ค่าย GWM พร้อมแล้วที่จะเปิดตัว GWM TANK 300 ปรับหล่อในร่างทรงกล่องลุยโหดมาครบทุกขุมพลังปรับทั้งคันกว่า 553 จุด

GWM TANK 300 2026 เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่จีนในวันที่ 19 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ มาครั้งนี้ดุเด็ดกว่าใครด้วยการยืดระยะฐานล้อยาวกว่าเดิม และส่วนหน้าของรถยื่นออกมาด้วย
สิ่งที่เปลี่ยนไป

เริ่มที่กระจังหน้าใหม่เน้นตราอักษร TANK ขนาดใหญ่ แทนรูปโลโก้ตัว T กันชนหน้าทรงเดิมโดยมีตัวยึดและจุดยึดสำหรับลากจูงที่มองเห็นได้ชัดเจน บังโคลนหน้าซ้าย-ขวา ที่ยาวกว่าเดิมเสริมช่องระบายอากาศสีดำแนวตั้ง และรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมแต่งลุยมากกว่า 40 จุด เช่น ไฟสปอตไลท์ LED หรือที่ยึดกล้อง และสนอร์เกิ้ล
ไฟหน้า Intelligent LED ทรงกลมพร้อมไฟ LED Daytime คิ้วขอบล้อสีดำดุดัน หลังคาซันรูฟแบบเปิด–ปิดด้วยระบบไฟฟ้า มาพร้อมราวหลังคาเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน เสาอากาศ แบบ shark fin ที่เปิดประตู กระจกมองข้างตกแต่งสีเข้มทั้งหมด
ด้านท้ายดีไซน์ตั้งตรงพร้อมฝาท้ายขนาดใหญ่ห้อยยางอะไหล่ไว้ดูมีเอกลักษณ์ดีตามสไตล์ออฟโรดและไฟท้าย Vertical LED แนวตั้ง และล้ออัลลอยให้เลือกทั้งขนาด 17 นิ้วพร้อมยาง Continental Horse AT 265/65 R17 ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 ตัวรถยาวขึ้นกว่าเดิมตั้งแต่
- ความยาว 4,886 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,984 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,927 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 3,010 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 235 มิลลิเมตร
ภายในคงเดิม
ทุกอย่างยกมาจากรุ่นปี 2025 แต่มีการปรับออปชันเช่นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันกลับมาใช้แบบ 3 ก้าน แต่ยกดีไซน์พวงมาลัยอันคุ้นเคยมาจาก GWM TANK 500 จากเดิม 2 ก้าน พร้อมจอสัมผัสขนาดใหญ่แบบลอยตัวขนาดใหม่ 15.6 นิ้ว ชัดแบบ 2.5K มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3 รุ่นที่ 3 เลือกใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 8155
นอกนั้นคงเดิมทั้งสวิตช์ควบคุมการทำงานต่างๆย้ายขึ้นไปอยู่ใต้จอสัมผัสจากเดิมอยู่ใต้ช่องแอร์ทรงกลม ช่องแอร์เปลี่ยนมาเป็นทรง 6 เหลี่ยมแนวนอนแทนทรงกลมคอนโซลเกียร์ย้ายเกียร์ไปอยู่ที่คอพวงมาลัยหรือที่เรียกกันว่าเกียร์คอ
ปุ่มการทำงานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ปุ่มล็อกเฟืองท้าย ควบคุมความเร็วขณะออกตัวและลงทางลาดชัน ปุ่มบิดขึ้น-ลงกับปุ่มกดใช้งานง่ายขึ้นรวมถึงออกแบบที่ชาร์จมือถือไร้สาย 2 ช่อง กำลังชาร์จ 50W มาตรวัด Full LCD 12.3 นิ้ว

เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 12 ทิศทางสำหรับคนขับและ 10 ทิศทางสำหรับคนนั่ง พร้อมระบบอุ่นเบาะ เบาะเย็นบันทึกตำแหน่งเบาะ ฟังก์ชันนวด 8 จุด เบาะหลังปรับเอนได้ระหว่าง 25° ถึง 33.7°
ขุมพลังหลากหลาย

ทั้ง เบนซินเทอร์โบล้วนขนาด 2.0 ลิตร GW4C20NT (E20CB) กำลังสูงสุด 238 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 387 นิวตันเมตรที่ 1,800-3,600 รอบต่อนาที ขุมพลังดีเซลเทอร์โบแปรผัน 2.4 ลิตร รหัส GW4D24 (E24D) ให้กำลังถึง 186 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 490 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที
เบนซินเทอร์โบคู่ Mild Hybrid V6 3.0 ลิตร รหัส GW6Z30 ให้กำลังมากสุด 360 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 500 นิวตันเมตรที่ 1,500-4,500 รอบต่อนาที สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้าของรุ่น MHEV นี้เป็นแบบ Belt-driven integrated starter generator ทุกขนาดจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด Electronic Shifter

ใหม่!! เบนซินเทอร์โบปลั๊กอินไฮบริดขนาด 2.0 ลิตร Hi4-Z มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กับความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 59.6 kWh โดยมอเตอร์ล้อหน้าให้กำลัง 245 แรงม้า และล้อหลัง 272 แรงม้า ให้กำลังรวม 864 แรงม้า วิ่งอีวี 200 กิโลเมตร (WLTC) และวิ่งไกลทั้งระบบ 1,122 กิโลเมตร (WLTC) ให้อัตรา้ร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.3 วินาที
เบนซินเทอร์โบปลั๊กอินไฮบริด Hi4-T ขนาด 2.0 ลิตร รหัส E20NB ตอบโจทย์การผจญภัยอย่างลงตัวพร้อมมอบประสบการณ์การผจญภัยที่มีสีสันให้ผู้ขับขี่ให้กำลัง 245 แรงม้าที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 380 นิวตันเมตรที่ 1,700-4,000 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์ จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า P2 กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร
เมื่อทำงานร่วมกันกับชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 37.1 kWh โดยเมื่อทำงานร่วมกันได้กำลังสูงสุด 408 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร รองรับการลากจูงสูงสุด 2,000 กิโลกรัมด้วยการพ่วงลาก และ 750 กิโลกรัมกับการลากจูงทั่วไป วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 105 กิโลเมตร (WLTC) และวิ่งไกลสุดทั้งระบบ 913 กิโลเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 6.1 วินาที
สามารถชาร์จได้ทั้งแบบกระแสตรง DC 30-80% ภายใน 24 นาที สูงสุด 20 kW และยังชาร์จกระแสสลับ AC ได้ สูงสุด 6.6kW ได้ 6.5 ชั่วโมง

รองรับ V2L (Vehicle-to-load) ถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ของรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ รองรับการจ่ายโหลดสูงสุดเป็น 6 kW สามารถตอบสนองการทำงานพร้อมกันของเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด เช่น เตาแม่เหล็กไฟฟ้า เตาอบไฟฟ้า โปรเจ็กเตอร์ ฯลฯ และสามารถปล่อยพลังงานได้อย่างต่อเนื่องที่โหลดเต็มนานกว่า 7 ชั่วโมง (พลังงานจากปลั๊กที่ติดมากับรถ 3.3 kW)
มีมุม approach angle หรือมุมเงย 38 องศา และมุม departure angle หรือมุมจาก 33 องศา และมุมคร่อม break-over angle 19 องศา เหมาะสำหรับถนนออฟโรดที่มีสภาพซับซ้อนลุยน้ได้ 800 มิลลิเมตร
พร้อมการปรับแชสซีส์อัปความแข็งแกร่งมากขึ้นด้วยการลดระยะยื่นด้านหน้า Overhang ให้สั้นลง เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่แบบออฟโรดได้ดีกว่าจากพื้นฐานช่วงล่างหน้าแบบปีกนกคู่และมัลติลิงก์ด้านหลัง เฟืองขับด้านหน้าเป็นออปชันเสริมและด้านหลังเป็นออปชันมาตรฐาน (Electric Differential Lock for front and rear axles)
หลังคารถติดตั้ง LiDAR ติดตั้งเซ็นเซอร์รวม 27 ตัว รวมถึง LiDAR 1 ตัว รองรับระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ NOA (Navigate on Autopilot) ในทุกสถานการณ์ ที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่ Coffee Pilot Ultra มี Sentry Mode สำหรับเฝ้าระวังรถขณะจอด

สายลุยทรงเหลี่ยม GWM TANK 300 2026 ปรับโฉม เปิดราคาขายล่วงหน้าหรือพรีเซล 259,800-269,800 YUAN โดยเป็นราคาสำหรับรุ่น Hi4-T และ Hi4-Z หรือราว 1,275,000-1,324,000 บาท ส่วนรุ่นอื่นๆจะตามมาทีหลัง
ที่มา CarNewsChina
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










