หลังเปิดขายในไทยที่แรกของโลกไปสำหรับ Toyota LAND CRUISER FJ 2026 เอสยูวีทรงกล่องล่าสุดญี่ปุ่นเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

Toyota LAND CRUISER FJ 2026 เอสยูวีดีไซน์ทรงกล่อง BOXY เหลี่ยม 5 ประตู ขนาดคล่องตัวขายความแปลกใหม่ จากพื้นฐานจากโครงการ IMV นำแพลตฟอร์มมาจาก Toyota HILUX CHAMP ฐานล้อสั้น มาพัฒนา
ดีไซน์ทรงกล่อง

หน้าตาไม่ต่างเวอร์ชันไทยเพียงแต่เพิ่มราวหลังคารถเข้ามานอกนั้นเหมือนกันเริ่มที่กระจังหน้าดีไซน์ย้อนยุคด้วยโลโก้ตัวหนังสือ Toyota แทนโลโก้สามห่วง ประกบกับไฟหน้า Projector แบบ LED ขอบบนเป็นไฟ DRL แบบ LED รูปตัวซี พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED ในชุดกันชนหน้า ชวนให้นึกถึงรุ่น LAND CRUISER 70 พร้อมกันชนหน้าทรงเท่สีดำติดตั้งการ์ดสีเงินขนาดใหญ่ แบบแยกประกอบ 3 ชิ้น ง่ายต่อการซ่อมแซม ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง

ด้านข้างเด่นด้วยเสา C ปิดทึบหลังคาทรงกล่องที่ลากยาวไปถึงฝาท้าย กระจกมองข้าง ที่เปิดประตูดึงก้านยก คิ้วขอบล้อสีดำดีไซน์โหด กาบข้างประตู ช่วยป้องกันการขีดข่วนจากการใช้งาน และง่ายต่อการซ่อมแซม ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ดีไซน์ดุดันถึงใจขาลุยยกมาจาก HILUX REVO ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60R18 พร้อมดีไซน์ซุ้มล้อขนาดใหญ่เพิ่มความบึกบึน

ด้านท้ายมาพร้อมโลโก้ตัวอักษร Toyota ประดับด้วยไฟท้าย LED มีไฟเลี้ยวแบบ Bulb และไฟตัดหมอกแบบ LED ยางอะไหล่ติดตั้งที่บานประตูหลัง พร้อมฝาครอบล้อ
เสริมด้วยกันชนหลังสีดำทรงเท่ขนาดใหญ่ แบบแยกประกอบ 3 ชิ้น เด่นสง่าและฝาท้ายเปิดข้างบานใหญ่เปิดทางออกด้านข้างคล้ายออฟโรดยุค 90 แบบ Single-Opening Type เพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน พร้อมโช้กอัพล็อกฝาท้าย ทุกมิติคล้าย Toyota FJ CRUISER มาพร้อมโครงสร้างแบบ Body On Frame จากแพลต์ฟอร์ม IMV
- ความยาว 4,575 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,855 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,960 มิลลิเมตร
- ฐานล้อขนาด 2,580 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถประมาณ 2,235 กิโลกรัม
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 250 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 63 ลิตร
ภายในออกแบบเพื่อให้สะดวกในการใช้งาน

มอบประสบการณ์ที่ดีในการขับขี่ด้วยคอนโซลกลาง และปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย อยู่ใกล้มือผู้ขับขี่ ใช้งานง่ายและปลอดภัย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้าน ติดตั้งมาตรวัดเรืองแสงใหม่พร้อมจอ MID ขนาด 7 นิ้ว หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อทั้ง Apple Car Play ไร้สาย และ Android Auto ไร้สาย พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง
ปุ่ม Push Start พร้อมกุญแจแบบ Smart Key และเบรกมือคันโยก เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวาพร้อมช่องแอร์ด้านหลัง กระจกปรับขึ้นลงอัตโนมัติแบบ One Touch ทั้งสี่บาน

เบาะนั่งหน้าทรงใหม่ปรับสูง-ต่ำได้ 8 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้าในฝั่งคนขับ เบาะหลังพับได้ 60:40 ปรับเลื่อนเดินหน้าและถอยหลังได้ 5 ระดับ เพื่อขยายพื้นที่สำหรับผู้โดยสารหรือพื้นที่เก็บสัมภาระ และสามารถเอนได้ 40 องศาเพื่อเพิ่มความสบายของผู้โดยสาร
พื้นที่เก็บสัมภาระ ขนาด 795 ลิตร และเมื่อพับเบาะทั้งหมดจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระ 1,522 ลิตร เวอร์ชันที่ขายญี่ปุ่นเพิ่มระบบอุ่นที่พวงมาลัย เบาะนั่งคู่หน้า
ขุมพลังเบนซิน

DUAL VVT-i รหัส 2TR-FE ขนาด 2.7 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิด 246 นิวตันเมตรที่ 3,900 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมัน 8.7 กิโลเมตรต่อลิตร ตามมาตรฐาน WLTC

พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Super ECT แบบ Sequential Shift ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ PART TIME มาในแบบ Shift-On-The-Fly (H2, H4, L4) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบ A-TRC และระบบเฟืองท้าย Diff-Lock พร้อม โหมด 2nd Start ลดการหมุนฟรีของล้อ และช่วยในการออกตัวบนพื้นผิวที่ลื่น
พร้อมเฟืองท้ายกลางแบบ TORSEN LSD ที่ช่วยกระจายแรงบิด ระหว่างล้อหน้าและหลัง ให้สัมพันธ์กับสภาวะในการขับขี่โดยอัตโนมัติ เพื่อการทรงตัวและการยึดเกาะถนนดีเยี่ยมโหมดการขับขี่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่และลุยเร้าใจ

เสริมความแข็งแรงของรางข้างครึ่งตอนหลัง จากการลดความยาวของเฟรม เพิ่มจุดเชื่อมเฟรมบริเวณจุดยึดช่วงล่างหลัง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ได้ตามมาตราฐานของ LAND CRUISER เพิ่มตะแกรงกันกระแทกใต้เครื่องยนต์ เพื่อความแข็งแรง มั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานะการณ์ ปรับปรุงคานขวาง และคานหลังเพื่อรองรับระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) และเพิ่มความอเนกประสงค์ในการติดตั้งอุปกรณ์เสริมหรือการลากจูง
เพิ่มจุดถ่วงน้ำหนักเพื่อให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้การถ่ายเทน้ำหนักดีขึ้น ลดการโคลงตัว ควบคุมง่าย และยึดเกาะถนน ปรับปรุงจุดลากจูงหลังโดยการเชื่อมติดไปกับโครงสร้างทำให้แข็งแรง คงทนมากยิ่งขึ้น

ลุยทุกรูปแบบตั้งแต่มุมจาก Departure Angle 23 องศา และมุมคร่อม break-over angle 26 องศา สามารถลุยน้ำได้สูงสุด 700 มิลลิเมตร และรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.5 เมตร พร้อมพวงมาลัยแบบแรคแอนด์พีเนียน พาวเวอร์แบบไฮดรอลิกช่วยผ่อนแรง
ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ ปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ช่วยซับแรงสั่นสะเทือน และ ช่วงล่างด้านหลังแบบโฟร์ลิงก์คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง มั่นคงและนุ่มนวลยิ่งขึ้น

โช้คอัพและคอยล์สปริงปรับจูนใหม่ลดการโคลงตัว เพิ่มความมั่นคงและให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ระบบเบรกแบบดิสก์เบรก หน้า 17” หลัง 15” พร้อมครีบระบายความร้อน และระบบความปลอดภัย TSS (Toyota Safety Sense) ประกอบด้วย
- ควบคุมไฟสูงอัจฉริยะ Adaptive High-beam System (AHB)
- ควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ Dynamic Radar Cruise Control (DRCC)
- ความปลอดภัยก่อนการชน Pre-Collision System (PCS)
- เตือนเมื่อออกนอกเลน Lane Departure Alert (LDA)
- เตือนมุมอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM)
- ช่วยเตือนขณะถอยรถพร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- แจ้งเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่าน และเบรกเมื่อตรวจพบวัตถุหยุดนิ่ง Parking Support Brake (PKSB) ทั้งเดินหน้าและถอยหลัง
- จดจำป้ายจราจร Road sign assist (RSA)
- เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ Departure Delay Notification (TMN)
กล้องมอบรอบคัน Panoramic View Monitor (PVM) ความละเอียด HD พร้อมแสดงมุมเอียง มุมเงยของรถ และฟังก์ชันแสดงภาพพื้นใต้ท้องรถ เข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติหน้าและหลัง (เฉพาะฝั่งซ้ายและขวา) ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 ตำแหน่ง ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist Control (HAC) ช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Downhill Assist Control (DAC)

Toyota Land Cruiser FJ 2026 ผลิตประเทศไทย ที่โรงงานบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งเป้ายอดขายต่อเดือน 1,300 คัน เปิดราคาจำหน่ายรุ่นย่อยเดียวคือรุ่น VX เพียง 4,500,100 YEN หรือราว 925,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยแต่ถ้ากลับมาขายไทยราคารวมภาษีจะอยู่ที่ 2,257,000 บาท มาพร้อม 5 สีให้เลือก
- สีฟ้า SMOKY BLUE
- สีเทา ASH
- สีขาวมุก PLATINUM WHITE PEARL MICA
- สีดำ Attitude Black Mica (ไม่มีขายในไทย)
- สีเทาเขียว Oxide Bronze Metallic (ไม่มีขายในไทย)










