แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนยังคงเป็นเทคโนโลยีหลักของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน แต่หลังจากนี้อาจมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาท้าชิงในตลาด เมื่อ CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของโลก กำลังเร่งพัฒนาและผลักดัน แบตเตอรี่โซเดียมไอออน อย่างจริงจัง พร้อมเตรียมเข้าสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมภายในปี 2026 และตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพจนรองรับระยะทางขับขี่ได้ไกลถึง 600 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งในอนาคต
CATL ประกาศความพร้อมในการผลิตแบตฯใหม่
Wu Kai หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ CATL และสมาชิกสถาบันวิศวกรรมแห่งประเทศจีน เปิดเผยในงาน Equipment Powerhouse Forum 2026 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า CATL เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ แบตเตอรี่โซเดียมไอออน ที่ผลิตในระดับอุตสาหกรรมภายในปีนี้ หลังจากสามารถแก้ไขข้อจำกัดด้านการผลิตที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญได้สำเร็จ
สำหรับจุดเด่นของแบตเตอรี่โซเดียมไอออนคือการใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบดั้งเดิม ทำให้ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มลดลง ช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบลิเธียมที่มีความผันผวนด้านราคาได้
โดยตามแผนงานของบริษัท จะมีการเร่งนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้งานกับหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคล
- รถเพื่อการพาณิชย์
- ระบบสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping)
- ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสาธารณูปโภค
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเดินหน้าวิจัยเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับยุคถัดไปควบคู่ไปด้วย เพื่อเตรียมรองรับความเปลี่ยนแปลง และความต้องการด้านพลังงานในอนาคต
ออเดอร์ระดับประวัติศาสตร์เป็นเหตุผลหลักที่เร่งการผลิต
CATL กำลังเร่งขยายการผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออน หลังจากได้รับสัญญาในการจัดหาแบตเตอรี่ขนาด 60 GWh ซึ่งเป็นดีลแบตเตอรี่โซเดียมไอออนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
จุดเด่นของแบตเตอรี่โซเดียมไอออนคือการใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายและมีอยู่ในปริมาณมาก ช่วยลดการพึ่งพาลิเธียมที่มีความผันผวนทั้งด้านราคาและปริมาณในตลาดโลก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตมีโอกาสลดลงเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
โดยในช่วงแรก CATL มีแผนนำแบตเตอรี่โซเดียมไอออนไปใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด รวมถึงระบบกักเก็บพลังงานต่างๆ พร้อมเดินหน้าพัฒนาแบตเตอรี่รุ่นใหม่ไปด้วย เพื่อพัฒนาความสามารถในการเก็บพลังงานให้มากขึ้น
หากเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แบตเตอรี่โซเดียมไอออนรุ่นใหม่อาจรองรับระยะทางขับขี่ได้ถึง 600 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งจะใกล้เคียงกับแบตเตอรี่ LFP ที่ได้รับความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบัน และอาจกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต
ไม่หยุดแค่โซเดียมไอออน
นอกจากการขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนแล้ว CATL ยังเปิดเผยทิศทางการวิจัยระยะยาวที่มุ่งไปสู่เทคโนโลยี Lithium-Air Battery
โดยหลักการทำงานของระบบนี้คือการใช้โลหะลิเธียมเป็นขั้วลบ ส่วนที่ขั้วบวกจะใช้ออกซิเจนจากบรรยากาศภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมีโดยตรง
ข้อดีคือไม่จำเป็นต้องติดตั้งวัสดุเก็บออกซิเจนไว้ภายในแบตเตอรี่เหมือนเทคโนโลยีแบบเดิม ทำให้น้ำหนักของชุดแบตเตอรี่ลดลง และช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับการเก็บพลังงานได้มากขึ้น
และเมื่อเกิดการคายประจุ จะเกิดสารประกอบลิเธียมเปอร์ออกไซด์ขึ้นภายในระบบ ทำให้โครงสร้างนี้มีศักยภาพในการสร้างความหนาแน่นพลังงานในระดับที่สูงกว่าแบตเตอรี่โซลิดสเตตหรือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบปัจจุบัน
CATL จึงมองว่าเทคโนโลยี Lithium-Air อาจกลายเป็นผู้สืบทอดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในระยะยาว หากสามารถพัฒนาให้พร้อมสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริง
CATL ครองตลาดจีน
ปัจจุบัน CATL ยังเป็นผู้นำในตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของประเทศจีน
ข้อมูลจาก China EV DataTracker ระบุว่า ในเดือนเมษายน 2026 แค่เดือนเดียว CATL มีการติดตั้งแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้ารวม 29.06 GWh คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 46.6%
โดยปริมาณนี้แบ่งออกเป็น
- แบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (LFP) จำนวน 19.53 GWh
- แบตเตอรี่นิกเกิล แมงกานีส โคบอลต์ (NMC) จำนวน 9.53 GWh
การเพิ่มสายการผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนเข้ามา จึงไม่ใช่การเข้ามาแทนที่เทคโนโลยีเดิมในทันที แต่เป็นการสร้างทางเลือกใหม่ควบคู่ไปกับสายการผลิต LFP และ NMC
หากการพัฒนาเป็นไปตามเป้าหมายที่ CATL วางไว้ แบตเตอรี่โซเดียมไอออนอาจเริ่มมีบทบาทมากขึ้นสำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด ที่ต้องการลดต้นทุนการผลิต แต่อยากรักษาระยะทางขับขี่ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับแบตเตอรี่ลิเธียมที่ใช้งานในปัจจุบัน
ข้อมูลจาก : carnewschina.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com












