Autoliv พัฒนาหมวกกันน็อกใช้เทคโนโลยีเข็มขัดนิรภัยแบบ Inertia Reel ช่วยล็อกสายอัตโนมัติ เพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ

Autoliv บริษัทผู้ผลิตระบบความปลอดภัยยานยนต์รายใหญ่ของโลก สร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการเปิดเผยสิทธิบัตรหมวกกันน็อกแบบใหม่ ที่นำเทคโนโลยีจากเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์มาปรับใช้ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์
นำเทคโนโลยี “Inertia Reel” มาปรับใช้กับหมวกกันน็อก
หัวใจสำคัญของนวัตกรรมนี้คือระบบ Inertia Reel หรือกลไกดึงกลับอัตโนมัติแบบเดียวกับเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ โดยสายรัดคางของหมวกจะสามารถยืดออกได้เมื่อผู้ใช้ดึง และจะรัดกระชับโดยอัตโนมัติทันทีหลังจากล็อก
จุดเด่นคือช่วยลดปัญหาสายรัดหลวม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หมวกกันน็อกไม่สามารถป้องกันอันตรายได้เต็มประสิทธิภาพ

ล็อกอัตโนมัติเมื่อเกิดแรงกระชาก
ระบบดังกล่าวยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงกระชาก หากเกิดการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เช่น อุบัติเหตุหรือการเบรกกะทันหัน ตัวสายรัดจะล็อกทันที คล้ายกับเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ ช่วยให้หมวกยึดติดกับศีรษะอย่างมั่นคง

เพิ่มสายรัดด้านหลัง เพิ่มความปลอดภัยอีกระดับ
นอกจากสายรัดคางแบบใหม่แล้ว สิทธิบัตรยังเผยถึงการเพิ่มสายรัดด้านหลังคอ เพื่อทำงานคล้ายเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ช่วยกระจายแรงและเพิ่มความมั่นคงของหมวกในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
ใส่ง่าย ไม่ต้องปลดสายรัด
อีกหนึ่งจุดเด่นคือ ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องปลดสายทุกครั้งที่ถอดหรือสวมหมวก เพียงดึงสายให้ขยาย แล้วสวมหมวก จากนั้นระบบจะดึงสายกลับให้พอดีโดยอัตโนมัติ

ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ
หมวกกันน็อกรุ่นนี้ยังมาพร้อมระบบแจ้งเตือน หากผู้ใช้ไม่ได้ล็อกสายรัดอย่างถูกต้อง โดยอาจเป็นเสียง การสั่น หรือข้อความแสดงบนหน้ากาก (visor) เพื่อป้องกันปัญหาแบตเตอรี่หมด ตัวระบบอาจรองรับการชาร์จผ่านพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม
เป้าหมายใหญ่ ลดผู้เสียชีวิตบนท้องถนน
นวัตกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายของ Autoliv ที่ต้องการช่วยชีวิตผู้คนให้ได้ถึง 100,000 คนต่อปีภายในปี 2030 โดยมุ่งเน้นการลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
แม้เทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในขั้นสิทธิบัตร และยังไม่มีการยืนยันว่าจะผลิตจริงหรือไม่ แต่ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในอนาคต
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










