จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ดุเดือดที่สุดในโลก โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีผู้ผลิตหน้าใหม่และรถรุ่นใหม่ที่เปิดตัวแทบไม่พักกันในแต่ละวัน ที่สำคัญหลายค่ายยังมาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำไม่ซ้ำกันที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ล่าสุดมีรายงานวิจัยเปิดเผยว่า รถ EV ในจีน มีอายุเฉลี่ยเพียง 1.8 ปี เพราะเจ้าของส่วนใหญ่ตัดสินใจเปลี่ยนรถเร็ว ซึ่งไม่ใช่เพราะรถเสียหรือใช้งานไม่ได้ แต่เป็นเพราะต้องการใช้รถที่มีเทคโนโลยีในใหม่และทันสมัยมากกว่าเดิม

EV ในจีน มีอายุเฉลี่ยเพียง 1.8 ปี ก่อนเปลี่ยนมือ
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในประเทศจีน มีอายุการใช้งานเฉลี่ยสั้นกว่าระยะเวลาในการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งผลการศึกษาพบว่า
- รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีอายุเฉลี่ย 1.8 ปี
- รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) มีอายุเฉลี่ย 8.2 ปี
โดยข้อมูลนี้มาจากรายงานของหนังสือพิมพ์ 21st Century Business Herald ที่อ้างอิงข้อมูลจาก สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน (China Association of Automobile Manufacturers: CAAM) และ Hejun Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการและการลงทุนรายใหญ่ของจีน
แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวจีนในปัจจุบันจะเปลี่ยนรถเร็วกว่าเดิมอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนการอัปเกรดรถคันใหม่กลายเป็นเรื่องปกติที่เกิดได้ง่าย
เทคโนโลยีพัฒนาเร็ว ทำให้คนเปลี่ยนรถเร็วขึ้น
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนรถเร็วขึ้น มาจากการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เช่น
- เทคโนโลยีแบตเตอรี่
- ซอฟต์แวร์
- ชิปประมวลผล
เมื่อผู้ผลิตเปิดตัวรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถแต่ละรุ่นในปัจจุบันมาพร้อมระบบอัจฉริยะ ฟังก์ชันใหม่ และประสบการณ์การใช้งานที่ทันสมัยกว่าเดิม จึงเป็นเหมือนแรงจูงใจที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจออกรถคันใหม่ แม้ว่ารถคันเดิมจะยังใช้งานได้ตามปกติ
นอกจากนี้ อีกเหตุผลที่สำคัญไม่แพ้กัน คือราคาขายต่อของรถยนต์ไฟฟ้าที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกเปลี่ยนรถเร็วขึ้น
โดยจากรายงานระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งาน 3 ปี จะมีมูลค่าคงเหลือเฉลี่ยแค่ 43.35% ของราคารถใหม่ ซึ่งถือว่าต่ำกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ที่สามารถรักษามูลค่าของรถไว้ได้ดีกว่าในช่วงอายุการใช้งานใกล้เคียงกัน
คนรุ่นใหม่ชอบความสมาร์ต มากกว่าเครื่องยนต์
ในรายงานยังพบว่า ผู้บริโภคที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี จะเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) โดยผู้ใช้กลุ่มนี้มักให้ความสำคัญกับระบบช่วยขับอัจฉริยะ และระบบเชื่อมต่อ รวมถึงฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถ มากกว่าการให้ความสำคัญกับสมรรถนะของเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว
โดยข้อมูลจาก Dongchedi แพลตฟอร์มข้อมูลยานยนต์ของจีน ระบุว่า 43% ของเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ตัดสินใจเปลี่ยนรถคันใหม่ ส่วนใหญ่จะให้เหตุผลว่า ต้องการอัปเกรดระบบอัจฉริยะและฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถ มากกว่าการเปลี่ยนเพราะรถเริ่มเก่า หรือเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน
ข้อมูลจาก : thairath.co.th, bloomberg.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com










