นอกจาก BYD ATTO 2 แล้วยังมีรถใหม่อีกรุ่นที่นำมาโชว์เพื่อเตรียมขายเร็วๆนี้กับ BYD SEAL 5 DM-i เก๋งคอมแพ็คคาร์พลังปลั๊กอินไฮบริด
BYD SEAL 5 DM-i หรือ BYD KING DM-i หรือ BYD Destroyer 05 DM-i คือชื่อรุ่นที่ทำตลาดในแต่ละประเทศไม่ว่าจะเป็นฟิลิปินส์ อเมริกาใต้ และจีน
เก๋งคอมแพ็คทางเลือกใหม่ขับเคลื่อนด้วยพลังเสียบปลั๊ก Plug In Hybrid มีดีไซน์สวยคล้ายรถยุโรปเริ่มที่ กระจังหน้าโครเมียมแนวนนอนลากยาวล้อมกรอบโครเมียมสีเงินติดตรา BYD พร้อมไฟหน้า Skylight LED ในชุดกันชนหน้าออกแบบมีช่องระบายอากาศ Air Curtain มุมกันชนหน้าซ้าย-ขวา
ด้านข้างหรูด้วยกรอบกระจกโครเมียมในกระจกรถทรงโอเปร่า กระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยว ที่เปิดประตูดึงก้านสีเดียวกับตัวรถ ไฟท้าย LED แนวยาว ติดตรา BYD บนขอบไฟท้ายเสริมหรูด้วยกันชนหลังพร้อมช่องใส่ป้ายทะเบียนท้ายและไฟทับทิมสะท้อนแสงในตัว
ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/55 R17 และขนาดเล็ก 16 นิ้ว พร้อมยาง 225/60 R16 ด้วยความเป็น C-Car ที่กล้าท้าชนกับ Toyota Corolla Altis หรือ Honda Civic ทำให้มิติตัวรถมีความใกล้กันเริ่มที่
- ความยาว 4,780 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,837 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,495 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,718 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 160 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,620 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 48 ลิตร
ภายในหรูมีสไตล์ใช้งานง่ายเริ่มที่สเปกเมกซิโกจะได้พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านดีไซน์ใหม่ปรับได้ 4 ทิศทาง นอกนั้นคงเดิมทั้ง มาตรวัดดิจิทัล 8.8 นิ้ว พร้อมจอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.8 นิ้ว รองรับระบบ Apple CarPlay® และ Android Auto™ พร้อมระบบนำทางในจอ เชื่อมต่อมือถือผ่านบลูทูธ มีช่องเสียบ USB Type A และ Type C รวม 4 จุดทั้งตอนหน้าและตอนที่ 2 ปุ่มการใช้งานต่างมารวมอยู่ที่เดียวกับคอนโซลเกียร์แบบปุ่มหมุนมีพร้อมเบรกมือไฟฟ้า (EPB-Electrical Park Brake) และช่วยควบคุมการไหลของรถอัตโนมัติ (AVH-Auto Vehicle Hold)
ไฟสร้างบรรยากาศภายใน Ambient Light พร้อมลำโพง 6-8 จุด ระบบกุญแจแบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ NFC (NFC Card) และ Digital Key และมีกุญแจรถเป็นแบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start เบาะนั่งเป็นแบบหนังสีขาวสบายตลอดการเดินทางปรับไฟฟ้าฝั่งคนขับ 6 ทิศทาง คนนั่งปรับมือ 4 ทิศทาง พร้อมช่องแอร์ด้านหลังทำงนร่วมกับเครื่องปรับอากาศแยกกอุณหภูมิอัตโนมัติซ้ายขวาพร้อมตัวกรองฝุ่น PM 2.5 ให้ความสะอาดและเย็นสบาย พร้อมพื้นที่สัมภาระมากถึง 450 ลิตร และเบาะหลังยังพับได้แบบ 60/40
ขุมพลังเป็นแบบเบนซิน Plug In Hybrid DM-i super hybrid ขนาด 1.5 ลิตร BYD472QA ให้กำลัง 110 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 135 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า Permanent magnet synchronous ความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
วิ่งไกลในโหมดอีวี 115 กิโลเมตร (NEDC) ให้พลังมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 197 แรงม้า แรงบิด 325 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 18.3 kWh เมื่อทำงานร่วมกันจะได้ความแรง 238 แรงม้า แรงบิด 324 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 7.3 วินาที และวิ่งไกลทั้งระบบ 1,240 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT มีโหมดการขับขี่ 4 โหมดทั้ง EV+HEV/SPORT+ECO+NORMAL รองรับการชาร์จแบบกระแสตรง DC รองรับกำลังการชาร์จสูงสุด 17 Kw รองรับการชาร์จแบบกระแสสลับ AC ที่ 6.0 kW โดยชาร์จ 3-3.5 ชั่วโมง จาก 0-100% และรองรับระบบ Vehicle-to-load (V2L) พร้อมระบบความปลอดภัยทั้ง
ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ Vehicle Dynamic Control (VDC) ป้องกันการลื่นไถลขณะขับขี่ Traction Control System (TCS) ควบคุมความเร็วขณะจอดรถ Controlled Deceleration for Parking Brake (CDP) ป้องกันล้อล็อกขณะเบรก Anti-Lock Braking System (ABS) ช่วยกระจายแรงเบรกอัจฉริยะ Hydraulic Brake Assist (HBA) ควบคุมการกระจายแรงเบรก Electronic Brakeforce Distribution (EBD) ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Control System (HHC) ตรวจสอบแรงดันลมยาง Tire Pressure Monitoring System (TPMS) ชะลอความเร็วเมื่อเหยียบเบรกในความเร็วต่ำ Comfort Braking
กล้องมองรอบคัน 360 องศา เซนเซอร์ช่วยจอด 4 ตำแหน่ง ถุงลมนิรภัยคู่หน้าฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ม่านถุงลมนิรภัยด้านหน้าและด้านหลังรวม 6 จุด เข็มขัดนิรภัย 5 จุด แบบผ่อนแรงและดึงกลับอัตโนมัติพร้อมระบบเตือนและสัญาณกันขโมย เบื่องต้น BYD SEAL 5 DM-i โชว์หล่อที่งาน Bangkok Motor Show 2025 ก่อนมีแผนที่จะขายเมืองไทยเร็วๆนี้