การเดินทางด้วยรถบริการสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังจะมีความหลากหลายและก้าวล้ำกว่าเดิม เมื่อ Grab ร่วมมือ GAC ขับเคลื่อนการเดินทางยุคใหม่ ผ่านเทคโนโลยีและยานยนต์พลังงานไฟฟ้า
Grab แอปพลิเคชันบริการขนส่งอัจฉริยะชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ GAC ผู้นำด้านยานยนต์อัจฉริยะระดับโลก เพื่อยกระดับระบบรถรับส่งและผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีแผนนำรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 20,000 คัน เข้าสู่การให้บริการในประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเพิ่มจำนวนและความหลากหลายของรถ EV ให้สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานจริงของทั้งคนขับและผู้โดยสารได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
รถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การรับ-ส่ง
สำหรับการที่ Grab ร่วมมือ GAC จะมีการนำรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นยอดนิยมมาให้บริการ ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการในสิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม รวมถึง ประเทศไทย
โดยรถยนต์แต่ละรุ่นถูกพัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้งานรถรับส่งโดยเฉพาะ ทั้งด้านความปลอดภัย ระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จ และความสะดวกสบายในการใช้งาน
AION Y
รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นขายดีของ GAC โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย ห้องโดยสารกว้างขวาง และการจัดสรรพื้นที่ใช้งานที่เหมาะกับการให้บริการรับส่งผู้โดยสาร โดยเฉพาะกลุ่มแท็กซี่ไฟฟ้าและบริการรับส่งจากสนามบินระดับพรีเมียม
AION V
รถยนต์ SUV ไฟฟ้าที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP มีจุดเด่นด้านความปลอดภัย ระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จ และพื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมทั้งกลุ่มผู้ให้บริการแท็กซี่ไฟฟ้าและรถรับส่งสนามบินระดับพรีเมียม
AION ES
รถซีดานไฟฟ้าที่เน้นความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ มาพร้อมห้องโดยสารที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ และระยะทางการขับขี่ที่เหมาะสมต่อการใช้งานต่อเนื่อง จนได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ให้บริการแท็กซี่ไฟฟ้าในหลายประเทศ
โดยรถทั้ง 3 รุ่น ถูกพัฒนามาเพื่อตอบสนองการใช้งานรถรับส่งโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นประตูที่สามารถเปิดได้กว้างถึง 90 องศา เพิ่มความสะดวกในการขึ้น-ลงรถ รวมถึงพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ช่วยยกระดับความสะดวกสบายให้แก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ความสะดวกจากการเชื่อมต่อ
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือการผสานแอปพลิเคชัน Grab Driver เข้ากับระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ หรือ Intelligent Cockpit System ของ GAC โดยตรง ช่วยให้คนขับสามารถดูเส้นทางนำทาง และรับข้อมูลสำคัญจากแพลตฟอร์ม Grab เช่น พื้นที่ที่มีความต้องการเรียกรถสูง การแจ้งเตือนด้านความปลอดภัย และข้อมูลจราจรแบบเรียลไทม์ ผ่านหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ของรถยนต์
การเชื่อมต่อระบบดังกล่าวช่วยลดความจำเป็นในการใช้งานอุปกรณ์หลายเครื่อง ลดภาระทางสายตา และช่วยให้คนขับสามารถโฟกัสกับการขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การรับงานและให้บริการผู้โดยสารเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น
สำหรับคนขับ Grab ที่สนใจ สามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้า GAC ได้ทั้งในรูปแบบ การเช่ารถไฟฟ้ามาใช้งาน หรือเข้าร่วมโครงการสนับสนุนการเป็นเจ้าของรถ ผ่านโปรแกรมสินเชื่อและแผนการผ่อนชำระของ Grab
มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
Philipp Kandal ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Grab Holdings กล่าวว่า แกร็บมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยเสริมศักยภาพให้กับคนขับมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้คนขับ Grab ได้เข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้า GAC ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Grab ในการเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน
ซึ่งยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ GAC ภายใต้แนวคิด “Tech-Driven GAC, Advancing Global Reach with a Full-Chain Ecosystem” ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งตัวรถ เทคโนโลยี บริการ และการดำเนินงานในระดับสากล
สำหรับภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยรายงาน Global EV Outlook 2568 สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคมีการเพิ่มขึ้นเกือบ 50% ในปี 2567 ตอกย้ำการขยายตัวของตลาดยานยนต์พลังงานสะอาดในภูมิภาค
Grab ระบุว่า บริษัทจะเดินหน้าทำหน้าที่เสมือน แพลตฟอร์มทดสอบการใช้งานจริง สำหรับผู้ผลิตและนักพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานจากสภาพการขับขี่จริง ผ่านการขยายโอกาสในการเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ควบคู่กับการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟฟ้า ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายสถานีชาร์จ และการส่งเสริมการใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มผู้บริโภคทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในงานมหกรรมรวมพลคนขับแท็กซี่ GAC AION Thailand ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Grab Thailand โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันอุตสาหกรรมขนส่งสาธารณะของไทยให้ก้าวเข้าสู่ยุค “Green Mobility” หรือการเดินทางด้วยพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ
ข้อมูลและรูปภาพจาก : grab.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com












