More

    MG IM5 2026 ขายไทยรุ่นเดียวขับหลังวิ่งไกล 860 กม. เปิดราคา 24 มี.ค.

    อีกไม่กี่วัน MG IM5 2026 เก๋งพรีเมียมทรงสปอร์ตเตรียมที่จะเปิดตัวและราคาอย่างเป็นทางการภายในงาน Bangkok Motor Show 

    MG IM5 2026

    MG IM5 2026 หรือชื่อในจีนว่า IM L6 จำหน่ายในจีนตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2024 และทำตลาดต่างประเทศทั้งเอเชีย โอชิเนีย และยุโรป ขายทั้งแบบพวงมาลัยขวาและซ้ายจนมาถึงเมืองไทยเป็นรายล่าสุด

    MG IM5 2026 MG IM5 2026 MG IM5 2026

    หน้าตามีกลิ่นไอสไตล์ยุโรป เริ่มที่กระจังหน้าทรงทึบดีไซน์ใหม่ออกแบบคิ้วชายล่างต่อเนื่องชิ้นเดียวรวมถึงคิ้วมุมกันชนหน้าซ้าย-ขวารูปตัว C ไฟหน้า LED และไฟ DRL แบบ LED รูปตัวแอลมาแบบรมดำ

    ด้านข้างเท่ด้วย หลังคากระจกพาโนรามิก กระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวกระจกรถแบบไร้กรอบ Frameless แบบโอเปร่า ที่เปิดประตูแบบเก็บซ่อนในตัวรถ (Hidden Door Handle) คิ้วชายล่างประตูสีดำ ไฟท้าย LED รมดำดีไซน์รูปตัวเอยาวจากซ้ายไปขวารับกับฝาท้ายมีสปอยเลอร์ในตัวพร้อมฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบ เตะเปิดอัตโนมัติ

    ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ขนาดยางหน้า 245/40 R20 และขนาดยางหลัง 275/30 R20 จาก PIRELLI P-ZERO คันนี้มาในร่างซีดานท้ายลาด โหลดตัวให้เตี้ยลงเพื่อเน้นความเป็นเก๋งพรีเมียมจากพื้นฐานร่วมกับรุ่น MG IM6 (IM LS6) โดยมีขนาดตัวรถมีดังนี้

    • ความยาว 4,931 มิลลิเมตร
    • ความกว้าง 1,960 มิลลิเมตร
    • ความสูง 1,474 มิลลิเมตร
    • ระยะฐานล้อ 2,950 มิลลิเมตร
    • ระยะต่ำสุดจากพื้น 120 มิลลิเมตร
    • น้ำหนักรถ 2,210 กิโลกรัม
    • ความจุช่องสัมภาระด้านหน้า 18 ลิตร

    MG IM5 2026

    ปรับเล็กน้อยให้เข้ากับความเป็นเก๋งตั้งแต่ คอนโซลหน้ามีจอลอยตัวแบบ Intelligent Immersive Touch Screens 2 จอขนาดใหญ่ มีทั้งหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิทัลรวมกันขนาด 26.3 นิ้ว และหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 10.5 นิ้ว สำหรับควบคุมส่วนต่าง ๆ ภายในรถ เชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android แบบไร้สาย

    ระบบสั่งการอัจฉริยะ IM OS เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ ช่องเชื่อมต่อ USB TYPE C จำนวน 3 จุด ดีไซน์คอนโซลหน้าเน้นความเรียบหรูด้วยวัสดุ Soft Touch ที่วางแก้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง

    MG IM5 2026

    รองรับการชาร์จแบบไร้สายกำลังไฟสูงสุด 50 วัตต์ (Wireless Charger) ลำโพงรอบทิศทาง 20 จุด  7.1.4 Spatial Audio ประกอบด้วย ลำโพงรอบทิศทาง 16 จุด และลำโพงบริเวณหลังคา 4 จุด พร้อมเทคโนโลยี Road Noise Cancellation(RNC) ช่วยลดเสียงรบกวน ต่างๆ Interactive Ambient Light ที่สามารถเปลี่ยนได้ 256 เฉดสี

    กระจกไฟฟ้า One Touch Up-Down ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกโซนอิสระ พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5 ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่พักแขนตอนกลาง พร้อมกล่อง cooling box

    มีระบบกุญแจอัจฉริยะ Keyless Entry พร้อมการ์ด NFC สำหรับแปะเพื่อล็อกและปลดล็อกตัวรถ เบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake) ป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)

    MG IM5 2026 MG IM5 2026

    ให้ความนุ่มนวลและสบายในทุกที่นั่งด้วยเบาะนั่ง POPO Sofa ทรงขนมปัง พร้อมสัมผัสพรีเมียมโดยหุ้มด้วยวัสดุสังเคราะห์ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง โดยเบาะคู่หน้าเป็นแบบระบายความร้อน

    เบาะนั่งด้านหลังพนักพิงพับได้ 60:40 พื้นที่สัมภาระด้านท้ายมีความจุ 457 ลิตร และ 1,290 ลิตรกรณีพับเบาะพร้อมที่เก็บสัมภาระเพิ่มเติมที่ท้ายรถได้อีก 69 ลิตรและเบาะนั่งหน้าฝั่งคนนั่งปรับไฟฟ้าเอนเบาะได้สุด 121 องศาและพนักพิงเบาะนั่งหลังเพิ่มมุมอีก 19-37 องศา พร้อมตกแต่งภายในโทนสีทูโทน เทา–ดำ ที่สะท้อนความเรียบหรูและทันสมัยในทุกมิติ

    เพิ่มเติมความพิเศษด้วย IM MAG HUB อุปกรณ์เสริมติดแม่เหล็กภายในตัวรถ เพื่อใช้ติดตั้งแอคเซสเซอรี่ต่าง ๆ อาทิ โคมไฟ กระจกแต่งหน้า ไฟอ่านหนังสือ ฯลฯ ซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์เฉพาะจาก SAIC เพื่อครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานรถอย่างแท้จริง

    ขุมพลังไฟฟ้า 800 V

    MG IM5 2026

    จากแบตเตอรี่ลิเธียมไออนแบบ NCM 100 kWh ขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 875V พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 407 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ให้ 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.9 วินาที วิ่งไกลสุด 860 กิโลเมตร (NEDC) ความเร็วสูงสุด 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    มาพร้อมการชาร์จแบบ DC Fast Charge 10–80% ภายใน 18 นาที กำลังไฟสูงสุด 396 kW และ AC กำลังไฟสูงสุด 11 kW

    พร้อมเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะและระบบรองรับขั้นสูงโหมดขับขี่ 5 แบบ Eco, Comfort, Sport, Custom, Super Eco ดึงไฟสำรองให้วิ่งเพิ่มได้ 80 กิโลเมตร มีระบบ Cooling System ลดความร้อน 15°C ภายใน 30 วินาที

    MG IM5 2026

    ระบบกู้คืนพลังงาน (Kinetic Energy Recovery System) KERS ได้ถึง 2 ระดับ กับ Vehicle to Load (V2L) เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 6.6 kW

    ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ โดยด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone และด้านหลังแบบอิสระ Multi-Link พร้อมช่วงล่างถุงลมอัตโนมัติ (Intelligent Air Suspension) สามารถปรับสูง-ต่ำได้ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับความสูงปกติ (Standard) ปรับเตี้ยลง 5 เซนติเมตร และปรับสูงขึ้น 2 เซนติเมตร ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่องระบายความร้อน จาก Continental

    มีระบบเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (Intelligent Four-Wheel Steering System) พร้อมระบบช่วยในการถอยจอดข้างทางด้วยระบบเลี้ยว 4 ล้อ พร้อมปรับระยะห่างจากขอบทางตามที่กำหนดโดยอัตโนมัติ (One Touch Curbside)

    ฟังก์ชัน Crab Mode เพื่อปรับมุมทั้ง 4 ล้อ ในมุมเดียวกัน เพื่อทำการเคลื่อนรถออกจากพื้นที่จำกัดได้ง่ายยิ่งขึ้น พวงมาลัยไฟฟ้าให้รัศมีวงเลี้ยว 4.99 เมตร ทำให้ขับเลี้ยวและเข้าออกในพื้นที่แคบได้อย่างง่ายดาย

    ความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป

    MG IM5 2026

    • ระบบอัจฉริยะแสดงผลในที่มืดและฝนตก (Intelligent Rainy Night Mode)
    • ตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
    • ตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System)
    • ช่วยเบรก AEB (Automatic Emergency Braking)
    • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
    • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LCC (Lane Centering Control)
    • ช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
    • ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
    • ช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ ISA (Intelligent Speed Assistance)
    • แสดงข้อมูลจำกัดความเร็ว SLIF (Speed Limit Information Function)
    • ช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ DLC (Demand Lane Change)
    • ช่วยเสริมการมองเห็นของผู้ขับขี่แบบรอบด้าน PVSS (Proactive Vision Supplement System)
    • ช่วยเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
    • ช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
    • ช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
    • ช่วยเบรกขณะถอย RCTB (Rear Cross Traffic Braking)
    • ช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
    • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (FOLLOW ME HOME)
    • ช่วยจอดรถอัจฉริยะ ครอบคลุมทั้ง PDC (Park Distance Control) และ APA (Auto Park Assist) ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ กล้อง และเรดาร์รอบคัน มากถึง 24 ตำแหน่ง
    • Intelligent Scene Modes เพิ่มเติม Pet Mode ให้สัตว์เลี้ยงรอในห้องโดยสารอย่างเย็นสบาย โดยระบบปรับอากาศยังทำงานปกติในขณะล็อกรถ และ Nap Mode มีการปรับเบาะเอนลงให้ผู้ขับได้รับความผ่อนคลาย สามารถตั้งเวลาในการทำงาน และแจ้งเตือนได้

    MG IM5 2026

    ป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-Lock Brake System) กระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution) เสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) ควบคุมการทรงตัว VDC (Vehicle Dynamic Control System)

    ควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HHC (Hill Hold Control)

    เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control) สัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal) ตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX

    ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และตรงกลางเบาะนั่งคนขับ กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) พร้อมสัญญาณเตือนระยะด้านหน้าและหลัง

    MG IM5 2026

    MG IM5 หนึ่งในรุ่นใหม่ของค่ายเตรียมสานต่อยอดขายในไทยปีนี้เข้าเป้าถึง 30,000 คันขายรุ่นเดียวคือรุ่น Premium LONG RANGE เตรียมเปิดตัวและราคาจำหน่ายที่งาน Bangkok Motor Show ในวันที่ 24 มีนาคม (จัดแสดงวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน) พร้อมสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่

    • สีแดง Matisse Red
    • สีขาว Raphael Beige
    • สีดำ Ares Black
    • สีเทา Rembrandt Grey
    • สีฟ้า Nevis Blue

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts