BYD เปิดตัวที่สุดเก๋งเรือธงหรู BYD SEAL 08 จากตระกูล OCEAN 8 โดยเปิดตัวและราคาที่จีนอย่างเป็นทางการเมื่อ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา

BYD SEAL 08 คันนี้เป็นเก๋งทรงฟาสต์แบ็กไซซ์ใหญ่ดีไซน์สไตล์ Ocean Aesthetics 2.0 ทรงหรู สปอร์ตมีเสน่ห์
ภายนอกอย่างหรู
ด้วยโคมไฟหน้า LED ดีไซน์เอกลักษณ์แนวยาวพร้อมแถบไฟ DRL แบบ LED รูปทรงคลื่นที่เพรียวบาง ติดตั้งระบบ LiDAR บนหลังคารถ พร้อมมือจับประตูแบบกึ่งซ่อน Suicide Doors ล้อกับยางขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 245/45 R19 ไฟท้าย LED แนวยาว ตัวรถไซซ์ใหญ่มีมิติดังนี้
- ความยาว 5,150 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,999 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,505 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 3,030 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,145-2,270 กิโลกรัมในรุ่น DM-i และ 2,040-2,280 กิโลกรัมในรุ่น EV
ภายในลักชัวรี
ด้านภายในมา 5 ที่นั่ง พร้อมออปชันความสบายอีกเพียบทั้งฟังก์ชันเบาะนั่งแบบเลื่อนและเอนได้ปรับไฟฟ้าคู่หน้า เลื่อนเอน นวด เบาะเย็น และอุ่นเบาะได้
เบาะนั่งตอนที่ 2 สไตล์ผู้บริหาร พร้อมที่วางขาไฟฟ้า Zero Gravity ระบบนวดและรองรับบั้นเอว โดยคู่หน้าปรับไฟฟ้าด้านคนขับปรับ 8 ทิศทาง และคนนั่ง 6 ทิศทาง ความจุสัมภาระด้านท้าย 533 ลิตรในรุ่น Dm-i และ 508 ลิตรในรุ่น EV

คอนโซลหน้ามาแบบ 2 จอทั้งมาตรวัดความเร็ว LCD สีขนาด 12.3 นิ้ว จอสัมผัสระบบความบันเทิงขนาดใหญ่แบบลอยตัว 15.6 นิ้ว จอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือคอนโซลหน้า AR-HUD ขนาด 26 นิ้ว
พร้อมชิประมวลผลจากระบบปฏิบัติการทำให้การทำงานที่เกี่ยวเนื่องกับตัวรถทั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และฟังก์ชันภายในรถแม่นยำฉับไวขึ้น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงท้ายตัด 3 ก้าน
กระจกมองหลังอัจฉริยะ เกียร์อัตโนมัติมาแบบเกียร์คอ พร้อมลำโพงคุณภาพ หลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่ ซึ่งให้ความรู้สึกโปร่งสบาย เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิ 3 โซน three-zone air conditioning พร้อมไฟสร้างบรรยากาศภายใน Ambient Light

ที่ชาร์จมือถือไร้สายกำลัง 50W มีช่องเสียบ USB แบบ Type-C รวมถึงช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ AC ปลั๊กเสียบ 220V พร้อมตู้เย็น พร้อมจอหลังแขวนเพดานด้านหลังเบาะคู่หน้าในตอนที่ เชื่อมต่อ Bluetooth อิสระจากกัน และลำโพง 20 จุดรอบคัน
ขุมพลังหลากหลาย

เริ่มที่ขุมพลังไฟฟ้าล้วนสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม 800V และใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน Blade เจเนอเรชันที่ 2
เริ่มที่รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังให้ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จ AC กำลังสูงสุด 7 kW และเพิ่มระยะทางได้อีก 400 กิโลเมตรหลังจากการชาร์จเพียง 5 นาที ชาร์จ DC 10-97% ภายใน 9 นาที มี 3 รุ่นย่อย
- รุ่น Standard Range ให้กำลัง 347 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร จากความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 76.744 kWh วิ่งไกลสุด 775 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 748 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.2 วินาที
- รุ่น Long Range ให้กำลัง 435 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร จากความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 92.093 kWh วิ่งไกลสุด 905 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 873 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.9 วินาที
- รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ Performance ให้กำลังรวมสูงสุด 694 แรงม้า แรงบิดรวม 810 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ล้อหน้าให้กำลัง 258 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร และมอเตอร์ล้อหลังให้กำลัง 435 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร จากความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 92.093 kWh สร้างอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 3.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งไกล 785 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 757 กิโลเมตร (NEDC)

ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด DM-i เจเนอเรชันที่ 5 เสริมทัพด้วยเบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร 156 แรงม้า แรงบิด 225 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP ขนาด 45.36 kWh ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
มาพร้อม 2 ทางเลือกเริ่มที่รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า 272 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร วิ่งด้วยระบบไฟฟ้าล้วน 400 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 386 กิโลเมตร (NEDC) วิ่งไกลทุกระบบ 1,660 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 1,601 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 6.8 วินาที
มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อโดยมอเตอร์ล้อหน้า 272 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร และมอเตอร์ล้อหลัง 272 แรงม้า แรงบิด 360 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังรวมสูงสุด 544 แรงม้า แรงบิด 675 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.8 วินาที วิ่งด้วยระบบไฟฟ้าล้วน 350 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 338 กิโลเมตร (NEDC) วิ่งไกลทุกระบบ 1,000 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 965 กิโลเมตร (NEDC)

ช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-A พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ โดยมีรัศมืวงเลี้ยวแคบสุด 4.95 เมตร และช่วงล่างถุงลมสองห้องสามารถปรับความนุ่มนวลตามสภาพถนนได้
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ “God’s Eye” 5.0 ที่สามารถใช้งานฟังก์ชัน Navigate On Autopilot (NOA) บนถนนในเมืองและทางหลวงได้ BYD SEAL 08 ขายทั้งหมด 6 รุ่นย่อยแบ่งเป็น
- รุ่น EV 3 รุ่นย่อย เริ่มต้น 196,900–239,900 YUAN หรือราว 965,000-1,175,000 บาท
- รุ่น DM-i 3 รุ่นย่อยเริ่มต้น 196,900–229,900 YUAN หรือราว 965,000-1,125,000 บาท
ที่มา CarNewsChina
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










