More

    Ford Ranger Super Duty ตัวโหด V6 ดีเซล 210 ม้า เปิดราคาที่ Motor Show

    Ford พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวและราคาอย่างเป็นทางการกับ Ford Ranger Super Duty กระบะขาโหดลุยสู้ทุกงานกับพลังแรงดีเซล V6

    Ford Ranger Super Duty

    Ford Ranger Super Duty นำพื้นฐานของ Ford Ranger มาขยายความกว้างแบบ Wide Body แต่งดิบๆคล้าย เพื่อนร่วมค่าย Ford Ranger Raptor

    เน้นโหดดุอย่างแท้จริง

    Ford Ranger Super Duty Ford Ranger Super Duty Ford Ranger Super Duty

    ตั้งแต่กระจังหน้าทรงดุสีดำแบบตาข่ายทอเปิดพร้อมปีกกระจังหน้าซ้าย-ขวา ฝากระบะหน้าออกแบบใหม่ปั้มคำว่า Super Duty บนขอบฝากระโปรงรับกับ ไฟหน้า Projector แบบ LED พร้อมไฟส่องเวลากลางวัน LED Daytime รูปตัว C ในโคมเดียวกัน

    ชุดกันชนหน้าทรงเข้มแบบอิสระจากกระจังหน้าติดตั้งไฟตัดหมอกหน้า LED โดยเป็นกันขนเหล็กยึดกับโครงรถโดยตรง ทำให้กันชนมีความแข็งแรงและรองรับน้ำหนักได้ดีขึ้น สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมขนาดเล็กเพิ่มเติม ยังช่วยเพิ่มการป้องกันด้านหน้าจากการกระแทกและช่วยปกป้องตัวรถจากอุปสรรคต่างๆ ขณะขับขี่ออฟโรดได้

    ด้านข้างออกแบบใหม่ตั้งแต่คิ้วขอบล้อสีดำทรงเหลี่ยม กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงโตกว่าเดิม บันไดข้างใหม่สีดำสุดเข้ม บันไดข้างดีไซน์เข้ม ไฟท้ายสีขาวแดง LED พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ที่เหยียบข้างกระบะท้ายกับกันชนหลังติดมาให้จากโรงงานและล้อเหล็กดีไซน์เฉพาะขนาด 18 นิ้ว น็อตล้อ 8 รู พร้อมยาง AT จาก General Grabber 275/70 R18 มิติตัวถังดังนี้

    • ความยาว 5,447 มิลลิเมตร
    • ความกว้าง 2,032 มิลลิเมตร
    • ความสูง 1,975 มิลลิเมตร
    • ระยะฐานล้อ 3,270 มิลลิเมตร
    • ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 296 มิลลิเมตร
    • ความสามารถในการลุยน้ำ 850 มิลลิเมตร
    • ความจุถังน้ำมัน 130 ลิตร พร้อมแผ่นกันกระแทกเหล็ก

    ภายในเน้นการใช้งาน

    Ford Ranger Super Duty

    ออกแบบให้มีความสะดวกสบายและล้ำสมัย พร้อมความทนทานและสามารถรองรับการใช้งานจริงได้ ภายในตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ ‘SUPER DUTY’ ที่แผงคอนโซลหน้า

    Ford Ranger Super Duty

    ออปชันครบครันไม่ว่าจะเป็นหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ 12 นิ้ว ซึ่งมาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC4A® รุ่นล่าสุด พร้อม FordPass Connect ที่ไม่เพียงช่วยเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิง แต่ยังแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับรถได้อย่างชัดเจน เชื่อมต่อ Apple Car Play ไร้สาย Android Auto และ Bluetooth กับลำโพง 6 จุด มาตวัดดิจิทัลแบบสีขนาด 8 นิ้ว

    เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวาพร้อมช่องแอร์ด้านหลัง ช่องต่อ USB 2 จุด พร้อมช่องต่อไฟ 12 V 1 ช่อง พร้อมช่องต่อไฟ 230 V (400 W) 1 ช่อง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน ปุ่ม Push Start แท่นชาร์จไฟไร้สาย ช่องต่อ USB บนกระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติพร้อมช่องเสียบ USB ไล่ฝ้ากระจกหลัง

    Ford Ranger Super Duty

    Ford Ranger Super Duty

    Integrated Device Mounting System (IDMS) ที่ติดตั้งมาจากโรงงานเลย เพื่อให้ลูกค้าติดตั้งอุปกรณ์ทำงานได้อย่างลงตัว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ติดตั้ง IDMS มาให้จากโรงงาน เบาะนั่งคนขับ-คนนั่งปรับสูงต่ำได้ 8 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้าหุ้มด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้

    Ford Ranger Super Duty

    ติดตั้งช่องต่อ AUX 6 ตัวพร้อมสวิตช์เหนือคอนโซลที่ต่อวงจรเข้ากับกล่องจ่ายไฟ รองรับการปรับแต่งและใช้งานอุปกรณ์เสริมได้อย่างสะดวกโดย  สวิตช์ที่เดินสายไว้แล้วตามจุดต่างๆ ที่อุปกรณ์เสริมส่วนใหญ่มักได้รับการติดตั้ง ทั้งใต้ฝากระโปรงหน้ารถ กระจังหน้า และบริเวณกระบะท้าย ทำให้การใช้งานรถสะดวกและเต็มที่มากขึ้น ไม่ว่าคุณจะใช้ทำงาน ตั้งแคมป์กับครอบครัว หรือออกผจญภัย

    ขุมพลังเป็นดีเซล

    Ford Ranger Super Duty

    ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว V6 ในรหัส BFWS ขนาด 3.0 ลิตร Power Stroke ปรับกำลังลดลงเหลือ 210 แรงม้าที่ 3,250 รอบต่อนาที แรงบิด 600 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,250 รอบต่อนาที รองรับ EURO6 ต้องเติมน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล (DEF) หรือ AdBlue และรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงไบโอดีเซลที่มีส่วนผสมไม่เกิน 20% (B20)

    Ford Ranger Super Duty

    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รุ่น 10R80 e-Shifter อัดแน่นด้วยด้วยสมรรถนะออฟโรดตั้งแต่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time 4WD แบบ e-Shifter (4H,4L และ 4A) ที่มาพร้อมเกียร์ทรานสเฟอร์แบบ 2 จังหวะ (On-Demand Two-Speed Electromechanical transfer case–EMTC) มีโหมดการขับขี่ Terrain Management System 7 โหมดทั้ง

    • โหมดปกติ Normal (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L)
    • โหมดประหยัด Eco (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L)
    • โหมดลากจูงและบรรทุก Tow/Haul (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L)
    • โหมดทางลื่น Slippery (ใช้เฉพาะ 4H)
    • โหมดทราย Sand (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L)
    • โหมดโคลน Mud/Ruts (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L)
    • โหมดไต่โขดหิน Rock Crawl (ใช้ได้เฉพาะ 4L)

    ระบบล็อกเฟืองท้ายหน้าและหลังแบบไฟฟ้า ให้แรงยึดเกาะสูง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อการขับขี่ออฟโรด (Trail Control) และช่วยเลี้ยวบนเส้นทางออฟโรด (Trail Turn Assist)

    Ford Ranger Super Duty

    โครงสร้างที่ได้รับการอัปเกรดใหม่แข็งแรงขึ้น มีน้ำหนักมากกว่าโครงปกติของเรนเจอร์ทั่วไปถึง 70–80 กิโลกรัม เนื่องจากใช้โลหะที่มีความหนากว่าและมีจุดเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มเติม เพื่อให้รับกับสมรรถนะเพื่อการบรรทุกและลากจูงของหนักได้อย่างเต็มที่

    แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถแบบ Heavy Duty ปกป้องบริเวณเฟืองหน้า เกียร์ และชุดส่งกำลัง ด้วยวัสดุเหล็กหนา 3.6 มิลลิเมตร โดยแผ่นกันกระแทกบริเวณถังน้ำมันมีความหนัก 130 กิโลกรัม ออกแบบมาให้เป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้าง ช่วยรองรับการเคลื่อนผ่านสิ่งกีดขวางได้

    Ford Ranger Super Duty

    พร้อมมอบความสามารถที่เหนือกว่าหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ลากจูงได้มากขึ้น บรรทุกได้มากขึ้นโดยรองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุก (Gross Vehicle Mass-GVM) สูงสุดถึง 4,500 กิโลกรัม ให้คุณ ‘ทำได้’ มากขึ้น น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุกและลากจูง (Gross Combined Mass-GCM) สูงสุดถึง 8,000 กิโลกรัม

    ช่วงล่างล่างอัปเกรดใหม่ทั้งหมด

    Ford Ranger Super Duty

    พร้อมโครงใหม่และแหนบหลังที่ยาวขึ้น ออกแบบเฉพาะเพื่อเพิ่มความสามารถบรรทุกและลากจูง ด้วยปีกนกมีความหนามากที่สุด มีความแข็งแรงและออกแบบมาเพื่อบรรทุกหนัก  จุดยึดสปริงและปีกนกล่างปรับให้ยกสูง เพื่อป้องกันการกระแทกเมื่อใช้งานออฟโรด เพลาขับหน้าและหลังที่พัฒนาใหม่ให้แข็งแรงขึ้น

    เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักได้มากขึ้นเฟืองท้ายแบบใหม่ ซึ่งเป็นเฟืองท้ายที่ใหญ่และแข็งแรงที่สุดที่เคยติดตั้งในฟอร์ด เรนเจอร์ ตั้งแต่เคยผลิตมา พร้อมช่วงล่างหน้าแบบเฮฟวี่ดิวตี้ อิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลงและช่วงล่างหลังแบบแหนบซ้อนเฮฟวี่ดิวตี้ 4 แผ่นขนาดใหญ่ พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ และพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า พร้อมความปลอดภัยทั้ง

    • ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop & Go และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Adaptive Cruise Control with Stop-and-Go and Lane Centering
    • เปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ Auto High-Beam
    • ช่วยเบรกอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน Automatic Emergency Braking with Pedestrian Detection
    • เตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning with Brake Support
    • ช่วยควบคุมรถหลังจากชน Multi-Collision Brake
    • ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง  Lane Departure Warning
    • ตรวจจับรถในจุดบอดและระบบตรวจจับขณะออกจากช่องจอด Blind Spot Information System with Cross-Traffic Alert and Braking
    • ป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง Reverse Brake Assist
    • ช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ Evasive Steer Assist

    Ford Ranger Super Duty

    กล้องมองรอบคัน 360 องศา พร้อมกล้องมองหลังขณะถอยจอด ถุงลมนิรภัย 7 จุด รอบคัน รวมถุงลมบริเวณหัวเข่า ช่วยโทรฉุกเฉิน ป้องกันล้อล็อก ABS กระจายแรงเบรก EBD เสริมแรงเบรก BA ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ป้องกันล้อหมุนฟรี TCS ช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA

    ลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM ควบคุมความเร็วขณะลงเขา HDC สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและด้านหลังรวมกัน 8 จุด (หน้า 4 จุด หลัง 4 จุด) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ3 จุด พร้อมระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยด้านหลังทั้งสามที่นั่งแบบ 3 จุด จุดยึดสำหรับเบาะนั่งเด็ก ISOFIX ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer สัญญาณกันขโมย ตรวจวัดแรงดันลมยาง

    Ford Ranger Super Duty

    Ford Ranger Super Duty สุดยอดรถกระบะสำหรับภารกิจหนักตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทั้งกลุ่มนักเดินทางสายลุยที่ต้องการรถที่มีสมรรถนะสูงเพื่อการผจญภัยในเส้นทางออฟโรดสุดท้าทาย รวมถึงผู้ประกอบการหรือลูกค้าองค์กรที่ต้องการรถสำหรับภารกิจหนัก อย่างที่รถกระบะทั่วไปอาจไม่สามารถรองรับได้มาก่อน

    ผลิตขึ้นที่โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ โรงงานเอเอที เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยปี 2026 มาในร่างตอนเดียว หัวกระสือ Chassis Cab (สำหรับลูกค้าองค์กร) และ 4 ประตู Double Cab โดยเปิดราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มีนาคม และโชว์ตัวที่งาน Bangkok Motor Show 2026 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน โดยมีสีภายนอกดังนี้

    • สีขาว อาร์คติค ไวท์
    • สีดำ แอบโซลูท แบล็ค
    • สีเทา คอมมานด์ เกรย์ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
    • สีเขียว แทร็กชัน กรีน (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
    • สีทะเลทราย ไซส์มิค แทน (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

    Latest Posts