เติมน้ำมันรถผิด!!! รถพังมั้ย?? แก้ไขยังไง??

ปัญหานี้อาจจะเกิดขึ้นไม่บ่อยกับเจ้าของรถสักเท่าไหร่ แต่เมื่อวันนึงภรรยา ญาติพี่น้อง หรือแฟนยืมรถไปใช้เมื่อไหร่อาจจะเกิดเหตุการณ์เติมน้ำมันผิดขึ้นมาได้ เนื่องจากปัจจุบัน น้ำมันเชื้อเพลิงที่เราเติมกันอยู่มีหลากหลายประเภท อาจจะสับสนบ้าง ซึ่งหลายคนสงสัยว่า สามารถทำได้หรือไม่ หากเติมผิดต้องแก้ไขอย่างไร วันนี้มาหาคำตอบกัน

เติมน้ำมันผิด

การเติมน้ำมันผิดอาจจะเกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก แต่ถ้าหากเกิดขึ้นมาแล้วหละ จะแก้ไขอย่างไรดี ซึ่งรถปัจจุบันจะมีป้ายระบุน้ำมันที่ใช้ในฝาถังช่องเติมน้ำมันอยู่แล้ว หรือถ้าหากไม่รู้จริง ๆ ก็สามารถดูได้ที่เอกสารบ่งชี้การใช้งานรถที่ติดมาตั้งแต่ตอนซื้อนั่นเอง

เติมน้ำมันผิด

หากเติมน้ำมันผิดประเภทต้องทำยังไง อาการที่เกิดขึ้นกับรถของคุณจะเป็นแบบไหน ต้องแก้ไขอย่างไร

รถยนต์ในปัจจุบันแบ่งเครื่องยนต์ออกเป็น 2 ประเภท คือ เบนซินและดีเซล โดยเครื่องยนต์แต่ละประเภท
ก็จำเป็นจะต้องเติมน้ำมันให้ได้ถูกต้องตามเครื่องยนต์นั้นๆ หากเติมน้ำมันผิด หรือเติมน้ำมันสลับกันขึ้นมา
อาจจะพบกับอาการดังนี้ คือ

กรณีเครื่องยนต์ดีเซลเติมผิดเป็นน้ำมันเบนซิน

  • อาจจะเกิดควันดำออกมาจากท่อไอเสียมากกว่าปกติเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ สะดุด และเครื่องยนต์ดับได้ในที่สุด
  •  มีปัญหาในการสตาร์ทเครื่อง ไม่สามารถสตาร์ทรถยนต์ได้
  • หัวฉีดเกิดการฉีดน้ำมันเข้าห้องเผาไหม้แล้วเกิดการลุกไหม้เร็วจนเกินไปทำให้เครื่องยนต์ไม่มีประสิทธิภาพ
    และดับทันที
  • อุปกรณ์ของระบบน้ำมันเชื้อเพลิงเสียหาย เช่น ไส้กรองน้ำมันดีเซล ปั๊มหัวฉีดแรงดันสูง และหัวฉีดดีเซล

กรณีเครื่องยนต์เบนซินเติมผิดเป็นน้ำมันดีเซล

  • จะทำให้หัวฉีดอุดตัน (น้ำมันดีเซลมีค่าความหนืดมากกว่าเบนซิน) หัวฉีดฉีดไม่เป็นฝอยละออง
    จึงทำให้หัวเทียนจุดประกายไฟแล้วเผาไหม้ได้ยากทำให้เครื่องยนต์ดับ
  • ไส้กรองเบนซินอุดตัน หัวฉีดฉีดไม่เป็นฝอยละอองและเขี้ยวหัวเทียนมีคราบเขม่าจับมาก
  • เครื่องยนต์จะมีเสียงดังขณะที่คุณกำลังเร่งความเร็ว อัตราการเร่งเครื่องยนต์ช้ากว่าปกติ
    และไม่สามารถทำความเร็วได้ดี
  • ระบบแสดงไฟเตือนเครื่องยนต์ปรากฎขึ้น และส่งผลให้เครื่องยนต์ดับได้ในที่สุดไม่สามารถสตาร์ทรถใหม่ได้

เติมน้ำมันผิด

เมื่อเติมน้ำมันผิด แก้ไขอย่างไร?

ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์

  • ปิดสวิตช์กุญแจห้ามสตาร์ทรถยนต์โดยเด็ดขาด เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงที่เติมผิดจะถูกปั๊มดูดเข้าไปในระบบน้ำมันเชื้อเพลิงทันที
  • แจ้งพนักงานปั๊มให้ติดต่อช่างมาดูดน้ำมันเชื้อเพลิงที่เติมผิดออกจากถังน้ำมันเชื้อเพลิงให้หมด
  • เติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกต้องลงไปในถังให้พอสตาร์ทติด เช่น 5-10 ลิตร
  • บิดสวิตช์กุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์จนเครื่องยนต์ติดแล้วปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงานที่รอบเดินเบา ประมาณ 850+/-50 รอบต่อนาที (ดูเข็มวัดรองบนหน้าปัด-แบบดิจิตอล) และห้ามเร่งรอบเครื่องยนต์โดยเด็ดขาด
  • สังเกตดูว่ามีไฟเตือนต่างๆ โชว์บนหน้าปัดหรือไม่ (ถ้าปกติจะไม่มีรูปอะไรโชว์เลย)
  • เปิดสวิตช์อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มภาระของเครื่องยนต์ให้มากขึ้น เช่น แอร์ไฟแสงสว่างทั้งหมดหรือหมุนพวงมาลัยซ้ายสุด-ขวาสุด และให้สังเกตอาการของเครื่องยนต์ เช่น สั่นสะเทือนหรือมีแนวโน้มจะดับหรือไม่
  • เลื่อนคันเกียร์ไปตำแหน่งขับเคลื่อน “D” หรือเหยียบคลัตช์เข้าเกียร์ 1 สำหรับเกียร์ธรรมดา พร้อมเหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนที่
  • ขับรถที่ความเร็วรอบต่ำไปสักระยะหนึ่งรอจนกว่าเครื่องยนต์ทำงานปกติแล้วจึงเพิ่มความเร็วรอบของเครื่องยนต์และรถยนต์ได้อย่างปกติ

เติมน้ำมันผิด

หลังสตาร์ทเครื่องยนต์ได้แล้วจนกระทั่งรถดับ

  • ให้ปิดสวิตช์กุญแจดับเครื่องยนต์ทันที
  • แจ้งพนักงานปั๊มให้ติดต่อช่างมาดูดน้ำมันเชื้อเพลิงที่เติมผิดออกจากถังทั้งหมด
  • ถอดและเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงลูกใหม่
  • ถอดหัวฉีด (ดีเซลหรือเบนซิน) และหัวเทียน (เบนซิน) ล้างทำความสะอาดหรือเปลี่ยนใหม่
  • ถอดปั๊มหัวฉีดเครื่องยนต์ดีเซลส่งไปร้านเทสปั๊มหัวฉีดดีเซล (เครื่องยนต์เบนซินไม่มี)
  • ถอดฝาสูบเครื่องยนต์ เช็กความบิดเบี้ยว (ฝาโก่ง) ก้านวาล์ไอดี-ก้านวาล์วไอเสียคดหรือไม่
    (อาจจะต้องเปลี่ยนฝาสูบและก้านวาล์วทั้งไอดีและไอเสีย)
  • หลังจากจัดการข้อ 4-6 เรียบร้อยแล้วให้ประกอบเข้ากับเครื่องยนต์แล้วเติมน้ำมันเชื้อเพลิงใส่ในถังประมาณ 5-10 ลิตร
  • เติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกต้องลงไปในถังให้พอสตาร์ทติด เช่น 5 -10 ลิตร
  • บิดสวิตช์กุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์จนเครื่องยนต์ติดแล้วปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงานที่รอบเดินเบา ประมาณ 850+/-50 รอบต่อนาที (ดูเข็มวัดรองบนหน้าปัด-แบบดิจิตอล) และห้ามเร่งรอบเครื่องยนต์โดยเด็ดขาด
  • สังเกตดูว่ามีไฟเตือนต่างๆ โชว์บนหน้าปัดหรือไม่ (ถ้าปกติจะไม่มีรูปอะไรโชว์เลย)
  • เปิดสวิตช์อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มภาระของเครื่องยนต์ให้มากขึ้น เช่น แอร์ไฟแสงสว่างทั้งหมดหรือหมุนพวงมาลัยซ้ายสุด-ขวาสุด และให้สังเกตอาการของเครื่องยนต์ เช่น สั่นสะเทือนหรือมีแนวโน้มจะดับหรือไม่
  • เลื่อนคันเกียร์ไปตำแหน่งขับเคลื่อน “D” หรือเหยียบคลัตช์เข้าเกียร์ 1 สำหรับเกียร์ธรรมดา พร้อมเหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนที่
  • ขับรถที่ความเร็วรอบต่ำไปสักระยะหนึ่งรอจนกว่าเครื่องยนต์ทำงานปกติแล้วจึงเพิ่มความเร็วรอบของเครื่องยนต์และรถยนต์ได้อย่างปกติ

ทางที่ดี เมื่อเกิดเหตุการณ์การเติมน้ำมันผิดประเภทขึ้น อย่าลืมคำนึงถึงสิ่งสำคัญ 2 สิ่งเหล่านี้เป็นหลัก นั้นคือ การมีสติ และ การได้รับบริการจากช่างที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครื่องยนต์ต่าง ๆ เพื่อเข้าทำการดูแลให้ความช่วยเหลือทันท่วงที

เติมน้ำมันรถยนต์ผิดแก้ไขได้ไม่ยาก แต่ต้องรีบจัดการโดยทันที ต้องไม่ฝืนใช้งานน้ำมันผิดประเภท เพราะทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ อาจทำให้ลูกสูบ หรือกระบอกสูบเสียหายได้ เมื่อรู้ตัวแล้วว่า เติมน้ำมันผิด จะใช้งานรถไปแล้วหรือไม่ก็ตาม ให้แก้ไขตามขั้นตอนอย่างถูกต้องย่อมรักษาสภาพรถของคุณให้ใช้งานต่อไปได้นั่นเอง


ขอบคุณข้อมูลจาก : FIT Auto

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts