พื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ป้ายทะเบียนเฉพาะใหม่ของรถ EV

ตอนนี้รถไฟฟ้ากำลังกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกการเดินทางที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย แต่การจะแยกประเภทรถสันดาปทั่วไป กับรถ EV จากภายนอก ยังทำได้ยากในปัจจุบัน กรมการขนส่งทางบกจึงเตรียมปรับรูปแบบการแยกประเภทรถผ่านร่างกฎกระทรวงใหม่ กำหนดให้รถยนต์ไฟฟ้ามีสัญลักษณ์เฉพาะด้วยป้ายทะเบียน พื้นสีฟ้าสะท้อนแสง เพื่อให้สามารถระบุประเภทรถได้ทันที รองรับทั้งด้านความปลอดภัย การกำกับดูแล และการมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในอนาคต โดยจะไม่มีการบังคับให้เจ้าของรถ EV เดิมต้องเปลี่ยนป้ายทะเบียนใหม่ แต่จะกำหนดใช้เครื่องหมายพิเศษในการแบ่งแยก พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น ก่อนพิจารณาประกาศใช้ในขั้นตอนต่อไป

รถไฟฟ้า

รับฟังความเห็นก่อนออกกฎใหม่

กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อหลักการแก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV โดยเฉพาะ ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2569

หากร่างกฎกระทรวงฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะเป็นครั้งแรกที่รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีแผ่นป้ายทะเบียนที่แตกต่างจากรถยนต์สันดาปอย่างชัดเจน และสามารถสังเกตได้ทันทีจากภายนอก

โดยแนวทางการปรับรูปแบบใหม่ครั้งนี้ จะสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษทางอากาศและปัญหาฝุ่น PM2.5 จากภาคการขนส่ง

นอกจากนี้ การกำหนดป้ายทะเบียนหรือสัญลักษณ์เฉพาะสำหรับรถ EV ยังมีเป้าหมายสำคัญหลายด้าน เช่น

  • ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถกำกับดูแลและบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • รองรับมาตรการส่งเสริมและสิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับผู้ใช้รถ EV ในอนาคต
  • ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุประเภทรถได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้การช่วยเหลือและการจัดการเหตุที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า มีความเหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น
  • สนับสนุนการบริหารจัดการและติดตามข้อมูลการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ กรมการขนส่งทางบกจึงมีแนวคิดกำหนดให้รถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามีแผ่นป้ายทะเบียนเฉพาะ  เพื่อให้แยกจากรถประเภทอื่นได้อย่างชัดเจน

 

พื้นสีฟ้าสะท้อนแสง
ภาพจำจอง ป้ายทะเบียนใหม่สำหรับรถไฟฟ้า

ป้ายทะเบียนใหม่ ครอบคลุมรถ EV หลายประเภท

ไฮไลท์สำคัญของร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ คือการกำหนดให้ป้ายทะเบียนรถ EV ยังคงมีขนาด รูปแบบ ตัวอักษร และตัวเลขเช่นเดิม แต่เปลี่ยนสีพื้นแผ่นป้ายเป็นสีฟ้าสะท้อนแสง เพื่อให้สามารถสังเกตได้ง่ายขึ้น

ครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล 4 ประเภทหลัก ได้แก่

  • รย.1 รถยนต์นั่งไฟฟ้าส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ใช้ป้ายพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขสีดำ เช่น กลุ่มรถเก๋งและ SUV ไฟฟ้าทั่วไป
  • รย.2 รถยนต์นั่งไฟฟ้าส่วนบุคคลเกิน 7 คน ใช้ป้ายพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขสีน้ำเงิน เช่น กลุ่มรถตู้ไฟฟ้า
  • รย.3 รถยนต์บรรทุกไฟฟ้าส่วนบุคคล ใช้ป้ายพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขสีเขียว เช่น กลุ่มรถกระบะไฟฟ้า
  • รย.4 รถยนต์สามล้อไฟฟ้าส่วนบุคคล 

นอกจากนี้ยังครอบคลุม รย.12 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล ที่อาจจะเปลี่ยนไปใช้ป้ายทะเบียนพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขสีดำเช่นเดียวกัน

สำหรับกลุ่มรถ EV เชิงพาณิชย์และรถสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ไฟฟ้า รถรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม รย.5 – รย.11 และ รย.13 – รย.17 จะมีการใช้เครื่องหมายพิเศษ ตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนดเพิ่มเติมในภายหลัง

รถ EV ที่จดทะเบียนแล้ว ยังไม่ต้องเปลี่ยนป้ายใหม่

กรมการขนส่งทางบกย้ำว่า ผู้ที่จดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ยังสามารถใช้แผ่นป้ายทะเบียนเดิมได้ตามปกติ และจะยังไม่มีการบังคับให้เปลี่ยนป้ายทะเบียนใหม่ 

โดยแนวทางที่กำหนดคือ กรมขนส่งฯ จะออกเครื่องหมายเพิ่มเติมสำหรับติดบนรถที่จดทะเบียนไว้แล้ว พร้อมกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้จริง เพื่อให้เจ้าของรถดำเนินการตามหลักเกณฑ์ใหม่ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้รถ EV ปรับตัวได้โดยไม่กระทบต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ ประชาชนและผู้ใช้รถ EV ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางนโยบายด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมายได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ก่อนที่ร่างกฎหมายจะถูกนำไปปรับปรุงและพิจารณาประกาศใช้ต่อไป

 

ยังไม่บังคับใช้ และไม่ต้องเปลี่ยนป้ายใหม่

หลังเกิดกระแสความกังวลในสังคมเกี่ยวกับการเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถ EV เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน ล่าสุด นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม

โดยระบุว่าปัจจุบันร่างกฎกระทรวงดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และยังไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย

กรมการขนส่งทางบกไม่มีนโยบายบังคับให้เจ้าของรถ EV ที่จดทะเบียนไปแล้วต้องเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ ผู้ใช้รถยังสามารถใช้ป้ายทะเบียนเดิมได้ตามปกติ

สำหรับประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนป้ายทะเบียน อธิบดีกรมการขนส่งทางบกยืนยันว่า ทั้งป้ายทะเบียนทั่วไป ป้ายประมูล หรือป้ายขาวแบบเดิม เจ้าของรถยังสามารถใช้งานต่อได้ โดยจะต้องติดเครื่องหมายพิเศษเพิ่มเติมบนป้ายเดิมภายในระยะเวลา 1 ปี หลังจากกฎกระทรวงมีผลบังคับใช้

แนวทางการดำเนินการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • กลุ่มที่ 1 รถ EV ส่วนบุคคลที่จดทะเบียนใหม่หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนพื้นสีฟ้าสะท้อนแสงตั้งแต่แรก
  • กลุ่มที่ 2 รถ EV สาธารณะและรถใช้งานเฉพาะทาง ยังคงใช้ป้ายทะเบียนเดิม แต่ต้องติดเครื่องหมายพิเศษเพิ่มเติม
  • กลุ่มที่ 3 รถ EV ที่จดทะเบียนไปแล้วทุกประเภท ไม่ต้องเปลี่ยนป้ายทะเบียนใหม่ แต่ต้องติดเครื่องหมายพิเศษภายในระยะเวลา 1 ปี

 

ทำไมต้องแยกป้ายทะเบียนรถ EV ออกจากรถทั่วไป?

แม้ว่าปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกจะมีข้อมูลประเภทพลังงานของรถทุกคันอยู่ในระบบแล้ว แต่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกอธิบายว่า การแยกป้ายทะเบียนให้สามารถมองเห็นได้จากภายนอกยังมีประโยชน์สำคัญหลายด้าน

1.เรื่องความปลอดภัยและการกู้ภัย เมื่อเกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่จะสามารถทราบได้ทันทีว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีขั้นตอนการช่วยเหลือและการจัดการที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป โดยเฉพาะกรณีแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ต้องใช้อุปกรณ์และวิธีการเฉพาะทาง เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วหรือการเกิดเพลิงไหม้

2.การกำกับดูแลในระยะยาว ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามและบริหารจัดการเรื่องคุณภาพแบตเตอรี่ รวมถึงการดูแลรถที่มีอายุการใช้งานมากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.การรองรับสิทธิประโยชน์ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดค่าทางด่วน สิทธิพิเศษในห้างสรรพสินค้า หรือการเข้าพื้นที่ควบคุมมลพิษแบบ Zero Emission Zone ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากป้ายทะเบียนโดยตรง ไม่ต้องค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลเพิ่มเติม

 

เว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย

ประชาชนร่วมแสดงความเห็นได้ถึง 30 มิถุนายนนี้

กรมการขนส่งทางบกให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงขอเชิญชวนผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างหลักการของกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว ผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th 

ในหัวข้อ “การแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ (ป้ายทะเบียนรถไฟฟ้า)”

โดยความคิดเห็นที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ประกอบการปรับปรุงรายละเอียดของกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และสอดคล้องกับการใช้งานจริงมากที่สุด ก่อนประกาศบังคับใช้อย่างเป็นทางการในอนาคต

 

ข้อมูลจาก : thansettakij.com

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts