Tesla Model Y ปี 2022 วิ่งมา 1.4 แสนโล แบตเสื่อม ชาร์จช้าลง ระยะทางหด

Tesla Model Y ปี 2022 คันนี้ แบตเตอรี่เสื่อมลง 14% พร้อมกำลังไฟชาร์จสูงสุด (Peak Charging Power) ที่ดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด หลังผ่านการใช้งานไปกว่า 140,000 กิโลเมตร สมาคมยานยนต์เยอรมนี (ADAC) เผยผลทดสอบ 

Tesla Model Y ADAC

ADAC ซึ่งเป็นสมาคมยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี ได้ทำการวัดประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของ Tesla Model Y หลังจากวิ่งใช้งานไป 140,000 กิโลเมตร (ประมาณ 87,000 ไมล์) พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:

  • กำลังไฟชาร์จสูงสุดลดลงจาก 257 กิโลวัตต์ (kW) เหลือเพียงเกือบๆ 200 กิโลวัตต์

  • การชาร์จในเวลา 30 นาที ได้พลังงานไฟฟ้าน้อยลงกว่าตอนป้ายแดงถึง 13%

Tesla Model Y ADAC

ปกติแล้ว ข้อมูลเรื่องแบตเตอรี่รถ EV เสื่อมสภาพที่เราเห็นกันบ่อยๆ มักมาจากเจ้าของรถทดสอบกันเอง แต่เคสนี้มีดีเทลที่ลึกและน่าเชื่อถือกว่ามาก เพราะเป็นการทดสอบโดย ADAC (เทียบเท่ากับสมาคม AAA ของอเมริกา) ซึ่งใช้ Tesla Model Y คันนี้เป็นหนึ่งในรถฟลีตขององค์กรมาตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2022

ปัจจุบันรถคันนี้วิ่งไปแล้วกว่า 140,000 กิโลเมตร ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในรถที่ถูกใช้งานหนักที่สุดในฟลีตของ ADAC ทางสมาคมระบุว่า ถึงแม้จะเป็นรถไฟฟ้า แต่ทีมงานก็มักจะเลือกใช้คันนี้สำหรับการเดินทางไกล เพราะสามารถวิ่งได้ระยะทางจริงสูงสุดถึง 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจากการทดสอบอยู่ที่ 21.2 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/100 กิโลเมตร

Tesla Model Y ADACอัตราความเสื่อมสภาพเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ทางองค์กรประเมินว่าตัวรถยังคงมีเสถียรภาพและไว้วางใจได้ดีมาก อย่างไรก็ตาม การใช้งานอย่างหนักหน่วงย่อมส่งผลต่อชุดแบตเตอรี่ โดย ADAC ได้ทดสอบสุขภาพแบตเตอรี่ (State of Health: SoH) ครั้งแรกตอนวิ่งครบ 100,000 กิโลเมตร พบว่าสุขภาพแบตเตอรี่อยู่ที่ระหว่าง 91% ถึง 92% และล่าสุดเมื่อนำมาทดสอบอีกครั้ง สุขภาพแบตเตอรี่ดรอปลงมาอยู่ที่ 86%

นั่นหมายความว่าตัวรถสูญเสียความจุแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้จริง (Usable Capacity) ไปราวๆ 14% ซึ่งถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานปกติของ Model Y ในอายุอานามขนาดนี้ แต่จุดที่น่าสังเกตคือ ADAC มีรถ EV อีกคันที่วิ่งเยอะกว่า นั่นคือ Volkswagen ID.3 ที่วิ่งไปแล้วถึง 220,000 กิโลเมตร ซึ่งถูกทดสอบในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า โดยมีสุขภาพแบตเตอรี่เหลืออยู่ถึง 89%

ทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ High-Nickel เหมือนกัน ทว่าในรายงานไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าแบตเตอรี่ของ Model Y คันนี้เป็นชนิด NMC หรือ NCA

Tesla Model Y ADAC

ชาร์จช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถทั่วไปไม่สามารถทดสอบได้อย่างแม่นยำเหมือนที่ ADAC ทำ คือเรื่องของ “อายุแบตเตอรี่ที่ส่งผลต่อความเร็วในการชาร์จ” โดยใน Model Y คันนี้ ทีมทดสอบพบว่าตัวรถไม่สามารถทำกำลังไฟชาร์จสูงสุดแตะระดับ 257 กิโลวัตต์ จากตู้ Supercharger ได้เหมือนตอนใหม่ๆ อีกแล้ว โดยปัจจุบันทำได้ไม่เกิน 200 กิโลวัตต์ และใช้เวลาชาร์จนานขึ้นอย่างชัดเจน

ผลการทดสอบชี้ว่า ตอนที่รถยังใหม่ การชาร์จผ่านสถานีชาร์จด่วน (Fast Charger) ของ ADAC เป็นเวลา 30 นาที สามารถอัดประจุไฟเข้าแบตเตอรี่ได้ 55.7 กิโลวัตต์-ชั่วโมง แต่ตอนนี้ตัวเลขลดลงเหลือ 48.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง หรือหายไปราว 13% ซึ่งหากแปลงเป็นระยะทางวิ่ง จะได้ประมาณ 256 กิโลเมตร เทียบกับตอนป้ายแดงที่ทำได้ถึง 295 กิโลเมตร

ADAC ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า Model Y คันนี้ส่วนใหญ่ถูกใช้งานเพื่อเดินทางไกลบนไฮเวย์ และพึ่งพาตู้ชาร์จด่วน (DC Fast Charge) เป็นหลัก แต่ไม่ได้มีการลงรายละเอียดประวัติการชาร์จระหว่าง AC และ DC รวมถึงช่วงเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ (State of Charge Window) ที่ใช้งานบ่อยๆ ดังนั้น แม้เราจะรู้ว่ารถคันนี้ผ่านการชาร์จด่วนมาอย่างหนัก แต่ก็ไม่รู้รูปแบบพฤติกรรมการใช้งานที่แน่ชัด 100%

สิ่งที่ทำให้ผลการทดสอบครั้งนี้แปลกกว่าปกติ ไม่ใช่เรื่องของความจุแบตเตอรี่ที่หายไป แต่เป็น “ข้อมูลการลดลงของกำลังไฟชาร์จสูงสุดที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์” เพราะตัวเลขสุขภาพแบตเตอรี่ที่ลดลงเป็นเรื่องที่เราเห็นได้ทั่วไป แต่หลักฐานที่พิสูจน์ได้และทำซ้ำได้ว่า แบตเตอรี่ที่เก่าลงจะทำให้รถชาร์จไฟช้าลงด้วยนั้น ถือเป็นข้อมูลที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน

Source: InsideEVs

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts