เผยโฉมเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ BYD SEALION 05 เวอร์ชันอีวีล้วนกับเวอร์ชันปลั๊กอินไฮบริดที่งาน Auto China 2026

BYD SEALION 05 มาพิกัดเดียวกับ BYD ATTO 3 หรือ YUAN PLUS โดยเวอร์ชันอีวีได้รับการปรับโฉมครั้งแรกหลังทำตลาดเจนใหม่มาปีเดียวและเป็นการเปิดตัวเวอร์ชันปลั๊กอินไฮบริดในร่างใหม่เป็นครั้งแรก
งานดีไซน์ปรับลุคใหม่

กระจังหน้าแบบปิดทึบ มีโลโก้ BYD อยู่เหนือแถบไฟหน้าแบบ LED มีไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED Daytime Running Light (DRL) ในโคมเดียวกันเชื่อมต่อกันทั้งสองด้าน ชุดกันชนหน้าทูโทนสีพร้อมช่องระบายอากาศทรงสามเหลี่ยมพร้อมมุมชายล่างสีดำมุมซ้าย-ขวา
ด้านข้างตกแต่งกรอบกระจกสีดำหลังคา Panoramic Sunroof ติดตั้ง LiDAR เข้ามาบนหลังคา กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ที่เปิดประตูแบบยกก้าน คิ้วขอบล้อสีดำออกแบบกลมกลืนกับคิ้วชายล่าง ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/60R17 และ 18 นิ้วพร้อมยาง 215/55R18
ดีไซน์ด้านหลังสโลปลงพร้อมสปอยเลอร์ ไฟท้าย LED แนวยาวในโคมทรงปีกนก ติดตรา BYD อย่างเท่ลงตัวด้วยชุดกันชนหลังดีโซน์ล้ำด้วยคิ้วชายล่างแนวยาวสีเงินตรงกลางพร้อมช่องใส่ทะเบียนท้ายและแผงทับทิมรูปตัวยูในชุดกันชนท้ายออกแบบลงตัวสร้างจากพื้นฐาน BYD’s e-platform 3.0 ด้วยมิติตัวรถ ตั้งแต่
- ความยาว 4,620 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,860 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,630 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,770 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,710-1,840 กิโลกรัม ในรุ่นอีวีล้วน
- น้ำหนักรถ 1,720-1,780 กิโลกรัม ในรุ่น DM-i
- ความจุใต้ฝากระโปรงหน้า 110 ลิตร ในรุ่นอีวีล้วน
- ความจุถังน้ำมัน 65 ลิตร ในรุ่น DM-i
ภายในหรู

ชุดแผงคอนโซลหน้ามีจอมาตรวัดความเร็วกับจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่สามารถหมุนจอได้คาดว่าจอมาตรวัดความเร็ว LCD ขนาด 8.8 นิ้วและจอสัมผัสตรงกลางขนาด 15.6 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านทรง D-Shape ท้ายตัด ทางด้านคันเกียร์มาแบบเกียร์คอและมีช่องแอร์แนวตั้ง
แน่นอนว่าออปชันภายในจะให้แบบครบครันทั้งระบบเชื่อมต่อเครือข่าย DiLink รองรับการอัปเดตในรูปแบบ OTA เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ พร้อมลำโพง 6-8 จุด เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวาพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบกุญแจ NFC ที่ชาร์จมือถือไร้สายกำลัง 50 W คอนโซลกลางรายล้อมด้วยปุ่มควบคุมการทำงานของจอสัมผัส ช่องเก็บของหลายจุด มาพร้อมที่วางแก้วขนาดใหญ่ 2 จุด พอร์ตชาร์จ USB Type C และ Type A

ภายในปรับโทนสีภายในเป็นเทาเข้มและสีครีม เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าโดยด้านคนขับปรับได้ 6 หรือ 8 ทิศทาง คนนั่งปรับ 4 ทิศทางทั้งแบบปรับธรรมดาและไฟฟ้า เบาะนั่งแถวหลังแบ่งพับ 60:40 และที่สำคัญยังมีตู้เย็นแช่เครื่องดื่มและยังอุ่นความร้อนด้วยช่วงอุณหภูมิในการทำงานคือ -6 ถึง 50 องศาเซลเซียส
ให้เลือกทั้งอีวีและปลั๊กอินไฮบริด

เริ่มที่รุ่นอีวีล้วนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังแบบ Permanent magnet synchronous motor แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP Blade เวอร์ชัน 2 ชาร์จได้ 2 รูปแบบทั้งกระแสตรง DC ที่รวดเร็วกว่าเดิม 10-97% ภายใน 9 นาที และชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 7 kW โดยมีถึง 2 ทางเลือก
เริ่มที่ขนาดความจุแบตเตอรี่ 57.545 kWh ให้กำลังสูงสุด 272 แรงบิด 230 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 540 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 521 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 6.6 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
และรุ่นท็อปขนาดความจุแบตเตอรี่ 68.547 kWh ให้กำลังสูงสุด 326 แรงบิด 270 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 630 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 608 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.9 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ยังมีขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด DM-i เวอร์ชัน 5 จากเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 101 แรงม้า แรงบิด 126 นิวตันเมตร จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลัง 163 แรงบิด 210 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP Blade ให้ความเร็วสูงสุด 175 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จได้ 2 รูปแบบทั้งกระแสตรง DC ที่รวดเร็วกว่าเดิมสูงสุด 57-74 kW และชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 7 kW โดยมีถึง 2 ทางเลือก
เริ่มที่ขนาดความจุแบตเตอรี่ 26.628 kWh วิ่งไกลสุดในโหมดอีวีล้วน 220 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 212 กิโลเมตร (NEDC) และวิ่งไกลทั้งระบบ 2,020 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 1,949 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.4 วินาที
และขนาดความจุแบตเตอรี่ 34.275 kWh วิ่งไกลสุดในโหมดอีวีล้วน 305 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 212 กิโลเมตร (NEDC) และวิ่งไกลทั้งระบบ 2,020 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 1,949 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.6 วินาที
พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ มีเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้ ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ และระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) และโหมดการขับขี่ทั้ง
- Energy Saving
- Comfort
- Sport
- Snow
ขับเคลื่อนโดยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงอัจฉริยะ (ADAS) EYE Of God C สีน้ำเงิน (DiPilot 100) ประกอบด้วยฟังก์ชัน : ระบบนำทางบนทางหลวงและทางด่วน+ช่วยจอดรถ, ไม่มีระบบ Laser LiDAR, ชิปขับเคลื่อนอัจฉริยะ: Orin-N; J6M, พลังประมวลผลของชิป: 84/128 TOPS
จำนวนกล้อง 12 จุด (ประกอบด้วย กล้องมองหน้าความชัด 8MP 3 จุด, กล้องมองรอบทิศทางความชัด 3MP 4 จุด, กล้องมองข้างความชัด 3MP 4 จุด, กล้องมองหลังความชัด 3MP 1 จุด), เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 จุด และเรดาร์อัลตราโซนิก 12 จุด พร้อมความแม่นยำในการตรวจจับวัตถุ 1 เซนติเมตร และเวลาแฝงในการรับรู้ระดับความสูงลดลงเหลือ 30 มิลลิวินาที ได้แก่
- ช่วยขับขี่บนทางหลวงในความเร็วสูง High-speed Navigation (HNOA)
- เปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Lever Lane Change (ILCA)
- ล็อกรถเข้าเลน In-Channel Control (ICC)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
- ช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limit Control (ISLC)
- อ่านป้ายจำกัดความเร็ว Speed Limit Sign Recognition (SLIF)
- เตือนเมื่อใช้ความเร็วเกินกำหนดอัจฉริยะ Intelligent Speed Limit Alert (ISA)
- เปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ Intelligent High Beam (IHBC)
- จำลองสถานการณ์การขับขี่จริงผ่านมาตรวัด Full scene environment simulation display (SR)
- จอดรถในที่จอดรถโดยอัตโนมัติ Valet Parking (AVP)
- ช่วยจอดรถอัตโนมัติ Automatic Parking (APA)
- จอดรถเองโดยอัตโนมัติ Remote Control Parking (RPA)
- ช่วยถอยหลังอัตโนมัติ Parking Control System (PDC)
- ช่วยเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า Side Distance Warning (SDW)
- ช่วยเบรกฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำ Low speed emergency brake (MEB)
- ช่วยเบรกอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking (AEB)
- แจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาด้านหน้า Forward Cross Collision Alert (FCTA)
- ช่วยเบรกเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาด้านหน้า Frontal Collision Braking (FCTB)
- แจ้งเตือนก่อนกาชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Collision Alert (RCTA)
- ช่วยเบรกเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Collision Braking (RCTB)
- ช่วยเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Detection (BSD)
- ช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู Door opening safety reminder (DOW)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในสถานการณ์ฉุกเฉิน Emergency Lane Keeping Assist (ELKA)
- ลดความเร็วขณะเข้าโค้ง Curve Speed Warning (CSW)
- เตือนการออกนอกช่องทางเดินรถ Lane Departure Assist (LDA)

BYD SEALION 05 มาพร้อมสีใหม่สีส้มแดงรวมทั้งหมด 4 สีภายนอก ในราคาเริ่มต้น 97,900-127,900 YUAN หรือราว 465,000-609,000 บาท สำหรับรุ่นปลั๊กอินไฮบริด 5 รุ่นย่อย และ อีวี 3 รุ่นย่อยเริ่มต้น 119,900-145,900 YUAN หรือราว 569,000-695,000 บาท
ที่มา CarNewsChina












