ออสเตรเลียเป็นตลาดรายล่าสุดที่เปิดตัวและราคา Honda Prelude 2026 เจเนอเรชันใหม่อย่างเป็นทางการต่อจากประเทศญี่ปุ่นและยุโรป
ล่าสุด Honda Prelude 2026 คูเป้ท้ายลาดชื่อดังในยุค 70-90 กลับมาอีกครั้งในร่างใหม่เจเนอเรชันที่ 6 และขายที่ออสเตรเลียในเวอร์ชันพวงมาลัยขวา
หน้าตาคล้ายต้นแบบ
![]()

ตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าดีไซน์เล่นระดับยาวมาถึงกระจังหน้าดีไซน์ทรงทึบติดตราโลโก้บวกเส้นแนวนอนใต้กระจังประกบไฟหน้าแบบ Full LED แบบสปอร์ตลงตัวด้วยชุดกันชนหน้าพร้อมดิฟฟิวเซอร์ในตัวแบบสีดำพร้อมช่องระบายอากาศทรงตาข่ายคั่นกลางช่องด้วยเส้นแนวตั้งสีฟ้าเร้าใจทุกอณู

ด้านข้างหลังคาลาดลงพร้อมกระจกสีดำ กระจกมองข้างทรงสปูน ที่เปิดประตูเรียบเนียนกับตัวถัง ด้านท้ายพาดยาวด้วยไฟท้าย LED ติดตราตัวอักษร Honda เว้นช่อง มีตราโลโก้ Prelude สีดำ และล้ออัลลอยลายดำเข้ม Berlina Black ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/40R19 จาก Continental’s “Premium Contact 6” และกันชนหลังทรงเท่
ตัวรถมีมิติขนาดใหญ่กว่า Mazda MX-5 และเกือบเท่ากับ Toyota GR86 ที่มีฐานล้อที่เท่ากันคาดนำพื้นฐานมาจาก Honda Civic ดังนี้
- ความยาว 4,522 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,880 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,355 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,605 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,468 กิโลกรัม
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 137 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 40 ลิตร
ภายในอย่างเท่

สไตล์สปอร์ต โอบกระชับ รองรับการขับขี่ความเร็วสูงด้วย คอนโซลหน้าดูๆไปมีคล้ายละม้ายกับ Honda Civic แต่ปรับรายละเอียดให้เข้ากับความเป็น Prelude ตั้งแต่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านทรงสหกรณ์ใช้กันทุกรุ่น มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ครั้งแรกกับมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ เบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และ Auto Brake Hold เกียร์อัตโนมัติไฟฟ้าแบบสวิตช์ Shift by Wire (Electric Gear Selector)
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto เชื่อมต่อชีวิตเหนือระดับ ด้วยหลากหลายฟังก์ชันและเทคโนโลยี
ล้ำสมัยครบครันด้วยใหม่! Google built-in แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว โดยติดตั้งครั้งแรกอย่าง Google Assistant, Google Maps และแอปอื่น ๆ อีกมากมายเช่น YouTube Music, Spotify


ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 8 จุด ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) กระจกมองหลังแบบปรับแสงอัตโนมัติ ซันรูฟแบบพาโนรามา เบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มเบาะหนังแท้กับหนังสังเคราะห์สีน้ำเงิน/ขาว หรือดำเข้มให้เลือก เบาะนั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมภาระมากถึง 760 ลิตร และไม่พับเบาะ 264 ลิตร
ไฟส่องสว่างตกแต่งแผงประตูคู่หน้าและห้องสัมภาระท้าย มีเท้าแป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) ควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) ช่องเชื่อมต่อ USB Type C
ครั้งแรกกับเทคโนโลยีฟูลไฮบริด

ด้วย e:HEV เจเนอเรชันใหม่ ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson-Cycle คู่กับขับเคลื่อนล้อหน้ากับ ขุมพลังฟูลไฮบริดหรือ e:HEV และเป็นรถใหม่ลำดับที่ 14 ที่ใช้ขุมพลังรักษ์โลกยกพื้นฐานของเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0 ลิตร ในรหัส LFC-H4 DOHC ที่มาพร้อมระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD)
ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 186 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์ ให้กำลัง 184 แรงม้าที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 315 นิวตันเมตรที่ 0-2,000 รอบต่อนาทีในภาคมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว และแบตเตอรี่ Lithium-Ion
ให้กำลังรวมเมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันมากกว่าถึง 232 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแป้นเหนี่ยวหลังพวงมาลัย Paddle Shift ที่ทำหน้าที่ทั้งชะลอความเร็ว ควบคุมการรีเจนมอเตอร์ ชาร์จพลังแบตเตอรี่กลับเข้าไป และ จำลองการเปลี่ยนเกียร์ 8 สปีด เมื่อกดโหมด Honda S+ พร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง SPORT, GT, COMFORT และ INDIVIDUAL ให้ความประหยัด 23.6 กิโลเมตรต่อลิตร (WLTC)
ขับขี่เร้าใจ

ด้วย Honda S+ Shift ระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์ได้ถึง 8 สปีด ผ่านแป้นแพดเดิลหลังพวงมาลัย เพื่อความสนุกสนานในการขับขี่ พร้อมระบบ Linear Shift Control ให้ความรู้สึกการเปลี่ยนเกียร์รวดเร็วเมื่อกดคันเร่งเต็มที่ พร้อมนำเสนอระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ใช้ร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมแพลตฟอร์มขนาดกลางใหม่มีความแข็งแกร่งเพื่อลดน้ำหนักมากถึง 10% ด้วยโครงสร้างตัวถังที่ออกแบบง่ายไม่ซับซ้อนและน้ำหนักลดลง 90 กิโลกรัมเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมดนี้ Honda หวังลดต้นทุนรถยนต์ฟูลไฮบริดและไฟฟ้าได้มากถึง 50%

พร้อมด้วยระบบ Active Sound Control ที่ช่วยเพิ่มอารมณ์ความเร้าใจในการขับขี่ ช่วงล่างด้านหน้าแบบ Dual Axis ติดตั้งคอม้า เข้ากับชุดโช๊คอัพด้านหน้า ชุดเบรกหน้าพร้อมคาลิปเปอร์สีฟ้าขนาด 350 มิลลิเมตร จาก Brembo และหลังขนาด 305 มิลลิเมตร โช๊คอัพแบบ Adaptive จับอาการกระแทกระหว่างการขับขี่และปรัยตัวเองให้ซับแรงให้ดี และมั่นคง ตอบสนองต่อวิธีการขับขี่มากขึ้น
ความปลอดภัยด้วย Honda Sensing

- เตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
- เตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking System (CMBS)
- เตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist System (LKAS)
- ช่วยควบคุมรถขณะรถติด Traffic Jam Assist (TJA)
- เตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Road Departure Mitigation (RDM)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ Adaptive Cruise Control (ACC) with Low Speed Follow
- จดจำป้ายจราจร Traffic Sign Recognition (TSR)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Support System (HBSS)
- ช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง Blind Spot Information (BSI)
- เตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย Cross Traffic Monitor (CTM)
- ไฟหน้าอัจฉริยะแบบปรับไฟสูงเองได้ Adaptive Driving Beam (ADB)
- เบรกหลังการชน Post-Collision Braking System (PCBS)
ป้องกันล้อล็อก Anti-lock Braking System (ABS) เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ Agile Handling Assist System (AHAS) ช่วยเบรก Brake Assist System (BA) กระจายแรงเบรก Electronic Brake-force Distribution (EBD) ไฟแจ้งเตือนฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน Emergency Stop Signal (ESS) ออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA) หม้อลมเบรกไฟฟ้า Electronic Brake Booster (EBB)
ช่วยประคองพวงมาลัยเมื่อขับขี่ทางตรง Straight Driving Steering Assist ควบคุมการทรงตัว
Vehicle Stability Assist (VSA) เตือนภัยด้วยเสียงสำหรับยานพาหนะ Acoustic Vehicle Alerting System (AVAS) ถุงลมนิรภัย 10 จุดรอบคัน สัญญาณกะระยะการจอดรถ Parking Sensor System หน้า-หลัง รวม 8 จุด และกล้องมองภาพด้านหลังแสดงมุมมอง 3 ระดับ

Honda Prelude มาพร้อสีภายนอก 5 สีทั้ง สีขาว Moonlit White Pearl สีเทา Meteoroid Gray Metallic สีดำ Crystal Black Pearl สีแดง Frame Red และสีฟ้า Racing Blue ในราคา $65,000 ซึ่งรวมค่าจดทะเบียนและภาษีถนน On-Road หรือราว 1,519,000 บาท
ที่มา Carexpert











