นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ BMW M2 ที่นำระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive มาประจำการในร่างเจเนอเรชันที่ 2 รหัส G87 หวังพิชิตใจบีมเมอร์สายซิ่ง

BMW M2 xDrive 2026 จากพื้นฐานของ BMW 2 Series Coupé รหัส G42 ต่อยอดความโหดด้วยหน้าตาเดิม เสริมแพ็คเกจ M Racetrack มาเติมความแรงถึงขีดสุดให้แฟนๆสาย M ได้ตื่นเต้นกันขึ้นไปอีก
รูปลักษณ์สปอร์ตปราดเปรียวที่มาจากสัดส่วนที่ทรงพลังเป็นพิเศษและลักษณะการออกแบบสไตล์ M อันโดดเด่น จากกระจังหน้าทรงไตคู่แนวนอนขนาดใหญ่แบบไร้กรอบ
ผสานกับช่องดักอากาศที่แบ่งออกเป็นสามส่วนในรูปทรงเกือบจะเป็นสี่เหลี่ยมส่งให้ส่วนหน้าของตัวรถมีรูปลักษณ์แบบ M ที่คุ้นเคย ตัวรถยังถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความจำเป็นเชิงเทคนิคในการระบายอากาศและสมดุลอากาศพลศาสตร์
ภายนอกตกแต่งด้วยวัสดุสีดำเงาและโคมไฟหน้าตกแต่งสีดำสไตล์ M และเสริมความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยระบบไฟหน้า Adaptive LED โคมเดียวเป็นทั้งไฟต่ำและสูง ระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ (High-beam assistant)

ด้านท้าย ยังดูสะดุดตาด้วยขอบสปอยเลอร์บนฝากระโปรงหลัง แผ่นสะท้อนแสงจัดวางในแนวตั้ง ดิฟฟิวเซอร์ที่กันชนท้าย และปลายท่อไอเสียสองคู่สีดำที่สองข้างท้ายของตัวรถ

ล้ออัลลอยลายเจ็บ Double Spoke ทั้งขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางหน้า 275/35R19 และขนาด 20 นิ้วพร้อมยางหลัง 285/30R20 ในรุ่น LCI ครั้งนี้มีให้เลือกทั้งสีเงิน สองสี และสีดำ Jet Black เบรก M Compound สีแดงเงา และหลังคาคาร์บอนแบบ M Carbon มิติตัวรถตั้งแต่
- ความยาว 4,580 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,887 มิลิลิเมตร
- ความสูง 1,404 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 2,205 กิโลกรัม
- ระยะฐานล้อ 2,746 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 123 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 52 ลิตร
- ฐานล้อสั้นลง 110 มิลลิเมตร รวมถึงดีไซน์ภายนอกที่สั้นกว่ารุ่น M4 Coupé ถึง 214 มิลลิเมตร

ภายในอวดโฉมการตกแต่งสไตล์สปอร์ตด้วยชุดไฟส่องสว่างภายในและภายนอกห้องโดยสาร (Ambient light) หลังคาภายในดีไซน์ M สีดำ Anthracite และคอนโซลด้านบนบุด้วยหนังแบบ BMW Individual
เสริมลุคที่แตกต่างภายในห้องโดยสารด้วยการตกแต่งดีไซน์ M ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ M Carbon Fibre เบาะนั่งดีไซน์ M Sport เบาะนั่งตอนหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบจำตำแหน่งเฉพาะฝั่งคนขับ เข็มขัดนิรภัยดีไซน์ M และกาบบันไดดีไซน์ M แบบเรืองแสง

พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์ M คาร์บอนแบบท้ายตัด พร้อมแถบบอกองศาพวงมาลัยสีแดง On-centre mark ชุดแป้นเกียร์ Paddle Shift ลายคาร์บอน พร้อม BMW Live Cockpit Professional
นำเสนอจอแสดงข้อมูลสำหรับคนขับที่ทันสมัยผ่านจอโค้ง BMW Curved Display ซึ่งเป็นระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทำงานร่วมกับระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมระบบความบันเทิงและการสื่อสารล้ำสมัยด้วยจอ Control Display ขนาด 14.9 นิ้ว ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับจอแสดงข้อมูล 12.3 นิ้ว
นอกจากนี้ระบบ BMW ConnectedDrive และ BMW Connected Package Professional ยังนำเสนอคุณสมบัติและบริการขั้นสูงมากมายที่ช่วยให้การขับขี่สะดวก มีประสิทธิภาพ และสนุกสนานยิ่งขึ้น
ระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพสูงอันดื่มด่ำที่สามารถปรับแต่งได้ จึงช่วยให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ประทับใจยิ่งขึ้น
ขุมพลัง 6 สูบพัฒนาใหม่ผ่าน EURO7

พลังเบนซิน 6 สูบ 3.0 ลิตร พัฒนาใหม่แรงงขึ้นเร็วขึ้นกว่าเดิมในรหัส S58B30T0 พร้อมเทคโนโลยี BMW M TwinPower Turbo 480 แรงม้าที่ 6,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตรที่ 2,200 – 5,600 รอบต่อนาที
พัฒนาใหม่ด้วยระบบจุดระเบิดแบบห้องเผาไหม้ล่วงหน้า ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่รอบสูงโดยไม่ลดกำลัง BMW M Ignite โลดแล่นจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 3.7 วินาที และ 3.4 วินาที สำหรับการใช้เทคนิคการวัดอัตราเร่งแบบ ONE-FOOT ROLLOUT METHOD (วัน-ฟุท โรลล์เอาท์ เมธอด)
ให้ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่รุ่น M Racetrack จะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic 8 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogic เพิ่มการเปลี่ยนเกียร์ให้สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยระบบการเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์โดยตรง พร้อมความสามารถในการลดเกียร์ลงหลายระดับจนถึงเกียร์ต่ำสุด มีส่วนสำคัญในการเร่งความเร็วแบบทันทีทันใดได้อย่างน่าประทับใจ
โหมดการขับขี่ M Drive Professional ช่วยเสริมความเร้าใจในการขับขี่ให้มากขึ้น นอกจากนั้น ช่วงล่าง Adaptive M Suspension ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกได้อย่างอิสระระหว่างรูปแบบการขับขี่แบบสะดวกสบายหรือสไตล์สปอร์ต
ครั้งแรกกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ XDrive

มาพร้อมระบบเฟืองท้ายไฟฟ้า Active M Differential ที่เสริมการทำงานของระบบควบคุมการทรงตัว DSC ให้มั่นคงขึ้น โดยได้รับการเซตอัพส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังเป็นหลักในสถานการณ์ขับขี่ทั่วไป เมื่อตัวรถต้องการแรงยึดเกาะสูงสุด
ชุดคลัตช์แบบหลายแผ่นควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronically Controlled Multi-plate Clutch ในชุดเกียร์ส่งกำลังจะทำหน้าที่กระจายแรงบิดไปยังล้อคู่หน้าโดยอัตโนมัติ
มาพร้อมโหมดขับเคลื่อนล้อหลัง 2WD ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับตั้งค่าได้ผ่านเมนู M Setup ระบบจะตัดการส่งกำลังไปยังล้อหน้าทั้งหมดและปิดการทำงานของระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว เพื่อมอบอารมณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและท้าทายในแบบฉบับรถขับเคลื่อนล้อหลังสายพันธุ์แท้

ความปลอดภัยในการขับขี่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้นด้วยระบบต่าง ๆ ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน ได้แก่ควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) ควบคุมแรงดันเบรกแบบแปรผัน (DBC) ควบคุมการกระจายแรงเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC) ป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) ช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ (BA)
เซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash sensor) ระบบ Teleservices และปุ่มโทรออกฉุกเฉิน (Intelligent Emergency Call) Sensor) ตรวจวัดลมยาง ชุดปะยางฉุกเฉิน ป้ายสามเหลี่ยมเตือนสะท้อนแสง

BMW M2 XDrive จำหน่ายเฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติควบคู่กับรุ่น M2 ขับเคลื่อนล้อหลังที่มีทั้งเกียร์อัตโนมัติ และ เกียร์ธรรมดาให้เลือก ผลิตที่โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู ซานลุยส์โปโตซี ในเม็กซิโก การผลิตมีกำหนดเริ่มต้นในเดือนสิงหาคม 2026 ส่งขายหลายประเทศ
พร้อมนำเสนอที่สุดของความสนุกในการขับขี่สำหรับนักขับตัวจริง ด้วยสมรรถนะเหนือระดับในตัวรถขนาดกะทัดรัดที่ทั้งสวยเด่นและอัดแน่นด้วยนวัตกรรมมากกว่าที่เคย มีให้เลือกเป็นเจ้าของได้ใน 8 สี แบ่งเป็นสีเมทาลิก 5 สีและสีธรรมดา 3 สี พร้อมสีใหม่ สีฟ้า Borusan Turkish Blue
ที่มา BMW
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










