CATL จับมือ Ford เดินสายพานกำลังการผลิตโรงงานแบตฯ ใน US อย่างเป็นทางการ

CATL ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตแบตเตอรี่เบอร์หนึ่งของโลก ได้เริ่มต้นเดินสายพานการผลิตอย่างเป็นทางการแล้วที่โรงงานในสหรัฐอเมริกา ซึ่งโรงงานแห่งนี้เกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลง “การขายสิทธิ์ทางเทคโนโลยี” ให้กับทาง Ford Motor Company

CATL FORD

ความคืบหน้าครั้งสำคัญนี้ได้รับการยืนยันโดย Meng Xiangfeng รองประธานของ CATL ภายในงานประชุมประจำปีของสมาคมนวัตกรรมอุตสาหกรรมแบตเตอรี่รถยนต์แห่งประเทศจีน (China Automotive Power Battery Industry Innovation Alliance) ตามรายงานจากสำนักข่าว Caixin

โรงงานแห่งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนกลยุทธ์ระดับสากลของ CATL จากเดิมที่เน้นแค่การส่งออกผลิตภัณฑ์ (Product Exports) เปลี่ยนมาเป็นการลงทุนและทำธุรกิจแบบบูรณาการ (Integrated Investment and Trade) นอกจากนี้ CATL ยังเตรียมที่จะเปิดสายการผลิตที่โรงงานในฮังการีและอินโดนีเซียในช่วงปลายปีนี้ด้วย แต่ความร่วมมือกับ Ford ถือเป็นโมเดลพิเศษในรูปแบบ “การให้บริการและขายสิทธิ์ทางเทคโนโลยี”

เส้นทางของโปรเจกต์: กว่าจะรอดมาได้… เลือดตาแทบกระเด็น

ความร่วมมือนี้ถูกประกาศครั้งแรกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2023 แต่ระหว่างทางกลับต้องเจอขวากหนามและมรสุมอย่างหนัก โดยเดิมที Ford วางแผนจะทุ่มเงินลงทุนสูงถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.19 แสนล้านบาท) เพื่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ที่ตัวเองเป็นเจ้าของ 100% ในรัฐมิชิแกน โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเริ่มต้นไว้ที่ 35 GWh ซึ่งเพียงพอสำหรับซัพพลายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ถึง 400,000 คัน

CATL FORD

อย่างไรก็ตาม โปรเจกต์นี้ต้องเผชิญกับพายุต้านทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ:

  • โดนเพ่งเล็งทางการเมือง: ในเดือนกรกฎาคม 2023 สส. พรรครีพับลิกันของสหรัฐฯ ได้ตั้งคำถามและตรวจสอบความร่วมมือนี้ เนื่องจากกังวลว่าเม็ดเงินอุดหนุนทางอ้อมภายใต้กฎหมายลดเงินเฟ้อ (IRA) ของสหรัฐฯ จะไหลไปเข้ากระเป๋า CATL

  • หั่นขนาดโปรเจกต์: หลังจากโดนกดดันอย่างหนัก โปรเจกต์นี้ถูกสั่งระงับไปชั่วคราว ก่อนจะถูกปัดฝุ่นเริ่มใหม่อีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2023 โดยหั่นเม็ดเงินลงทุนลดลงเหลือ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท) และลดกำลังการผลิตลงเหลือ 20 GWh

  • นโยบายพลิกคว่ำพลิกหงาย: สถานการณ์ยิ่งกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในปี 2025 หลังจากมีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลสหรัฐฯ แผนการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV Transition) ระดับชาติถูกยกเลิก แถมยังมีการยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษี EV ก่อนกำหนดในเดือนกันยายน 2025 ส่งผลให้ Ford ต้องแบกรับตัวเลขขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ (Impairment Losses) ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ EV สูงถึง 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.63 แสนล้านบาท)

CATL FORD

แต่ถึงจะสะบักสะบอมแค่ไหน ความเป็นพันธมิตรก็ยังไม่ล่ม Ford แก้เกมด้วยการปรับเปลี่ยนโปรดักต์ของโรงงานให้มีความหลากหลายขึ้น โดยเพิ่มการผลิต “ระบบกักเก็บพลังงาน” (Energy Storage Products) เข้าไปด้วย ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ก็ยังไม่วายโดนสภาคองเกรสตั้งคณะไต่สวนอีกรอบในเดือนมกราคม 2026

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา Ford ยืนยันว่าโรงงานแห่งนี้ประสบความสำเร็จในการขึ้นไลน์ประกอบทดลอง (Trial Production) แบตเตอรี่ LFP แบบทรงเหลี่ยม (Prismatic Cells) ล็อตแรกเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบอย่างเข้มงวดเพื่อให้ได้มาตรฐานคุณภาพของ CATL โดยตั้งเป้า “อัตราของเสียต้องเป็น 1 ในพันล้านชิ้น” (Defect rate of one in a billion) เท่านั้น โรงงานมีกำหนดส่งมอบแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ล็อตแรกในปี 2026 ซึ่งจะถูกนำไปติดตั้งในรถกระบะไฟฟ้าขนาดคอมแพกต์และขนาดกลางที่เป็นรุ่นเริ่มต้น (Economy) ของ Ford

CATL FORD

กลยุทธ์ระดับโลกของค่ายแบตเตอรี่จีน

Meng Xiangfeng เน้นย้ำว่า ขวากหนามที่โปรเจกต์ Ford ต้องเผชิญ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนที่บริษัทจีนต้องเจอเวลาออกไปลุยตลาดต่างประเทศ เมื่อกฎระเบียบสากลเริ่มรัดกุมขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องกำแพงภาษี, ข้อกำหนดการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น (Localisation), และมาตรฐานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โมเดลธุรกิจแบบ “เน้นส่งออกอย่างเดียว” เหมือนแต่ก่อนจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป

“บริษัทแบตเตอรี่ที่จะขยายตลาดไปต่างประเทศ ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) เป็นอันดับแรก” Meng กล่าวเสริมว่า บริษัทจีนจำเป็นต้องสร้างศักยภาพที่แข็งแกร่งในการรับมือกับข้อบังคับทางกฎหมาย และต้องหลอมรวมเข้ากับชุมชนในท้องถิ่นด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานและนโยบายท้องถิ่น เพื่อรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันเอาไว้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า CATL มีแผนที่จะขายสิทธิ์ทางเทคโนโลยีแบบเดียวกันนี้ให้กับ General Motors (GM) เพื่อผลิตแบตเตอรี่ LFP ในสหรัฐฯ อีกด้วย

Source: CarNewsChina

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts