BYD SHARK 6 บุกจีนเปลี่ยนชื่อเป็น BAO อัพท็อปสปีดเป็น 180 กม./ชม.!

เปิดขายมา 2 ปีแล้วสำหรับ BYD SHARK 6 กระบะพกพลังปลั๊กอินไฮบริดจนประสบความสำเร็จกวาดยอดขายสะสมกว่า 18,000 คันเมื่อปีกลายที่ออสเตรเลีย

BAO SHARK

ขยายตลาดไปยังยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชีย ฯลฯ โดยเฉพาะตลาดบ้านเกิดที่เมืองจีนพร้อมแล้วที่จะเปิดตัวแต่ไม่ใช้ชื่อแบรนด์ BYD แต่เป็น FANG CHENG BAO หรือ BAO ในชื่อ BAO SHARK

โดยได้เผยแพร่ครั้งแรกจากทางกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MITT) ด้วยรูปร่างหน้าตาคล้ายต้นฉบับ BYD SHARK 6 เพียงแต่เปลี่ยนโลโก้ทั้งด้านหน้ามาเป็นตรา BAO รวมถึงด้านท้ายจากโลโก้นูน BYD มาเป็นคำว่า SHARK แทน

BAO

เปลี่ยน 2 จุดนอกนั้นคงเดิมด้วยไฟหน้าแนวตั้ง Dual LED ไฟหน้า DRL แบบ LED รูปตัว C บึกบึนกับชุดกันชนหน้าดีไซน์ลงตัวกับชุดกระจังหน้าสง่าด้วยหลังคารถแบบลอยตัวติดตั้งราวหลังคาและซันรูฟขนาดใหญ่ด้านข้างเด่นด้วยบันไดข้างดีไซน์กลมกลืนกับคิ้วขายล่างประตู คิ้วขอบล้อทรงเหลี่ยมกับล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/65R18

กระบะท้ายดุดันด้วยไฟท้าย LED แนวตั้งลากยาวแนวนอนในชุดกระบะท้าย กันชนหลังดีไซน์กลมกลืนกับตัวถังรถ พร้อมความจุกระบะภายใน 1,200 ลิตร พร้อมแหล่งจ่ายไฟ 220V (สูงสุด 6kW)

สร้างจากแพลตฟอร์ม DMO super hybrid off-road platform สำหรับรถยนต์แนวลุยติดตั้งขุมพลังเสียบปลั๊กบนพื้นฐานแชสซีส์ขั้นบันได Ladder-Frame Architecture ตั้งแต่

  • ความยาว 5,457 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,971 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,925 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 3,260 มิลลิเมตร
  • ความสูงจากใต้ท้องรถ 230 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถ 2,710 กิโลกรัม
  • ความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร
  • ความสามารถในการบรรทุก 750 กิโลกรัม
  • ใส่ของด้านท้ายจุถึง 1,450 ลิตร
  • พื้นที่กระบะท้ายความยาว 1,520 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,530 มิลลิเมตร ความสูง 515 มิลลิเมตร

แรงและประหยัดด้วยขุมพลัง Plug-In Hybrid DMO

BYD

ด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร รหัส BYD476ZQF ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร พร้อมระบบ EHS (Electric Hybrid System) พ่วงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP ที่มีความจุ 29.6 kWh พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ Permanent magnet synchronous motor

โดยมอเตอร์หน้าให้กำลัง 231 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตรและมอเตอร์หลัง 204 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันให้ความแรงสูงสุด 437 แรงม้า แรงบิด 650 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ชาร์จหนึ่งครั้งและน้ำมัน 1 ถังวิ่งไกล 800 กิโลเมตร (NEDC) และชาร์จหนึ่งครั้งวิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วนถึง 100 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC มีความสามารถในการลากจูงสูงสุด 2,500 กิโลกรัม ความสามารถในการบรรทุก 790 กิโลกรัมและใส่ของด้านท้ายจุถึง 1,450 ลิตร

BYD

แต่ทางสเปกจีนใช้ขุมพลังรหัส BYD476ZQF ปรับเซตค่าอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะ เพื่อให้ได้ความเร็วสูงสุดเพิ่มเป็น 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังเพิ่มกำลังในส่วนของเครื่องยนต์เป็น 194 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังมอเตอร์ล้อหน้า 231 แรงม้า และมอเตอร์ล้อหลัง 204 แรงม้า โดยเมื่อทำงานรวมกันได้แรงม้ารวม 435 แรงม้า

ชุดแบตเตอรี่จะอยู่ในส่วนกลางของแชสซีส์สำหรับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อควบคุมด้วยไฟฟ้าจะตอบสนองเร็วขึ้นกว่าเดิม 100 เท่าชาร์จเร็วกระแสตรง DC 30-80% รองรับกำลังชาร์จสูงสุด 55 kW ใช้เวลาเพียง 20 นาที ชาร์จกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 7 kW ใช้หัวชาร์จแบบ Type 2/CCS Combo

BYD SHARK 6

มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ พร้อมระบบกระจายแรงบิดแบบเรียลไทม์ มั่นใจได้ถึงการส่งกำลังที่เหมาะสมและการควบคุมที่แม่นยำในทุกสภาพถนนด้วยมุมไต่ หรือ มุมปะทะ Approach angle 31 องศา มุมจาก Departure Angle 22 องศา มุมคร่อม Ramp Over Angle 17 องศา และมุมที่วัดพื้นถึงจุดต่ำสุดของกันชนท้ายรถสำหรับติดตั้งตะขอลากรถ 20 องศา หรือ rear departure clearance

โหมดการขับขี่ลุยถึง 3 โหมดทั้ง Terrain Modes ทั้ง Sand, Mud, Snow และใหม่ โหมด Crawl Mode สำหรับไต่หิน ทางชัน หลุมลึก จำกัดความเร็วที่ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปรับแรงบิดอัตโนมัติให้ล้อไม่ลื่น สำหรับรุ่น Dynamic และ Performance ช่วยให้ลุยจริงได้ลุยน้ำได้ 700 มิลลิเมตร

มีระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) เทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้สูงสุดทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้มาพร้อมช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังแบบปีกนกคู่ (Double Wishbones) พร้อมระบบเบรกแบบเบรกดิสก์ระบายอากาศ ขับเคลื่อน

BYD

BAO SHARK หรือ BYD SHARK 6 เตรียมขายจีนเร็วๆนี้ ผ่าน FANG CHENG BAO สามารถสานต่อความสำเร็จในการส่งมอบรถให้ชาวจีนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาถึง 27,907 คัน เพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม และเพิ่มขึ้น 47.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าได้หรือไม่ต้องติดตาม

ที่มา CarNewsChina


ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day

 

 

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts