Porsche เปิดตัวรุ่นพิเศษ Taycan Black Edition โดดเด่นด้วยรายละเอียดตกแต่งสีดำที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งภายนอกและภายใน และอุปกรณ์มาตรฐานคุณภาพสูงที่ครบครันยิ่งขึ้น พร้อมระยะทางขับขี่ที่เพิ่มขึ้นจากความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น พร้อมระบบ E-Shift ใหม่สำหรับทุกรุ่นเป็นครั้งแรก ด้วยการจำลองการเปลี่ยนเกียร์ร่วมกับระบบ Porsche Electric Sport Sound ที่เร้าใจยิ่งขึ้น เพื่อมอบความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับขี่และตัวรถ

Taycan Black Edition ใหม่ มาพร้อมรายละเอียดการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน ซึ่งช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า พร้อมด้วยระยะทางขับขี่ที่เพิ่มขึ้นจากความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น
ในรุ่นพิเศษนี้ ได้ผสานความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความสะดวกสบายที่เหนือกว่า และประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้นไว้ด้วยกัน โดยนอกเหนือจากทางเลือกในการปรับแต่งเฉพาะบุคคลที่หลากหลาย ผ่านโปรแกรม Porsche เอ็กคลูซีฟ เมนูแฟคทัวร์ (Porsche Exclusive Manufaktur) ยังสามารถสัมผัสอีกขั้นของประสบการณ์การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบ E-Shift ใหม่ ด้วยการจำลองการเปลี่ยนเกียร์และระบบ Porsche Electric Sport Sound ที่เร้าใจยิ่งขึ้น ทั้งในรุ่นพิเศษ Black Edition และในทุกรุ่นย่อยของTaycan

รายละเอียดตกแต่งสีดำทั้งภายนอกและภายในช่วยยกระดับภาพลักษณ์ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราให้โดดเด่นยิ่งขึ้นสำหรับรุ่น Black Edition ทั้งใน Taycan, Taycan 4 และTaycan 4 S โดยมา พร้อมแพ็คเกจสปอร์ต ดีไซน์ กรอบกระจกข้าง และชื่อรุ่นบริเวณท้ายรถจะตกแต่งด้วยสีดำเงา จับคู่กับสีตัวถังภายนอกยังเป็นอุปกรณ์เฉพาะสำหรับรุ่น Black Edition เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังติดตั้งแถบไฟท้ายพร้อมสัญลักษณ์ Porsche สีดำ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมด้วยแพ็คเกจตกแต่งภายในสีดำ แพ็คเกจพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ และกาบประตูอะลูมิเนียมสีดำพร้อมไฟส่องสว่าง
แบตเตอรี่ Performance Battery Plus ที่ขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งปกติมีให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับ Taycan, Taycan 4 และ Taycan 4 S ได้ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน Taycan Black Edition โดยแบตเตอรี่มีความจุพลังงานรวม 105 kWh ซึ่งช่วยยกระดับทั้งสมรรถนะการขับขี่และระยะทางขับขี่ตามมาตรฐาน WLTP โดยในแบล็ค อิดิชัน รุ่นสปอร์ตซีดาน ที่มีกำลังสูงสุด 435 แรงม้า (PS) ระยะทางขับขี่สูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 651 กม. ซึ่งมากกว่ารุ่นมาตรฐาน 85 กม. หรือ 15%

อุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วย
- ระบบช่วยเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist)
- ระบบกล้องมองภาพรอบคัน (Surround View)
- ระบบช่วยจอดอัตโนมัติแบบแอคทีฟ (Active Parking Assist)
- ล้อขนาด 21 นิ้ว พร้อมฝาครอบดุมล้อที่มีสัญลักษณ์ Porscheแบบสี
- ไฟหน้า HD Matrix LED
- ไฟ LED ส่องพื้นบริเวณประตูพร้อมสัญลักษณ์ Porsche
- เบาะนั่ง Comfort Seats ด้านหน้าพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 14 ทิศทางและระบบบันทึกตำแหน่ง พร้อมสัญลักษณ์ Porsche บนพนักพิงศีรษะ
- ระบบเสียง BOSE® Surround Sound System
- ระบบ Electric Sport Sound
- แพ็คเกจจัดเก็บสัมภาระ (Storage Package) และการตกแต่งภายในด้วยหนังเรียบสีดำ และสัญลักษณ์ Black Edition แบบเฉพาะรุ่นบริเวณคอนโซลกลาง
แม้จะใช้ชื่อ Black Edition แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกสีดำเป็นสีตัวถังเท่านั้น โดยสามารถเลือกสีตัวถังภายนอกอื่น ๆ ได้ในกลุ่ม Contrasts, Shades และ Dreams ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงสี Jet Black Metallic, Volcano Grey Metallic, Dolomite Silver Metallic และ Ice Grey Metallic

ลูกค้าสามารถเลือกแพ็คเกจ Black Edition เพิ่มเติมได้ ซึ่งประกอบด้วยสัญลักษณ์ Black Edition บริเวณประตูคู่หน้า กาบประตูสีดำพร้อมไฟส่องสว่าง และชุดกุญแจรถพร้อมเคสที่มาพร้อมสัญลักษณ์เดียวกัน
นอกจากนี้ยังสามารถเลือกติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เพื่อการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ช่วยให้รถแต่ละคันสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างโดดเด่น โดยสามารถปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกุญแจรถและเคสกุญแจ แผ่นรองพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระแบบใช้งานได้ทั้งสองด้าน พรมปูพื้น แฟ้มเอกสาร ฝาปิดช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลาง และแผ่นธรณีประตู

ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของทุกรุ่นให้เร้าใจมากกว่าเดิม ด้วยตัวเลือกระบบ E-Shift ใหม่ ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์การขับขี่ได้เข้มข้นและตอบสนองทุกประสาทสัมผัสได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการสัมผัส การได้ยิน และการมองเห็นได้อย่างลงตัว โดยการจำลองจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่ทำงานร่วมกับระบบเสียง Porsche Electric Sport Sound ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ให้ถ่ายทอดความรู้สึกของการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสมจริงและเร้าใจ สร้างความรู้สึกราวกับกำลังไล่เรียงพละกำลังของแต่ละเกียร์ ถ่ายทอดอารมณ์การขับขี่ในแบบปอร์เช่ดั้งเดิมอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากในโหมดอัตโนมัติ ผู้ขับขี่ยังสามารถเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองโดยใช้แป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย GT Sport เพื่อเปลี่ยนเกียร์จำลองทั้งแปดจังหวะได้ โดยระบบจะจำลองการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสมจริง ทั้งแรงกระตุกขณะเปลี่ยนเกียร์ที่ชัดเจน แรงหน่วงเฉพาะของแต่ละเกียร์ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการหน่วงของเครื่องยนต์สันดาปภายใน รวมถึงระบบตัดรอบเครื่องยนต์เสมือนจริง ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยมอบการตอบสนองที่สมจริงในทุกจังหวะการขับขี่ โดยระบบเสียงภายในและภายนอกของระบบ Porsche Electric Sport Sound จะปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาวะการขับขี่ในแต่ละช่วง ตามการส่งกำลังและความเร็วรอบของเครื่องยนต์เสมือนจริง โดยระบบยังได้เสริมด้วยมาตรวัดรอบเสมือนจริง และตัวแสดงตำแหน่งเกียร์พร้อมไฟแสดงจังหวะเปลี่ยนเกียร์บนจอมาตรวัด

E-Shift พร้อมพวงมาลัย GT Sport ที่มาพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ เป็นอุปกรณ์เสริมที่มีให้เลือกในTaycanทุกรุ่นและทุกรูปแบบตัวถัง โดยจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในTaycan เทอร์โบ จีที (Taycan Turbo GT) โดย Porscheได้พัฒนารูปแบบการทำงานของระบบส่งกำลังและลักษณะเสียงให้สอดคล้องกับแต่ละรุ่น เพื่อสร้างเอกลักษณ์ด้านเสียงและบุคลิกการขับขี่ที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่นย่อย โดยสามารถเปิดใช้งาน E-Shift ได้ผ่านสวิตช์เลือกโหมดเพิ่มเติมบนพวงมาลัย GT Sport
Taycan รุ่นปี 2027 พร้อมเปิดให้จองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมPorscheอย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 7,190,000 บาท และสำหรับTaycan Black Edition ราคาเริ่มต้นที่ 7,990,000 บาท
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก










