นับตั้งแต่เปิดขายญี่ปุ่นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สำหรับอีวีรุ่นใหม่ลำดับที่ 2 ต่อจาก SUBARU SOLTERRA กับ SUBARU TRAILSEEKER

ล่าสุด SUBARU ประกาศความสำเร็จของเปิดขายญี่ปุ่น 2 เดือนตั้งแต่ 9 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม มียอดจองมากถึง 1,962 คัน ซึ่งมากกว่าเป้ายอดขายต่อเดือน 250 คัน ถึง 4 เท่า สำหรับ SUBARU TRAILSEEKER
โดยรุ่นย่อยที่ลูกค้าสนใจจองมากที่สุดนั่นคือ
- รุ่นท็อปสุด ET-HS ขับเคลื่อน 4 ล้อ มากถึง 62%
- รุ่น ET-SS ขับเคลื่อน 4 ล้อ 22%
- รุ่น ET-SS ขับเคลื่อน 2 ล้อ 14%
สีภายนอกรถมี 5 สี ปรากฎว่า
- สีน้ำตาล Brilliant Bronze Metallic และ สีดำ Crystal Black Silica กอดคอจองกันมากที่สุด 18%
- สีน้ำเงิน Daybreak Blue Pearl 17%
- สีขาวมุก Crystal White Pearl 12%
- สีน้ำเงิน Sapphire Blue Pearl 9%
จากความลังเลของกลุ่มลูกค้าซูบารุดั้งเดิมที่กำลังจะจองรุ่น OUTBACK เปลี่ยนใจมาจองรุ่น TRAILSEEKER แทน และกลุ่มลูกค้าแบรนด์อื่นที่มีแผนอยากได้รถปลั๊กอินไฮบริดและอีวีล้วนป้ายแดง ก็หันมาจองรุ่นนี้เช่นกัน

โดย SUBARU TRAILSEEKER หรือ SUBARU E-Outback ภายนอกผสมผสานความเป็น bZ4X กับ SOLTERRA ในคันเดียว ในร่างเอสยูวีเอสเตท สร้างจากพื้นฐาน e-SUBARU Global Platform หรือ e-TNGA ของ Toyota ด้วยความยาวเกือบ 4.9 เมตร ความสูงใต้ท้องรถ 210 มิลลิเมตร

ภายในสบายด้วยเบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทางและเบาะหลังพับได้แบบ 60:40 ปรับเอนได้หนึ่งระดับหุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์ นอกจากนี้ ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยส่วนประกอบวัสดุรีไซเคิลของคอนโซลภายใน โดยมาในโทนม่วงอ่อนและพื้นที่สัมภาระท้ายมากสุด 633 ลิตร

พร้อมออปชันมากมายทั้ง มาตรวัดดิจิทัลพร้อมจอ MID 7 นิ้ว ในส่วนคอนโซลกลางตั้งแต่จอสัมผัสขนาดใหญ่ 14 นิ้ว แยกจากช่องแอร์ออกแบบให้มีช่องชาร์จมือถือไร้สายกำลัง 15W 2 ช่อง ไปอยู่ข้างบนและย้ายสวิตช์ควบคุมการทำงานของหน้าจอมาอยู่ข้างล่างรวมถึงคอนโซลหน้า
ไฟสร้างบรรยากาศภายในใหม่ Ambient Light มากถึง 64 สี ตำแหน่งของแผงหน้าปัดและตำแหน่งของมาตรวัดอยู่เหนือพวงมาลัย ช่วยเพิ่มการมองเห็นและมีความปลอดภัยมากขึ้น
จอสัมผัสรองรับ Apple Car Play และ Android Auto เพลิดเพลินตลอดทางกับลำโพง 10 จุด บวกซัพวูฟเฟอร์จาก Harman Kardon

ขุมพลังจากสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 391 Vมีให้เลือกทั้งรุ่น ET-SS มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้ารหัส 2XM ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 74.7 kWh ให้กำลังสูงสุด 227 แรงม้า แรงบิด 268 นิวตันเมตร วิ่งไกล 734 กิโลเมตร (WLTC)
รุ่น ET-SS และ ET-HS AWD ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 74.7 kWh ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังรวม 381 แรงม้า แรงบิดรวม 437 นิวตันเมตร
ด้วยมอเตอร์ล้อหน้าและล้อหลัง รหัส 2XM ให้กำลังเท่ากัน 227แรงม้า แรงบิด 268 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 4.5 วินาที วิ่งไกล 690 กิโลเมตร (WLTC) ในรุ่น ET-SS ล้อ 18 นิ้ว และ ET-HS ล้อ 18 นิ้ว หรือ 627 กิโลเมตร (WLTC) ในรุ่น ET-HS ล้อ 20 นิ้ว
โหมดการขับขี่แบบ X-MODE Dual-Mode สำหรับรุ่น AWD ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน โดยปรับการทำงานของคันเร่งและการควบคุมการลื่นไถลของล้อให้เหมาะสมกับสภาพถนนที่หลากหลาย มาพร้อม
- โหมดหิมะ Snow
- โหมดดิน Dirt
- หิมะลึก/โคลน Deep Snow/Mud

สำหรับรุ่นแบตเตอรี่ 74.7 kWh เพิ่มจำนวนเซลล์แบตเตอรี่จาก 96 เป็น 104 เซลล์ ลดการสูญเสียพลังงานจากเพลาไฟฟ้า (e-axle) ลงประมาณ 40% ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อลดระยะเวลาในการชาร์จ
ติดตั้งระบบ “battery preconditioning” ซึ่งสามารถอุ่นแบตเตอรี่ก่อนการชาร์จ ทำให้สามารถชาร์จอย่างรวดเร็ว DC ได้ในเวลาประมาณ 28 นาทีด้วยเครื่องชาร์จ 150 kW แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิภายนอก -10°C แบบ 10-80%

ชาร์จกระแสสลับ AC เพิ่มกำลังการชาร์จสูงสุด 22 kW มีระบบ Regenerative Braking Mode ที่จะช่วยนำพลังงานไฟฟ้ากลับมาทุกครั้งที่ยกคันเร่ง สำหรับแบตเตอรี่ผ่านการทดสอบหลายรูปแบบ ทั้งมีขบวนการกำจัดสิ่งแปลกปลอมตลอดกระบวนการผลิต และ และความปลอดภัย SUBARU Safety Sense (EyeSight®)

SUBARU TRAILSEEKER ประกอบที่โรงงานผลิตรถเฟสใหม่ ที่ซูบารุกับโตโยต้าร่วมกัน ที่เมืองยาจิมะ จังหวัดกุนมะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อขายในประเทศที่ญี่ปุ่นและส่งออกไปยังต่างประเทศทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรป
เปิดราคาขายที่ญี่ปุ่น 3 รุ่นย่อยทั้งรุ่น ET-SS ET-SS AWD และ ET-HS AWD เริ่มต้น 5,390,000-6,380,000 YEN หรือราว 1,089,000-1,289,000 บาท
ที่มา Carwatch
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










