MAZDA CX-30 ยังจำหน่ายต่อไปแม้ยังไม่มีการปรับโฉมล่าสุดญี่ปุ่นเปิดตัวรุ่นปี 2026 ปรับปรุงใหม่ พร้อมพลังใหม่ สีใหม่ รุ่นย่อยใหม่

MAZDA CX-30 2026 ในร่างสปอร์ตเอสยูวีไซซ์ซับคอมแพ็ค 5 ประตูทำตลาดมายาวนานตั้งแต่ปี 2019
ภายนอกเท่

ตั้งแต่กระจังหน้าทรงซิกเนเจอร์วิง ไฟหน้า Projector แบบ LED ทรงเรียวขึ้น ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน และไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED Signature กันชนหน้าทรงบึกบึนคิ้วขอบล้อดีไซน์ใหญ่
หลังคาซันรูฟ กระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยว LED และที่เปิดประตูสีเดียวกับตัวรถ ล้ออัลลอย 5 ก้านคู่ขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 215/55 R18 และขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 215/65 R16
ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ไฟท้าย LED Signature วงกลม ไฟท้าย LED และกันชนหลังสีทูโทนทรงบึกบึน
พร้อมรุ่นย่อยใหม่ AIR EDITION เสริมภาพลักษณ์ความหรูหราด้วยภายนอกที่ดูสปอร์ตโดดเด่นด้วยความลงตัวแบบสปอร์ตในทุกส่วน เช่น โลโก้แบรนด์ (ด้านหน้า/ด้านหลัง) ฝาครอบดุมล้อ ตราสัญลักษณ์ด้านหลัง และราวหลังคาบิ๊วอิน ตกแต่งเป็นสีดำทั้งหมด
ภายในหรู

แผงคอนโซลหน้าเน้นแนวสปอร์ตบุผิวสัมผัส ใช้งานง่ายตั้งแต่แผงช่องแอร์ซ้าย-ขวาออกแบบใกล้ มาตรวัดดิจิตอลแบบ TFT LCD ขนาด 7 นิ้ว จอสัมผัสขนาดใหญ่ Widescreen 8.8 นิ้ว ตรงกลางแผงคอนโซล พร้อมระบบความบันเทิง Mazda Connect infotainment system รองรับ Apple CarPlay Android Auto ปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่สีบนกระจกหน้า Windshield Active Driving Display ปุ่ม Push Start ลำโพงสูงสุด 12 จุดจาก Bose และ ลำโพง 8 จุด
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน หุ้มหนัง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Keyless Entry) และกุญแจรีโมท (Keyless Entry)

เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่ง และเบาะนั่งคนขับปรับธรรมดา 8 ทิศทาง เบาะหลังแบบพับได้ 60:40 แยกอิสระจากกันเพิ่มความอเนกประสงค์ขึ้นอีกระดับ เบาะนั่งหุ้มหนังและเบาะนั่งผ้าโทนสีดำ
วัสดุตกแต่งแผงคอนโซลหน้า ด้านข้างคอนโซลกลาง และฝาปิดช่องใส่ของคอนโซลกลางจาก สีน้ำเงินและสีน้ำตาล กรอบช่องแอร์สีเงินซาติน ที่วางแขนหนังสีน้ำเงิน
แผงข้างประตูมีทั้งหนังสีดำและผ้าสีดำ มือเปิดประตูจากสีเงินซาติน กล่องเก็บของด้านหน้า และบริเวณปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ สีเงินซาติน และสีดำ แผ่นปิดสัมภาระด้านท้าย และ ที่วางแก้วน้ำที่คอนโซลกลางแบบมีฝาปิด
ส่วนรุ่น AIR EDITION ให้ความรู้สึกสว่างและโปร่งโล่งด้วยโทนสีเทา/ขาว ส่วนที่เป็นสีเทา (ไม้เรแกน) ได้รับการเคลือบสารกันคราบและกันน้ำ ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น
และยังเพิ่มออปชันบางรายการในรุ่นย่อยทั้งเบาะเย็นในเบาะนั่งคู่หน้า กล้องรอบคัน 360 องศา (360 ̊ View Monitor) ส่องใต้ท้องรถ ไฟดาวน์ไลท์แบบ LED บนเพดาน
แรงเร้าใจด้วย SKYACTIV

ใหม่!! ขุมพลัง e-SKYACTIV G M Hybrid ขนาด 2.5 ลิตร รหัส PY-VPH 179 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 238 นิวตันเมตรที่ 3,750-4,000 รอบต่อนาที พร้อม Mild Hybrid 24V มีมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 5.4 แรงม้า ที่ 1,000 รอบต่อนาที แรงบิด 60.5 นิวตันเมตรที่ 100 รอบต่อนาที พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดเล็กสุด 0.24 kWh
ขุมพลัง e-SKYACTIV G M Hybrid ขนาด 2.0 ลิตร รหัส PE-VPS 156 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 199 นิวตันเมตรที่ 3,750-4,000 รอบต่อนาที พร้อม Mild Hybrid 24V มีมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 6.8 แรงม้า ที่ 1,800 รอบต่อนาที แรงบิด 48.5 นิวตันเมตรที่ 100 รอบต่อนาที พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดเล็กสุด 0.24 kWh
เกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-Drive 6 สปีด พร้อม Paddle Shift มีทั้งขับเคลื่อนล้อหน้าในรุ่น 2.0 กับ 2.5 และขับเคลื่อน 4 ล้อ i-ACTIV AWD ในรุ่น 2.5
คับคั่งกับระบบความปลอดภัยด้วยระบบควบคุมแรงบิดให้เหมาะสมในขณะเข้าโค้ง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC+)
i-ACTIVSENSE ปรับปรุงใหม่ทั้ง

- เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน Blind Spot Monitoring (BSM) เพิ่มฟังก์ชันเตือนเปิดประตู Exit Warning
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในสถาการณ์ฉุกเฉิน Emergency Lane Keeping Assist (ELK) เพิ่ม ช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านข้าง Side Hazard Avoidance Assist ช่วยรักษาช่องจราจร Road Keeping Assist Function และช่วยหลีกเลี่ยงการชนรถที่สวนมา Oncoming Vehicle Collision Avoidance Assist
- เตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ Smart Brake Support (SBS) เพิ่ม ลดความรุนแรงจากการชนรถที่วิ่งสวนมา Collision Damage Mitigation Function for Oncoming Vehicles ช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุบริเวณทางแยก Intersection Accident Avoidance Assist ช่วยหลีกเลี่ยงการชนขณะเลี้ยวขวา Right-Turn Collision Avoidance Assist ตรวจจับวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาจากด้านหน้า และ รองรับการตรวจจับรถจักรยานยนต์ Motorcycle Compatibility
- ควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control) เพิ่มฟังก์ชันตรวจจับป้ายจราจรและจำกัดความเร็ว Speed Limit Sign Recognition
- ไฟหน้าอัจฉริยะ Adaptive LED Headlamps (ALH) เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายแสงและการลดแสงสะท้อนที่รบกวนสายตา เทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ใน MAZDA CX-60 กับ MAZDA CX-80
- ควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support)
- เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
- ช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse)
- ช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Rear Crossing)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane-keep Assist System)
- เตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
- ช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)
- ปรับไฟหน้าสูงอัตโนมัติ HBC (High Beam Control)
พร้อมระบบความปลอดภัยพื้นฐานทั้ง กล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะขณะถอยหลังถุงลมนิรภัยรอบคัน 7 จุด รวมถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ,ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว DSC (Dynamic Stability Control) ช่วยออกตัวรถขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA (Hill Launch Assist)
สัญญาณไฟกะพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกรถในภาวะฉุกเฉิน ESS (Emergency Signal System) เซนเซอร์กะระยะการจอดด้านหน้า 4 จุด เซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด เบรก ป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking System (ABS) กระจายแรงเบรก Electric Brake Force Distribution (EBD)

Mazda CX-30 2026 มีสีใหม่ทั้งสีเทา “Aero Gray Metallic” และ สีเขียว “Zinc Green Metallic” (ส่งมอบเดือนตุลาคม)
ขายญี่ปุ่นสิงหาคมพร้อมรุ่น 20C 20S 20G 20 AIR EDITION 25L และ 25 AIR EDITION ในราคาเริ่มต้น 2,640,000-3,756,500 YEN หรือราว 545,000-775,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยแต่ถ้านำเข้ามาขายไทยราคารวมภาษีอยู่ที่ 1,567,000-2,429,000 บาท
ที่มา Carwatch
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day











