MG เตรียมเปิดตัวรถใหม่มากถึง 9 รุ่นภายใน 2 ปี และหนึ่งในนั้นมี MG4 URBAN เข้ามาด้วยหลังเผย MG4 MY26 MG IM5 และ MG MAXUS 9

ล่าสุด MG4 URBAN พรางตัวทั้งคันติดป้าย TC ทดสอบในไทยเป็นที่เรียบร้อยก่อนที่จะเปิดตัวต้องขอขอบคุณทาง ComeBackCar ไว้ด้วยนะครับ คันนี้ขายไทยคู่กับ MG4 MY2026
กระจังหน้าทรงทึบแบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ (Active grille) ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL แบบ LED และไฟหน้า LED 3 ดวงเล็กในโคมทรงเรียบง่าย กันชนหน้าทรงสปอร์ตพร้อมช่องระบายอากาศแบ่ง 2 ฝั่งทรงสี่เหลี่ยมคางหมูคล้าย MG CYBERSTER ประดับด้วยคิ้วชายล่างสีดำใต้กันชนหน้า
ด้านข้างมาแบบเสา A ทรงตั้งพร้อมหลังคารถสีดำหรือสีเดียวกับตัวรถให้เลือก หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ หรือ เสาหลังคามาแบบสีขาวและสีเดียวกับตัวรถให้เลือก พอร์ตชาร์จอยู่ที่บังโคลนหน้าด้านซ้าย กระจกมองข้างทรงสปูน ที่เปิดประตูดึงก้าน
สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 LED ไฟท้าย LED แนวยาวโดยไฟท้าย 2 ฝั่งมาในลายธงยูเนียนแจ็คแบบ LED กันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ
ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 17 นิ้วพร้อมยาง 205/50R17 สร้างจากแพลตฟอร์มไฟฟ้าล้วน SAIC’s E3 pure electric architecture platform ออกแบบมาโดยเฉพาะกับรถไฟฟ้า

ภายในส่วนระบบจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์อัจฉริยะแบบลอยตัว ขนาด 12.8 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8155 รองรับการเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์ม การสะท้อนหน้าจอมือถือไปยังหน้าจอสัมผัสหรือ Mirroring สั่งงานด้วยเสียง สั่งงานด้วยท่าทางหรือการใช้นิ้วสั่ง Gesture Based Navigation
ฟีเจอร์เพิ่มเติมประกอบด้วยการโต้ตอบด้วย AI เล่นแอปพลิเคชันมือถือผ่านหน้าจอสัมผัส และการผสานการทำงานแบบไร้สายกับ Apple CarPlay และ Android Auto ด้วยระบบ Smart Mobility ทำให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างราบรื่น รองรับฟังก์ชันกุญแจดิจิทัล (Digital Key)
รวมถึง การจอดรถระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-air (OTA) พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงห้วตัดท้ายตัด 3 ก้าน พร้อมปุ่มการทำงานที่เหลือเพียง 5 ปุ่มใต้จอพร้อมช่องแอร์แนวนอน 2 ช่อง แท่นชาร์จไร้สาย 15 วัตต์พร้อมระบบระบายอากาศแบบแอคทีฟติดตั้งอยู่ภายในคอนโซลกลาง
ผสานเข้ากับพื้นผิวสัมผัสที่นุ่มนวล เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการออกแบบเรียกว่า “Swan Wing” มุ่งเน้นความสมดุลระหว่างความสง่างามทางสายตาและความเรียบง่าย พร้อมหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามามีม่านบังแดดในตัว
เบาะนั่งคู่หน้าออกแบบโครงเบาะรองรับกับสรีรศาสตร์ที่ดีขึ้นพร้อมระบบระบายอากาศและระบบทำความร้อนโดยตัวเบาะมีความยาว 503 มิลลิเมตร ออกแบบที่วางเท้าของอุโมงค์วางเท้าสำหรับผู้ขับขี่มีมุมเหยียบแป้นแบน 46.4 องศา เพื่อลดแรงกดตอนเหยียบคันเร่งและเบรกในยามเดินทางไกล โดยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
พนักพิงเบาะนั่งใช้โครงสร้างแบบชิ้นเดียวเพื่อการรองรับสรีระ ปรับเอนได้สุด 27 องศาและยังพับแบบ 60/40 ได้ และช่องเก็บของมากถึง 30 จุด ด้านสัมภาระด้านท้ายมีความจุก่อนพับเบาะ 382 ลิตร และพับเบาะ 1,266 ลิตร และช่องเก็บของใต้พื้นสัมภาระด้านท้าย 98 ลิตร

จอมาตรวัดความเร็วสี TFT ลอยตัว 7 นิ้ว พร้อมลำโพง 6 จุด ช่องเสียบ USB-C 2 จุดหน้า และ 1 จุดหลัง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมีกรองอากาศ PM 2.5 กระจกมองหลังตัดแสง
กุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Key) พร้อมปุ่ม Push Start เบรกมือไฟฟ้า และ Auto Hold NVH LUXURY SILENCE SPACE เพิ่มฟิล์มกันเสียงและแผ่นซับเสียงภายในห้องโดยสาร ระบบ Intelligent smart access

พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า 2 ทางเลือกทั้งคู่ให้ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เริ่มที่รุ่น Long Range ความจุแบตอรี่ลิเธียมไอออนเป็นขนาด 54 kWh จากสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 387.6 V ให้กำลัง 160 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
วิ่งไกลสุด 405 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 476 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จได้ทั้ง AC กำลัง 6.6 kW 10-100% ภายใน 9 ชั่วโมงและ DC 10-80% กำลังสูงสุด 150 kW ภายใน 30 นาที
รุ่น Standard Range ความจุแบตอรี่ลิเธียมไอออนเป็นขนาด 43 kWh จากสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 364.8 V ให้กำลัง 150 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 316 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 372 กิโลเมตร (NEDC)
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 9 วินาที ชาร์จได้ทั้ง AC กำลัง 6.6 kW 10-100% ภายใน 7.5 ชั่วโมงและ DC 10-80% กำลังสูงสุด 150 kW ภายใน 28 นาที
พร้อมโหมดการขับขี่ 5 โหมดทั้ง
- Snow
- Economy
- Standard
- Sport
- Custom
ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) 3 ระดับ ได้แก่ ระดับต่ำ กลาง สูง รองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 3.3 kW พร้อมคันเร่งแบบ One Pedal ช่วยให้ขับขี่ได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแบบแมคเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังทอชันบีม พร้อมความปลอดภ้ย ADAS MG4 URBAN เตรียมเปิดตัวในไทยช่วงไตรมาสที่ 2 ปีนี้
ที่มาภาพ ComeBackCar











