ประธาน Nissan ลั่น! ต้อง “ก๊อปสูตรจีน” เร่งสปีดพัฒนาตัวรถตัดหน้าคู่แข่ง

Nissan Motor Co. ได้ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ด้วยการ “หั่นเวลาพัฒนาตัวรถลงครึ่งหนึ่ง” จากเดิมที่ลากยาวถึง 55 เดือน (เกือบ 5 ปี) ให้เหลือเพียงแค่ 26 เดือน เท่านั้น! โดยการปรับกลยุทธ์ครั้งนี้เกิดจากการถอดรหัสและเรียนรู้โมเมนต์การทำงานของค่ายรถจีน ที่ใช้ระบบ AI เข้ามาช่วยขยี้ความเร็วในการปล่อยรถรุ่นใหม่ๆ ลงสู่ตลาด

NIssanอิวาน เอสปิโนซา (Ivan Espinosa) ประธานของ Nissan ออกมายืนยันว่า กระบวนการพัฒนาสุดโกงนี้ได้ผ่านการทดสอบและใช้จริงเรียบร้อยแล้วกับ Next-Gen Skyline ที่มีคิวจะเปิดตัวในช่วงฤดูหนาวปี 2026 นี้ และทางค่ายตั้งเป้าจะยัดระบบการทำงานสายฟ้าแลบนี้เข้าสู่ 90% ของโปรเจกต์รถยนต์ทั้งหมดภายในปีงบประมาณ 2026

ถอดสูตร “China Model” จีนทำได้ นิสสันก็ทำได้!

การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในรอบนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากบทเรียนราคาแพงในการทำตลาดที่ประเทศจีน ซึ่งผ่านการร่วมทุนกับค่าย Dongfeng Motor ทำให้นิสสัน ได้ซึมซับความเชี่ยวชาญรวมถึงเทคโนโลยีท้องถิ่นมาแบบเต็มๆ

โปรเจกต์ที่เป็นเสมือนหนูทดลองชั้นยอดคือ Nissan N7 รถซีดานไฟฟ้า 100% ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2025 ซึ่งเป็นโมเดลนำร่องที่ใช้เวลาพัฒนาตั้งแต่ศูนย์จนคลอดออกมาขายจริงได้ภายในเวลาแค่ 2 ปีเท่านั้น!

NIssan

NISSAN ยัดระบบ AI ขับเคลื่อนการทำงาน 4 ด้านหลัก เพื่อทางลัดสู่สายผลิต

เพื่อให้ตัวรถพร้อมขายได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นิสสันได้ทำการผสมผสานเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) เข้าไปในทุกกระบวนการสร้างรถยนต์ ดังนี้:

  • งานดีไซน์ (Design): ใช้ AI เข้ามาช่วยขึ้นรูปโมเดลแบบเร่งด่วน โดยระบบจะคำนวณและสร้างไอเดียงานออกแบบที่บาลานซ์ทั้งเรื่องความสวยงามและตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ให้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดขั้นตอนการแก้ซ้ำด้วยมือไปได้มหาศาล

  • การทดสอบ (Testing): เลิกสร้างรถโปรโตไทป์มาชนเล่นซ้ำๆ เพราะนิสสันใช้ระบบ “จำลองสถานการณ์เสมือนจริง” (Virtual simulation) ทดแทนการนำรถจริงไปวิ่งทดสอบสูงถึง 60% ช่วยเซฟเวลาในการประเมินความปลอดภัยจากการชนและความทนทานของตัวรถไปได้จม

  • การตัดสินใจ (Decision-Making): ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของ AI ช่วยให้ค่ายจับตาความต้องการของตลาดได้ไวขึ้น แถมยังไปช่วยทลายคอขวดในขั้นตอนการอนุมัติของผู้บริหาร ทำให้องค์กรมีความคล่องตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain): AI จะรับหน้าที่คาดการณ์ความต้องการชิ้นส่วนอะไหล่ล่วงหน้า รวมถึงประเมินความเสี่ยงของซัพพลายเออร์ เพื่อให้แน่ใจว่าช่วงรอยต่อระหว่าง “ขั้นตอนวิจัยพัฒนา” ไปสู่ “การเดินสายพานผลิตจริง” (Mass production) จะราบรื่นไม่มีสะดุด

NIssan

มุมมองคนเล่นรถ:

น่าจับตามองมากว่า การกระโดดเข้าร่วมสงครามความเร็วสไตล์ค่ายรถจีนของนิสสันรอบนี้ จะช่วยกู้สถานการณ์และทวงคืนเก้าอี้เสือใต้ในตลาดโลกได้หรือไม่ และที่สำคัญ… แฟนๆ ค่ายนี้เตรียมรอดูความล้ำของ Next-Gen Skyline ปลายปีนี้ได้เลยว่าจะออกมาแจ่มขนาดไหน!

Source: CarNewsChina

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts