Bridgestone Airless Tires ยางไร้ลมลงถนนจริงแล้ว หลังซุ่มพัฒนามาเกือบสองทศวรรษ นวัตกรรมยางไม่มีวันแบนก็ถือกำเนิดขึ้นจริง แม้จะโดนจำกัดความเร็ว จนยังไม่สามารถนำมาใส่ในรถยนต์ทั่วไปได้ก็ตาม

เกือบ 20 ปีที่ Bridgestone พยายามถอดสูตรลับในการสร้างยางไร้ลมที่ใช้งานได้จริง และหลังจากผ่านการพัฒนาตัวต้นแบบมานานถึง 18 ปี ยักษ์ใหญ่แห่งวงการยางก็ประกาศว่าพวกเขาพร้อมส่งมันลงถนนแล้ว ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญคือ คุณจะยังไม่ได้ซื้อยางชุดนี้มาใส่รถตัวเองเร็วๆ นี้แน่นอน เพราะการประเดิมเชิงพาณิชย์ครั้งแรกนั้น ห่างไกลจากคำว่า “สมรรถนะสูง” อยู่โข

ค่ายยางระดับโลกได้ส่งยางซีรีส์ใหม่ในชื่อ AirFree ลงสู่สมรภูมิแรก โดยติดตั้งกับฟลีตรถยนต์ไร้คนขับที่มีลักษณะคล้ายรถกอล์ฟทรงยาว ในเมืองฮิกาชิโอมิ ประเทศญี่ปุ่น ตัวรถจะทำหน้าที่เป็นรถชัตเทิลบัสรับส่งผู้สูงอายุละแวกนั้น ซึ่งแปลว่าตัวยางคงไม่ต้องเจองานหนักหน่วงอะไรนัก แต่อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ยาง AirFree ได้เข้าสู่บริการเชิงพาณิชย์แบบเต็มตัว ไม่ใช่แค่การวิ่งทดสอบแบบจำกัดเวลาเหมือนที่ผ่านมา

Bridgestone คลอดยางไร้ลมเส้นแรกมาตั้งแต่ปี 2008 และเพิ่งเผยโฉมเจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งเป็นเวอร์ชันปัจจุบันไปเมื่อปี 2023 ดังนั้น เทคโนโลยีที่อยู่บนรถคันเล็กเหล่านี้จึงเป็นผลลัพธ์ของการกลั่นกรองและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตลอด 18 ปี แทนที่จะเลือกใช้วัสดุแข็งกระด้างที่อาจแตกหักง่ายหรือทำลายสุนทรียภาพในการขับขี่ ยาง AirFree เลือกใช้สารประกอบ (Compound) ที่รีไซเคิลได้ และมีความทนทานพอที่จะรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยไม่ส่งแรงกระเทือนจากกรวดทุกก้อนขึ้นมาให้ผู้โดยสารต้องเคืองใจ

โครงสร้างหลักของยางอาศัยซี่ล้อที่ทำจากทอร์โมพลาสติกเรซิน (Thermoplastic Resin) หุ้มด้วยหน้ายางยางพาราบางๆ ที่สัมผัสกับพื้นผิวถนน มาซากิ โอตะ วิศวกรของ Bridgestone เปิดเผยว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของการพัฒนาเกิดขึ้นเมื่อทีมงานเลิกพยายามทำให้วัสดุมันแข็งขึ้น แต่หันไปพึ่งพาเรซินที่มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมออกแบบโครงสร้างที่ช่วยกระจายแรงกดทับให้สม่ำเสมอทั่วทั้งหน้ายางแทน

ยังไม่ใช่สำหรับรถบ้าน… อย่างน้อยก็ในตอนนี้
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเชิญสื่อมวลชนกลุ่มหนึ่งไปร่วมทดสอบสมรรถนะของยางชนิดนี้บนรถกอล์ฟไร้คนขับ โดยตัวรถถูกจำกัดความเร็วไว้เพียง 12 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าความเร็วถูกล็อกไว้แค่นี้เพื่อความนุ่มนวลของผู้สื่อข่าวที่ร่วมนั่ง หรือเป็นเพราะนั่นคือความเร็วสูงสุดที่ปลอดภัยที่สุดของโครงสร้างนี้กันแน่ แต่ทางสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Nikkei Asia ระบุว่า ในปัจจุบันยางชนิดนี้ตอบโจทย์ได้ดีกับ “ยานพาหนะที่วิ่งค่อนข้างช้า” เท่านั้น
ผลลัพธ์คือ ยาง AirFree ยังห่างไกลจากการเข้ามาแทนที่ยางโก่งลมทั่วไปที่รถยนต์ในไลน์ผลิตปัจจุบันใช้อยู่ จนกว่าเทคโนโลยีนี้จะก้าวกระโดดไปอีกขั้น เราคงจะได้เห็นยางลักษณะนี้อยู่แค่บนฟลีตรถขนส่งขนาดเล็กที่วิ่งด้วยความเร็วต่ำในพื้นที่ควบคุมเท่านั้น
ส่วนเรื่องสีสันนั้น Bridgestone นิยามสีนี้ว่า ‘Empowering Blue’ โดยระบุว่าเฉดสีฟ้าสดใสนี้ถูกเลือกมาเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็น ทั้งในช่วงกลางวันและช่วงพลบค่ำ

ปัจจุบัน Bridgestone ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) และกำลังชั่งน้ำหนักโมเดลธุรกิจที่จะควบรวมบริการเสริมต่างๆ เข้าไปด้วย เช่น ระบบการรีไซเคิลยาง นอกจากนี้ ทางค่ายยังกำลังพัฒนายางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ (Lunar Rover) โดยใช้โครงสร้างโลหะที่ต่อยอดมาจากดีไซน์ของ AirFree นี้ด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า พวกเขามองการณ์ไกลสำหรับนวัตกรรมนี้ไว้มากกว่าแค่การเป็นรถรับส่งคนชราในญี่ปุ่นอย่างแน่นอน
Source: Carscoops










