รัฐบาลไทยเพิ่งมีการแสดงวิสัยทัศน์ ประกาศแผนเดินหน้า ดันระบบรางครั้งใหญ่ บนเวทีระดับโลก Asia Pacific Rail 2026 ครอบคลุมทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าในเมือง รวมถึงการกลับมาศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ และการเชื่อมรถไฟข้ามพรมแดน โดยมีเป้าหมายคือการยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

ระบบราง หัวใจหลักของประเทศ
ภายในงาน Asia Pacific Rail 2026 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ประกาศวิสัยทัศน์สำคัญของรัฐบาลไทยบนเวทีระดับภูมิภาค ที่ต้องการผลักดันระบบราง ให้กลายเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเดินทาง และโครงข่ายโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค

โดยงานนี้ มีผู้บริหารระดับสูงจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม ประกาศทิศทางและความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ เช่น
- นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง
- นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย
- นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
- พลอากาศโท นาถวุฒิ หยูทอง ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางมาตรฐานสากล
เดินหน้ารถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศ
หนึ่งในแผนหลัก คือ การเร่งขยายโครงข่ายรถไฟทั่วประเทศ ทั้งรถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง
ปัจจุบัน โครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 ระยะทางรวมกว่า 993 กิโลเมตร เปิดให้บริการแล้ว 6 เส้นทาง
ส่วนระยะที่ 2 เตรียมเดินหน้าต่ออีก 7 เส้นทาง รวมระยะทางประมาณ 1,479 กิโลเมตร
ฝั่งรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 253 กิโลเมตร ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะเปิดทดลองเดินรถรวมถึงเปิดให้บริการได้ภายในปี 2574
อย่างไรก็ตาม ยังมีบางสัญญาที่ต้องเร่งงานเพิ่มเติม โดยเฉพาะ
- สัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ – พระแก้ว และสถานีอยุธยา
- สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ – ดอนเมือง
ส่วนระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย ระยะทางประมาณ 356 กิโลเมตร ตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมเปิดประมูล เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางไปยังลาวและจีนในอนาคต
รถไฟฟ้าในเมือง เตรียมเข้าสู่ยุคแตะจ่ายในใบเดียว
สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล กระทรวงคมนาคมยังคงเดินหน้าแผนแม่บทรถไฟฟ้า 14 สาย รวมระยะทางประมาณ 554 กิโลเมตร
ตอนนี้เปิดให้บริการแล้วมากกว่า 280 กิโลเมตร และยังเร่งก่อสร้างอีกหลายเส้นทางสำคัญ เช่น
- รถไฟฟ้าสายสีส้ม
- รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญ คือ การผลักดันระบบ EMV Contactless หรือระบบแตะจ่ายด้วยบัตรเครดิต เดบิต หรืออุปกรณ์ที่รองรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางข้ามสายรถไฟฟ้า รวมถึงขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้ด้วยบัตรเพียงใบเดียว
ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากในการพกบัตรหลายใบ และรองรับสังคมไร้เงินสดในอนาคตเต็มรูปแบบ

แลนด์บริดจ์เตรียมศึกษาใหม่
อีกหนึ่งประเด็นใหญ่ที่ถูกพูดถึง คือ การกลับมาศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์อีกครั้ง
เป้าหมายหลัก คือ การเชื่อมท่าเรือฝั่งอ่าวไทยที่จังหวัดชุมพร กับฝั่งอันดามันที่จังหวัดระนอง ผ่านระบบรางและทางหลวง เพื่อให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ระดับโลก
รวมถึงช่วยลดเวลาและต้นทุนการขนส่ง ระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับแปซิฟิก โดยไม่ต้องอ้อมช่องแคบมะละกา
นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาโครงข่ายรถไฟข้ามพรมแดน ทั้ง
- ไทย – มาเลเซีย
- ไทย – ลาว – จีน
เพื่อดึงดูดการลงทุนและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างไรก็ตาม โครงการแลนด์บริดจ์ยังเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามในปัจจุบัน โดยเฉพาะในมุมของนักวิชาการและภาคเศรษฐกิจ
เนื่องจากโครงการนี้ต้องใช้งบลงทุนเริ่มต้นสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท ทำให้หลายฝ่ายยังคงมีความกังวลเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ความสามารถในการแข่งขันกับช่องแคบมะละกา รวมถึงความเสี่ยงที่รายได้ระยะยาวอาจไม่เพียงพอกับการลงทุนของโครงการนี้
ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่รัฐบาลต้องกลับมาศึกษารายละเอียด ก่อนตัดสินใจเดินหน้าเต็มรูปแบบ
ดันเทคโนโลยีระบบรางไทย สู่เป้าหมาย Net Zero
อีกหนึ่งแผนสำคัญคือ รัฐบาลยังต้องการยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางไทย ให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลและสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของโลก
สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางฯ กำลังเร่งถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงสนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนรถไฟภายในประเทศมากขึ้น
โดยมีความพร้อมในการเปิดทางให้เอกชนทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP เพื่อนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และนวัตกรรมสีเขียว เข้ามาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยในระยะยาว

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ระบุเพิ่มเติมว่า การประกาศวิสัยทัศน์ในเวที Asia Pacific Rail 2026 ครั้งนี้ จะเป็นอีกก้าวสำคัญ ที่สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลไทยกำลังเดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบรางอย่างจริงจัง
เป้าหมายสำคัญ คือ การผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางคมนาคมและโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอนาคต
ข้อมูลจาก : thaigov.go.th
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com











