV 3.0 ทาง NETA ใช้วิธี จ้างโรงงานในประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเข้าใจว่ามีการวาง แบงก์การันตี ไว้เป็นหลักประกัน
“ต้องติดตามทรัพย์สินให้ได้เงินกลับคืนมา โดยในส่วนที่ได้รับการส่งเสริมตามมาตรการ EV3.0 ทางเนต้ามีการจ้างโรงงานในประเทศไทยผลิตให้ ซึ่งเข้าใจว่ามีการวางแบงก์การันตีกันไว้ด้วย คงต้องไปไล่เบี้ยติดตามจากบริษัทที่รับจ้างผลิตตรงนั้น” แหล่งข่าวกล่าว
ตรวจสอบทรัพย์สินที่เหลือ สำหรับ EV 3.5
การเข้าร่วมมาตรการ EV 3.5 ทาง เนต้า ได้ระบุเงื่อนไขไว้ชัดเจนว่า จะเป็นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเองในประเทศไทย ซึ่งภาครัฐจะต้องตรวจสอบว่าปัจจุบันยังมีทรัพย์สินใดหลงเหลืออยู่บ้าง
“ EV3.5 ทางเนต้าระบุเงื่อนไขไว้ว่า จะผลิตเอง ก็ต้องดูว่า ทรัพย์สินมีอะไรเหลือบ้าง อย่างไรก็ดี การฟ้องร้องก็คงฟ้องได้แต่บริษัทที่จดทะเบียนในไทย” แหล่งข่าวกล่าวต่อจากเดิม
อย่างไรก็ตาม เท่าที่ประเมินทรัพย์สินของเนต้าที่เหลืออยู่ คาดว่าคงไม่เพียงพอต่อเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจ่ายไปก่อนหน้านี้ ซึ่งภาครัฐสามารถดำเนินการได้เพียงเท่าที่กฎหมายเอื้ออำนวย และหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับ การตัดสินใจในระดับนโยบาย ว่าจะมีแนวทางจัดการอย่างไรต่อไป
ย้อนปมดราม่ากลางปี 68 สู่การระงับจ่ายเงินอุดหนุน
ก่อนหน้านี้ ช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัท เนต้า ไทยแลนด์ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีมีข่าวลือในโซเชียลเกี่ยวกับความชัดเจนของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจในประเทศไทยต่อ และพร้อมพัฒนาในเรื่องบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้น
ขณะที่ทางกระทรวงการคลังได้ชะลอการจ่ายเงินอุดหนุน 1.5 แสนบาทต่อคัน ให้แก่เนต้า หลังพบว่า บริษัท ไม่สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยได้ตามเงื่อนไขของมาตรการ EV 3.0 ของรัฐบาลไทย หลังจากที่มีการจ่ายเงินอุดหนุนให้ไปกว่า 2,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาสภาผู้บริโภค ได้ดำเนินการฟ้องคดีในรูปแบบ คดีกลุ่ม (Class Action) เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า NETA หลังมีผู้ร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- การส่งมอบทะเบียนป้ายขาวล่าช้า
- การขาดแคลนอะไหล่สำหรับซ่อมบำรุง
- ความไม่พร้อมของศูนย์บริการ
โดยคดีดังกล่าวได้ยื่นฟ้อง บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ในฐานะผู้นำเข้า และ บริษัท บางชันเยนเนอรัลเอเซมบลี จำกัด ในฐานะผู้ประกอบและจำหน่าย รวมถึงฟ้องกรรมการของทั้งสองบริษัทให้ร่วมรับผิดในฐานะจำเลย
SCB EIC วิเคราะห์ตลาดรถยนต์ ปี 69
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) วิเคราะห์ว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ ในประเทศไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง และคาดว่าตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป รถยนต์ไฟฟ้า จะมีส่วนแบ่งตลาด เกินครึ่งหนึ่งของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด
โดยรถยนต์ไฮบริดมีแนวโน้มเติบโตประมาณ 16% ในปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า โดยผู้ผลิตจากญี่ปุ่นจะครองความเป็นผู้นำตลาดผ่านกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่
- การเพิ่มกำลังการผลิตรถไฮบริดในประเทศไทย
- การพัฒนาโมเดลไฮบริดให้มีความหลากหลายทั้งด้านดีไซน์ ระดับราคา และสมรรถนะการขับขี่
ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความสนใจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เนื่องจากแบรนด์ส่วนใหญ่เป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน มีความมั่นคง และมีความสำหรับบริการหลังการขายและอะไหล่ยนต์
ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าล้วน BEV คาดว่าจะเติบโต 18% ในปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนจากความพร้อมที่เพิ่มขึ้นของ EV Ecosystem รวมถึงแนวโน้มผู้บริโภคที่หันมาเลือกซื้อ BEV ที่ผลิตในไทย แต่ยังเผชิญความท้าทายด้าน การเสื่อมราคาที่ปรับลดลงอย่างรวดเร็ว และ เบี้ยประกันภัยที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจกระทบต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคโดยตรง
ข้อมูลข่าวจาก : prachachat.net
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่:car2day.com










