MAXUS หวนกลับมาทำตลาดในไทยอีกครั้งหลังหายไป 7 ปี กลับมาครั้งนี้เน้นทำอีวีรวมถึงเปิดขายรุ่นใหม่เช่น MAXUS eTERRON 9

MAXUS eTERRON 9 ในร่างกระบะ 4 ประตูทรงใหญ่ด้วยพื้นฐาน semi-monocoque และโครงสร้างเหล็กตัวถังใหญ่โต
หล่อทั้งคันใหญ่ทุกมิติ




ตั้งแต่ไฟหน้า LED และไฟ DRL แบบ LED ในโคมแนวตั้งไฟหน้า LED รูปตัว C พร้อมกระจังหน้าทรงทึบติดตรา MAXUS ฝากระโปรงหน้ามีขอบหนา ซุ้มล้อทรงเหลี่ยม ราวหลังคาดีไซน์กลมกลืนกับหลังคารถ หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ไฟท้าย LED แบบยูคว่ำ ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 20 นิ้ว พร้อมยาง 275/55R20
สเปกไทยไม่มีพื้นที่บรรทุกภายในยาวถึง 2,400 มิลลิเมตรด้วยการใช้ฟังก์ชัน Multi-Flex Midgate กระบะท้ายเปิดทะลุไปจนถึงห้องโดยสารด้านหลัง โดยมีมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 5,500 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,997 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,860 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 3,300 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 260 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,850-2,880 กิโลกรัม
- ช่องเก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้า (FRUNK) 236 ลิตร
- น้ำหนักบรรทุกในกระบะท้ายเพียง 620 กิโลกรัม
ภายในอย่างหรู


เริ่มที่จอคู่ที่รวมการทำงานทั้งมาตรวัดความเร็วและจอสัมผัสระบบความบันเทิงเต็มรูปแบบขนาด 12.3 นิ้วพร้อมระบบปฏิบัติการ Tencent TAI 4.0 พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงท้ายตัด พร้อมเบาะนั่งสบาย 5 ที่นั่งโดยฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และคนนั่ง 6 ทิศทางพร้อมอุ่นเบาะและนวดได้ เบาะนั่งคู่หน้าปรับเอนเป็นเตียงนอนอเนกประสงค์ความยาว 170 เซนติเมตร ลำโพงรอบคันจากแบรนด์ JBL 8 จุด และที่ชาร์จมือถือไร้สาย 50W ไฟสร้างบรรยากาศภายใน Ambient Light 64 สี

ขุมพลังไฟฟ้าล้วนพัฒนาใหม่หมดด้วยชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตขนาด 102.2 kWh กับ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อให้กำลังรวมถึง 442 แรงม้า แรงบิดรวม 700 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ล้อหน้า 170 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร และล้อหลัง 272 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.8 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
วิ่งไกลสุดตามมาตรฐาน WLTP 430 กิโลเมตร หรือ 506 กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงถึง 115 kW 20-80% ภายใน 40 นาที และชาร์จช้า AC กำลังสูงสุด 11 kW ภายใน 12 ชั่วโมง พร้อมโหมดการขับขี่ All-Terrain System (ATS) 6 โหมดรวมโหมดปรับตั้งค่าเองเลือกปรับความสูงตัวรถ ปรับน้ำหนักพวงมาลัยไฟฟ้า การควบคุมรถ และตั้งค่ากำลังได้ตามใจชอบ

มาพร้อมฟังก์ชันการปล่อยไฟฟ้าภายนอก V2L (Vehicle to Load) รองรับการจ่ายโหลดสูงสุด 2.2KW ~ 6.6KW ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อโดยด้านหลังมาแบบมัลติลิงค์พร้อมระบบถุงลมและปรับด้านท้ายเตี้ยลง 60 มิลลิเมตรในยามบรรทุกของด้วยฟังก์ชัน Easy Load
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS L2

- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking (AEB)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Centering Assist (LCA)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA)
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน Emergency Lane Keep Assist (ELKA)
- ควบคุมความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Cruise Assist (ICA)
- ช่วยเหลือความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limit Assist (SAS)
- ช่วยเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Detection (BSD)
- ช่วยเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
- ช่วยเตือนขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- ช่วยเบรกขณะถอย Rear Collision Warning (RCW)
- ตรวจจับพฤติกรรมผู้ขับขี่ Driver Monitor System (DMS)
- ช่วยเตือนการเปิดประตู Door Open Warning (DOW)
- แจ้งเตือนผู้ขับขี่ถึงจำกัดความเร็วปัจจุบัน Speed Limit Information Function (SLIF)
- เตือนความเมื่อยล้า Fatigue Reminder

ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (FOLLOW ME HOME) เบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake) ป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold) ป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking System (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake-force Distribution (EBD) เสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Electronic Brake Assist (EBA) ป้องกันการพลิกคว่ำ Roll Movement Intervention (RMI)
ควบคุมการทรงตัว Electronic Stability Program (ESP) ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Vehicle Dynamics Control (VDC) ควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ป้องกันล้อหมุนฟรีควบคุมการลื่นไถล Traction Control System (TCS) ช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน Hill-Start Assist System (HAS) ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control (HDC)
เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control) สัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal) ตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)

จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมนิรภัยตรงกลางเบาะหน้า กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) พร้อมสัญญาณเตือนระยะด้านหน้าและหลัง โดย MAXUS eTERRON 9 เปิดราคาจำน่ายเริ่มต้น 1,590,000 บาท










