Honda รุกหนักช่วงครึ่งปีหลัง นอกจาก Honda CITY ปรับโฉมแล้วยังมี 4 รุ่นใหม่เตรียมเผยปีนี้และรุ่นที่ 2 นั่นก็คือ Honda CIVIC e:HEV 2026.5

Honda CIVIC e:HEV 2026.5 ติดตั้งระบบ Honda S+ Shift ครั้งแรกของค่ายในเมืองไทยโดยเป็นเทคโนโลยีเดียวกับ Honda Prelude e:HEV
เป็นระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์ ผ่านแป้นแพดเดิลหลังพวงมาลัยและปุ่มเฉพาะ พร้อมระบบ Linear Shift Control ให้ความรู้สึกการเปลี่ยนเกียร์รวดเร็วเมื่อกดคันเร่งเต็มที่ คล้ายเกียร์คลัตช์คู่
มีความแข็งแกร่งเพื่อลดน้ำหนักมากถึง 10% ด้วยโครงสร้างตัวถังที่ออกแบบง่ายไม่ซับซ้อนและน้ำหนักลดลง 90 กิโลกรัมพร้อมด้วยระบบ Active Sound Control ที่ช่วยเพิ่มอารมณ์ความเร้าใจในการขับขี่
แต่ถ้าปิดระบบนี้ แป้นแพดเดิลหลังพวงมาลัย จะทำหน้าที่ในการ Regenerative Braking หรือ เบรกแบบสร้างพลังงานกลับคืน และครั้งนี้ใช้เกียร์อัตโนมัติแบบกดปุ่ม หรือ Shift by Wire แทนคันโยกแบบเดิม

สำหรับระบบนี้อาจติดตั้งในรุ่นย่อย CIVIC e:HEV RS คงเดิมตั้งแต่โลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีดำ ในชุดกระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมแบบรังผึ้งสไตล์สปอร์ตพร้อมสัญลักษณ์ RS
กันชนหน้าทรงสปอร์ตเสริมสเกิร์ตสุดหล่อในพร้อมช่องระบายอากาศแบบรังผึ้งไร้ไฟตัดหมอกหน้า LED พร้อมคิ้วใต้กันชนหน้าส่วนกลางสีเดียวกับตัวรถผสมสีดำ
ไฟหน้า LED ตกแต่งด้วยโครเมียมพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED พร้อมชุดไฟท้าย LED รมดำทรงเดิม กระจกมองข้างทรงสปูนสีดำ มือจับประตูด้านนอกสีดำตกแต่งด้วยโครเมียม เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ

สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมสัญลักษณ์ RS ด้านท้าย ท่อไอเสีย พร้อมปลอกท่อไอเสีย โลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีดำด้านหลัง และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย และล้อลายสปอร์ตขนาด 18 นิ้ว Matte Black สไตล์สปอร์ต พร้อมยาง 235/40R18 มิติตัวรถเช่นเดิมตั้งแต่
- ความยาว 4,681 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,802 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,415 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,734 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 128 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,429 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 40 ลิตร

แผงคอนโซลหน้าและแผงประตูด้านข้างสีแดงสไตล์สปอร์ต พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง แบบ 3 ก้านมัลติฟังก์ชัน มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto

เชื่อมต่อชีวิตเหนือระดับ ด้วยหลากหลายฟังก์ชันและเทคโนโลยีล้ำสมัยครบครันด้วยใหม่! Google built-in แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว โดยติดตั้งครั้งแรกอย่าง Google Assistant, Google Maps และแอปอื่น ๆ อีกมากมายเช่น YouTube Music, Spotify
ยกระดับชีวิตให้สมาร์ตขึ้นไปอีกขั้นกับ Honda CONNECT เชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการทำงาน
ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวาพร้อมช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และ Auto Brake Hold
ช่องเชื่อมต่อ USB Type C จำนวน 4 ช่อง ช่องหน้า 2 ช่องและด้านหลัง 2 ช่อง อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC)

ยกระดับความสปอร์ตด้วย เบาะที่นั่งลายใหม่ Prime smooth ด้วยวัสดุเบาะหนังกลับและหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง อีกทั้งตกแต่งแผงคอนโซลหน้าและแผงประตูด้านข้างสีแดงสไตล์สปอร์ต เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง

เบาะนั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมภาระ แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกแต่งหน้าแบบมีฝาปิดพร้อมไฟส่องสว่างด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า ไฟส่องสว่างตกแต่งแผงประตูคู่หน้าและที่เท้าแป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต
ฟูลไฮบริด e:HEV

สมรรถนะมาแรงด้วยรหัส LFB1 ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบ i-MMD Direct Injection Atkinson-Cycle ให้กำลังในภาคเครื่องยนต์ 141 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 182 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที
จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) ให้กำลัง 184 แรงม้าที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 315 นิวตันเมตรที่ 0-2,000 รอบต่อนาที และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 72-cell เมื่อทำงานร่วมกันให้แรงม้ารวม 203 แรงม้า
พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) แบบ Electric Gear Selector สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ทั้งหมด 3 โหมด ได้แก่
- โหมด EV Drive Mode
- โหมด Hybrid Drive Mode
- โหมด Engine Drive Mode
พร้อมการขับขี่ด้วยสวิตช์ Drive Mode ที่เลือกได้ตามสไตล์ 4 โหมดสามารถเลือกรูปแบบการทำงานของระบบส่งกำลัง พวงมาลัย และเสียงเครื่องยนต์ และสามารถเลือกรูปแบบสีของมาตรวัดได้อย่างอิสระ และช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) ได้แก่
- ECON Mode
- Normal Mode
- Sport Mode ตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ
- Individual Mode ปรับตั้งค่าการขับขี่เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะและความต้องการในแต่ละไลฟ์สไตล์
ความปลอดภัย Honda Sensing

- ใหม่!!ช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI)
- ใหม่!! เตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM)
- ใหม่!! กล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS)
- เตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- เตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
- เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด ช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)
ล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) เตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง (Front Passenger and Rear Seat Belt Reminder)
ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) ช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) เสียงเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า (AVAS) อุปกรณ์อุดการรั่วซึมของยางชั่วคราว (TPRK) ตัดระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda Lane Watch)
Honda Civic e:HEV 2026.5 มาพร้อมระบบ Honda S+ Shift เตรียมเปิดตัวในไทย กรกฎาคมนี้ แต่จะเป็นวันไหนนั้นทาง Car2Day จะมานำเสนอในครั้งต่อไป
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










