การจอดรถกลับด้านสวนเลนการวิ่ง จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเลย แต่เชื่อว่าหลายคนอาจไม่รู้ หรือรู้แต่เพราะความเคยชิน เห็นว่าคนอื่นทำได้เลยคิดว่าไม่เป็นไร โดยเฉพาะการจอดรถตามซอย ตามถนนเส้นรอง หรือหน้าร้านสะดวกซื้อ ใช้วิธีการขับสวนเลนนิดหน่อย แล้วจอดเสียบฝั่งตรงข้าม ซึ่งดูเหมือนง่ายและประหยัดเวลา แต่ความจริงคือ การจอดรถหันหัวสวนทางกับทิศทางการจราจร ผิดกฎหมายเต็ม ๆแถม มีโทษปรับอีกต่างหาก

จอดแบบนี้ ผิดแบบไหน?
การจอดรถกลับด้านสวนเลนการวิ่ง เป็นการนำรถไปจอดในช่องหรือการจอดริมทาง แต่หันหัวรถไปในทิศทางตรงข้ามกับรถที่มีการสัญจรบนถนน ซึ่งตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ได้กำหนดหลักการจอดรถไว้ชัดเจน
- ผู้ขับขี่ ต้องจอดรถทางด้านซ้ายของทางเดินรถ
- ต้องจอดให้ ด้านซ้ายของรถขนานชิดกับขอบทางหรือไหล่ทาง
- ระยะห่างจากขอบทาง ไม่เกิน 25 เซนติเมตร
- ต้องจอด ไปในทิศทางเดียวกับรถที่สัญจร
- ห้ามจอดในระยะ 10 เมตรจากทางร่วม ทางแยก หรือในทางโค้ง เพื่อไม่ให้บดบังการมองเห็นของผู้ใช้ถนน
ในส่วนของการ หยุดรถหรือจอดรถ กฎหมายได้กำหนดว่า ผู้ขับขี่ต้องแสดงสัญญาณให้ผู้ใช้ทางคนอื่นรับรู้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้สัญญาณมือ แขน หรือไฟสัญญาณ ก่อนจะหยุดหรือจอดรถในระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร และสามารถหยุดหรือจอดได้ก็ต่อเมื่อมั่นใจว่า มีความปลอดภัยและไม่กีดขวางการจราจรของรถคันอื่น
โดยผู้ที่กระทำความผิดจะต้องเสียค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 500 บาท
ทำไมเรื่องแค่นี้ ถึงผิดกฎหมาย?
การจอดรถกลับด้านสวนเลนการวิ่ง อาจส่งผลกระทบร้ายแรงและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ เหตุผลหลักๆ คือ
- ไฟหน้าแยงตา โดยเฉพาะกลางคืนรถที่จอดสวนเลนจะหันไฟหน้าใส่รถที่วิ่งมา ทำให้มองถนนได้ไม่ชัด ประเมินระยะยากขึ้น
- ออกตัวกินพื้นที่ เพราะต้องยื่นหัวรถออกมามากกว่าปกติ ใช้พื้นที่ถนนเยอะ เสี่ยงตัดหน้ารถที่วิ่งตามเลนปกติ
- สร้างความสับสนต่อผู้ใช้ถนน เกิดความเข้าใจผิดคิดว่ารถกำลังสวนเลน อาจตัดสินเบรกหรือหักหลบกะทันหัน จนเกิดอุบัติเหตุได้
ซึ่งกฎหมายมีเคยคำวินิจฉัยจากศาลฎีกา (5556/2533) ยืนยันว่า การจอดรถชิดขอบทาง แต่หันหัวสวนทางการจราจร ถือเป็นความผิด
ดังนั้น หากเจอที่จอดรถอยู่ใกล้ ๆ แต่เป็นทิศทางตรงข้าม อย่าเพิ่งใจร้อนหักรถสวนไปจอด แนะนำให้ขับรถเพื่อหาจุดกลับรถที่ปลอดภัย แล้ววนกลับมาเข้าจอดให้ถูกทิศทาง จะช่วยเลี่ยงการเสียค่าปรับที่ไม่จำเป็น ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ถนนได้
ข้อมูลและรูปภาพจาก : amarintv.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com











