ต้อนรับงาน Bangkok Motor Show ค่าย CHERY เปิดตัว CHERY V23 ทรงกล่องจิ๋วพร้อม 2 สีใหม่เฉพาะรุ่นสร้างสีสันให้ตลาดคึกคัก

สำหรับ 2 สีใหม่นี้มีทั้งสีเทา “Latte Gray และ สีม่วงพิเศษ “Pop Purple (Limited Edition)” ประจำการเฉพาะ CHERY V23 รุ่น PLUS ขับเคลื่อน 2 ล้อ
เพิ่มสีใหม่แต่หน้าตายังคงเดิม

ยกมาจากรุ่น PLUS ตั้งแต่ ไฟหน้า LED ทรงกลมพร้อมไฟ DRL แบบ LED 2 เส้นในโคมเดียวกัน และเส้นแนวนอนขอบไฟหน้า พร้อมกระจังหน้าทรงทึบสีดำคาดเส้นแนวนอนสีเดียวกับตัวรถติดตรา CHERY กันชนหน้าแนวนนอนกลมกลืนกับชุดบังโคลนหน้าพร้อมไฟเลี้ยว LED บริเวณด้านล่างของกันชนด้านหน้าติดตั้งเรดาห์ตรวจจับ (Transparent Radar) เพื่อแสดงมุมกล้องรอบคัน 540 องศา
ด้านข้างมีความคล้ายกับ Land Rover Defender ดีไซน์เสา A-D เน้นความเหลี่ยมและหนักแน่นดุดันให้กับตัวรถสุดเท่ด้วย ช่องระบายอากาศแนวตั้งสีดำติดที่บังโคลนหน้าซ้าย-ขวา กระจกมองข้างทรงตั้ง ติดตั้งมือจับประตูแบบซ่อนเข้ากับตัวรถพร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างเพื่อความสะดวกในการใช้งาน
คิ้วขอบล้อทรง 4 เหลี่ยมดุดัน และเสา C กับ D มาในทรงทึบไม่มีกระจก ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 255/55 R19 และบันไดด้านข้างแบบติดตั้งถาวร (Fix Sidestep) เพื่อความสะดวกในการขึ้น-ลง
ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้าย LED ขนาดเล็กแนวนอน พร้อมฝาท้ายเปิดบานใหญ่แบบเปิดด้านข้างและปิดด้วยระบบดูดไฟฟ้า กันชนหลังใหม่สีเดียวกับตัวรถพร้อมไฟถอย LED พร้อมกล่องขนาดเล็กลงเก็บสัมภาระในตำแหน่งเดียวกับที่ห้อยยางอะไหล่สไตล์รถลุยยุค 90 ติดตั้งไฟเบรกเพิ่มเข้ามาพร้อมกล้องมองหลัง รวมทั้งเรดาห์ตรวจจับ (Transparent Radar) บริเวณมุมด้านขวา-ซ้ายของกันชนหลัง

ตัวรถมีขนาดเล็กกว่ารุ่นพี่ iCAR 03 และ iCAR 03T แม้จะอยู่ในพิกัดไซซ์คอมแพ็ค จากแพลตฟอร์ม i-MS Platform โดยโครงสร้างตัวรถแบบเหล็กและอะลูมีเนียม ตั้งแต่
- ความยาว 4,220 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,915 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,845 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,735 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 1,710 กิโลกรัม
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 205 มิลลิเมตร

ภายในปรับคลุกเคล้าเข้ากันเริ่มที่พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน เปลี่ยนมาใช้โลโก้ตัวอักษรแทนตัว i ออกแบบหนังสัมผัสใหม่รูปตัวยูที่แผงคอนโซลหน้าทรงถึกสี่เหลี่ยมพร้อมออปชันเด่นทั้ง มาตรวัดดิจิทัล LCD รวมในจอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.4 นิ้วชัดแบบ 2.5 K

ประมวลแม่นยำด้วยชิฟ Qualcomm Snapdragon 8155 อัพเดททั้งเฟิร์มแวร์และซอฟท์แวร์อัตโนมัติผ่านระบบออนไลน์ (OTA-Over The Air) ช่วยให้มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยตลอดเวลา และทำให้ผู้ขับได้ใช้สิ่งที่ใหม่และทันสมัยก่อนใคร พร้อมลำโพง 7 จุด
ระบบปรับอุณหภูมิของเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าของรถ ที่สามารถช่วยระบายอากาศเพิ่มความสบายขณะขับขี่ในทุกสภาพอากาศ รองรับการขับขี่ออฟโรดด้วยวัสดุภายในที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและให้ความรู้สึกสบายสำหรับผู้ขับขี่ กุญแจแบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ NFC (NFC Card)

ห้องโดยสารนั่งสบายมาพร้อมกับเบาะนั่งฟังก์ชันเพิ่มเติมมากมายระดับเฟิร์สคลาสที่ช่วยเพิ่มความสะดวกอาทิ เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะที่นั่ง (Memory seat) ระบบรองน่องปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง (4-Way Electric Leg support) มีกล่องเก็บของด้านท้ายความจุ 90 ลิตร และเมื่อพับเบาะแบบ 50/50 มีพื้นที่ 834 ลิตร และโทนสีภายในสีดำ

ภายในส่วนกลางบริเวณที่พักแขน (Armrest) ที่มีพื้นที่จัดเก็บของภายในมากมาย พร้อมทั้งยังถูกออกแบบมาให้ช่วยลดความรู้สึกของระยะห่างระหว่างผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้าอีกด้วย แผงประตูยังมีการออกแบบที่กระชับมั่นคง ด้วยมือจับประตูทรงเรียบหรู
สวิตช์กระจกอิเล็กทรอนิกส์และมือจับประตูภายในที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านความปลอดภัยไปพร้อมกับความฉลาดล้ำของผู้ขับขี่รุ่นใหม่
ขุมพลังอีวีขับเคลื่อนล้อหลัง

ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Qida Permanent magnet Motor พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP จาก CATL ด้วยรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 59.93 kWh ให้กำลัง 136 แรงม้า แรงบิด 180 นิวตันเมตร
วิ่งได้ไกลสุด 360 กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จกระแสตรง (DC) กำลังแบตเตอรี่จาก 20%-80% ใช้เวลาประมาณ 36 นาที และ กระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 6.6 kW
มาพร้อมโหมดการขับขี่ ECO, Normal, Sport ความเร็วสูงสุด 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้ ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ 3.3 kW และระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking)

พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และ ด้านหลังมัลติลิงก์ ขับลุยน้ำลึกได้ถึง 600 มิลลิเมตร รวมทั้งโครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแกร่งผลิตจากเหล็กที่มีความทนทานสูง 68% พร้อมความปลอดภัย ADAS
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Auto Emergency Braking)
- เตือนการชนด้านหน้า FCW (Front Collision Warning)
- เตือนการชนด้านหลัง RCW (Rear Collision Warning)
- เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
- เตือนก่อนเปิดประตูรถ DOW (Door Open Warning)
- เตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร LKA (Lane Keeping Assist)
- เตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
- ป้องกันรถออกนอกช่องจราจร LDP (Lane Departure Prevention)
- ปรับไฟสูงต่ำอัตโนมัติ HBA (High Beam Assist)
กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา ถุงลมนิรภัยรอบคัน ช่วยออกตัวรถ (Departure Assist) ล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Active Walk Away) กุญแจคียการ์ดระบบ NFC Keyless ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Assist Control) ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control) ไฟส่องสว่างนำทาง (Follow-Me-Home Light)

CHERY V23 รุ่น PLUS มีสีให้เลือกถึง 7 สี ทั้ง สีเขียว Dynamic Green สีส้ม Vibe Orange สีขาว Sporty White สีดำ Ignite Black สีเงิน Sparkle Silver รวม 2 สีใหม่ สีเทา Latte Gray และ สีม่วงพิเศษ Pop Purple (Limited Edition) ในราคาเดิมดังนี้
- PLUS 2WD ราคา 759,900 บาท
- PLUS 2WD สีม่วงพิเศษ Pop Purple (Limited Edition) ราคา 769,900 บาท










