Toyota เปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่ Toyota Prius 2026 หน้าตาเดิมไม่เปลี่ยนแปลงตลอด 3 ปีในรหัส XW60 ร่างเจเนอเรชันที่ 5

Toyota Prius 2026 ลิฟท์แบ็ก 5 ประตู มาพร้อมสีใหม่สีดำ Neutral Black เป็นออปชันมาตรฐานทุกรุ่นยกเว้นรุ่น X

ดีไซน์ตัวรถดูเพรียวลงขึ้น หลังคารถลาดลงขึ้นกว่าเดิมแถมที่เปิดประตูในส่วนผู้โดยสารตอนหลังออกแบบให้ที่จับติดกระจกเสา C ในส่วนด้านหน้าเริ่มที่ไฟหน้า LED รูปตัว C พร้อมไฟ DRL แบบ LED ในโคมเดียวกัน ล้อมรอบด้วยชุดกรอบไฟหน้าแปะตราโลโก้สามห่วงกลมกลืนกับชุดฝากระโปรงหน้าชุดกันชนหน้าออกแบบลงตัว
ด้านหลังมาในแบบไฟท้าย LED พาดเต็ม รูปตัว A โดยไส้ในของชุดไฟท้ายออกแบบมาเป็นแนวเรียวยาว พร้อมตราชื่อรุ่น Prius ติดเว้นช่องไฟดูสวยงามขึ้น รับกับชุดกันชนท้าย ตกแต่งกรอบป้ายทะเบียนสีดำตัวใหญ่

ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 19 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone ECOPIA EP510 195/50R19 กับขนาด 17 นิ้วพร้อมยาง 195/60R17 ใช้พื้นฐาน TNGA GA-C หรือ Toyota New Global Architecture เจเนอเรชันที่ 2
- ความยาว 4,600 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,780 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,420-1,430 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 150 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 43 ลิตรในรุ่น HEV และ 40 ลิตรในรุ่น PHEV
ภายในเดิมๆ

ชุดแผงคอนโซลหน้าพร้อมจอสัมผัสระบบความบันเทิงขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว พร้อมแผงมาตรวัดดิจิทัล TFT LCD อยู่ตำแหน่งเดียวกับ Head-Up Display ขนาด 7 นิ้วพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านยกมาจากรุ่น bZ4X
ติดตั้งไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light มาให้ หลังคาพาโนรามิกคู่แบบตายตัว เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone ที่ชาร์จมือถือไร้สาย wireless charger
กระจกมองหลังดิจิตอล เทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางนั่นคือระบบเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ETC 2.0

พร้อมเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ทรงสปอร์ต เบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 ปรับเอนได้หนึ่งระดับหุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์
ขุมพลังรักษ์โลก

ขุมพลัง HEV Hybrid มี 2 ขนาด เริ่มที่เบนซิน Hybrid 1.8 ลิตร 2ZR-FXE พัฒนาใหม่ให้มีเรี่ยวแรงมากขึ้น 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิด 142 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที
ภาคเครื่องยนต์จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่ล้อหน้ารุ่น 1VM 95 แรงม้า แรงบิด 185 นิวตันเมตร และหลังสำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four รุ่น 1WM 41 แรงม้า แรงบิด 84 นิวตันเมตร
ได้แรงม้ารวม 140 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีแรงดันไฟฟ้า 207.2 V จำนวนเซลล์ 56 ความจุไฟฟ้า 4.08 Ah (0.85 kWh)

เบนซิน Dynamic Force Hybrid 2.0 ลิตร M20A-FXS พร้อมระบบฉีดจ่ายน้ำมันโดยตรง D-4S direct injection และควบคุมการเปิด-ปิด วาลว์ไอดี VVT-iE electric variable valve timing 155 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาทีแรงบิด 188 นิวตันเมตรที่ 4,400- 5,200 รอบต่อนาที
จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้า 1VM กำลัง 113 แรงม้า แรงบิด 206 นิวตันเมตรและ มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลัง 1WM ให้กำลังมากถึง 41 แรงม้า แรงบิด 84 นิวตันเมตร ในรุ่น E-Four
พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนใหม่ที่มีแรงดันไฟฟ้า 207.2 V จำนวนเซลล์ 56 ความจุไฟฟ้า 4.08 Ah (0.85 kWh) ทำงานร่วมกันให้พลังมากสุด 196 แรงม้า
ไม่ว่าจะฟูลไฮบริดทั้ง 2.0 และ 1.8 ลิตรทุกขนาดจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Paddle Shift เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four มีทั้งโหมด EV POWER NORMAL ECO MODE
โดยในรุ่นปี 2026 รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่น E-Four เพิ่มโหมด SNOW EXTRA เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับการขับขี่ในสภาพอากาศฤดูหนาวในทุกขุมพลังฟูลไฮบริด

ขุมพลัง Plug In Hybrid PHEV ใช้ขุมพลังเดียวกับรุ่น 2.0 Dynamic Force Hybrid 154 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาทีแรงบิด 188 นิวตันเมตรที่ 4,400-5,200 รอบต่อนาทีจับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้า 163 แรงม้า แรงบิด 208 นิวตันเมตร
พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ขึ้น 13.6 kWh ทำงานร่วมกันให้พลังมากสุด 223 แรงม้า คู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้า 94 กิโลเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า

ทาง Toyota เคลมว่าถ้าเติมน้ำมันเต็มถังและชาร์จไฟเต็มจะทำให้วิ่งไกลสุดรวม 1,250 กิโลเมตร แถมยังมี Vehicle-2-Load (V2L) เปลี่ยนรถยนต์ให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ 1,500 W มีฟังก์ชัน “regenerative boost” หรือ One Pedal ซึ่งมีประโยชน์ในการขับขี่ ไม่ว่าจะเบรกหรือชะลอความเร็วและสามารถชาร์จพลังงานกลับในสภาพถนนการขับขี่ คู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT
พร้อมช่วงล่างอิสระสี่ล้อทั้งแมคเฟอร์สันสตรัทสำหรับด้านหน้าและด้านหลังแบบดับเบิลวิชโบนทำให้มีการตอบสนองที่ดีขึ้นเมื่อเข้าโค้งและมีเสถียรภาพที่ดีขึ้นสำหรับการขับขี่ในแนวตรง
ความปลอดภัย Toyota Safety Sense

เพิ่มระบบปรับไฟสูงอัจฉริยะ Adaptive High Beam system ฟังก์ชันความปลอดภัยใหม่ทั้ง ล็อกประตูอัตโนมัติแบบปรับความเร็วได้ พร้อมระบบปลดล็อกประตูเมื่อเกิดอุบัติเหตุ Impact Sensing Door Unlock และ Toyota Teammate เทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูงในส่วนของ Advanced Park ช่วยจอดอัตโนมัติ

Toyota Prius 2026 จำหน่ายในรุ่น HEV มีทั้งรุ่นเริ่มต้น 1.8 U รุ่นรองท็อป 2.0 G และรุ่นท็อป 2.0 Z ในราคาเริ่มต้น 2,796,200-4,251,500 YEN หรือราว 575,000-874,000 บาท ราคานี้ไม่รวมภาษีนำเข้าของไทย แต่ถ้ามาไทยขายโดยรวมภาษีนำเข้าจะอยู่ที่ 1,079,000- 1,639,000 บาท
ส่วนรุ่น PHEV- Plug In Hybrid ขายทั้งรุ่นรองท็อป 2.0 G และรุ่นท็อป 2.0 Z เริ่มต้น 3,884,100-4,251,500 YEN หรือราว 799,000-874,000 บาท ราคานี้ไม่รวมภาษีนำเข้าของไทย แต่ถ้ามาไทยขายโดยรวมภาษีนำเข้าจะอยู่ที่ 1,499,000- 1,639,000 บาท
ที่มา Carwatch










