เมืองไหนติดสุด? 5 อันดับ เมืองรถติดที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2568 

เป็นเรื่องธรรมดาหากในชั่วโมงที่เร่งรีบในการขับรถ กลับต้องไปเผชิญกับการจราจรที่ติดขัดบนท้องถนน ความรู้สึกหงุดหงิดมักจะผุดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ ซ้ำร้ายเมื่อบางครั้งที่รู้สึกร้อนใจอยากรีบไปให้ถึงจุดหมาย กลับรู้สึกเหมือนว่าการรถยิ่งติดมากกว่าเดิม แล้วสำหรับประเทศไทย มีเมืองไหนกันนะ? ที่ทำให้คนขับรถหัวร้อนได้มากที่สุดจากปัญหาการจราจรติดขัด 

วันนี้ car2day ได้รวบรวม 5 อันดับ เมืองรถติดที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2568 จากการจัดอันดับของ TomTom Traffic Index 2025 ซึ่งวัดข้อมูลจากจากการใช้งานจริง 

 

ปัญหาการจราจรติดในปัจจุบัน

สำหรับการจราจรในปัจจุบัน ปัญหารถติดสามารถเกิดขึ้นได้แทบทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะในเมืองหลวงซึ่งเป็นแหล่งรวมทั้งคนทำงาน ผู้อยู่อาศัย และนักท่องเที่ยว ยิ่งในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว การจราจรมักจะหนาแน่นจนติดแหงกเป็นพิเศษ

ส่วนหนึ่งมาจากปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงโครงการก่อสร้างถนนที่ยังไม่เสร็จสิ้นสักที ในหลายพื้นที่ เช่นถนนพระราม 2 ส่งผลให้การเดินทางหำหรับบางเส้นทางอาจต้องใช้เวลานานเป็นพิเศษ  และกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้ถนนโดยตรง

 

ผลกระทบต่อผู้ใช้ถนน

  • เสียเวลาเดินทางมากขึ้น กระทบงานและชีวิตประจำวัน
  • เกิดความเครียด หงุดหงิด สมาธิในการขับขี่ลดลง
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทั้งค่าน้ำมันและดูแลรถ
  • ความเสี่ยงอุบัติเหตุสูงขึ้นในช่วงรถติด
  • มลพิษทางอากาศเพิ่มจากไอเสียสะสม

และแน่นอนว่าสำหรับประเทศไทย ตามรายงานของ TomTom Traffic Index ระบุว่า เมืองเจ้าปัญหาที่มีการจราจรติดขัดมากที่สุดยังคงเป็นกรุงเทพมหานครฯ ที่ยืน 1 มาอย่างยาวนาน

 

TomTom Traffic Index คืออะไร?

TomTom Traffic Index คือดัชนีชี้วัดการจราจรระดับโลกที่เก็บข้อมูลจากยานพาหนะและอุปกรณ์นำทางนับล้านชิ้นทั่วโลก ซึ่งข้อมูลการใช้งานจริงของผู้ขับขี่ ผ่านระบบนำทางและ GPS  ซึ่งจะมีการรายงานประจำปี เพื่อวิเคราะห์ความหนาแน่นของการจราจร ความเร็วเฉลี่ย และเวลาที่ผู้คนต้องเสียไปบนท้องถนนในแต่ละปี และในปีล่าสุดมีการได้สำรวจไปกว่า 500 เมืองทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

 

5 อันดับเมืองรถติดที่สุดในประเทศไทย ปี 2568

 

อันดับ 5 นครราชสีมา

ประตูสู่ภาคอีสานที่เป็นทั้งเมืองเศรษฐกิจและทางผ่านไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ปริมาณรถสะสมจึงหนาแน่นมากโดยเฉพาะในช่วงวันหยุด

  • ความแออัดเฉลี่ย : 41.4%
  • ความเร็วที่ใช้ได้โดยเฉลี่ย : 17.1 ไมล์/ชม. หรือประมาณ 27.5 กม./ชม.
  • ระยะทางที่ขับได้ใน 15 นาที : 4.3 ไมล์ หรือประมาณ 6.9 กม.
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน : ประมาณ 80 ชม./ปี

อันดับ 4 ขอนแก่น

เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจและการศึกษาในภาคอีสาน การจราจรจะแน่นมากในเวลาเข้าเรียนหรือเลิกงาน โดยเฉพาะแถวหน้ามหาลัยหรือย่านธุรกิจ ปริมาณรถเยอะจนแทบจะขยับไปไหนไม่ได้

  • ความแออัดเฉลี่ย : 44.8%
  • ความเร็วที่ใช้ได้โดยเฉลี่ย : 16.2 ไมล์/ชม. หรือประมาณ 26.1 กม./ชม.
  • ระยะทางที่ขับได้ใน 15 นาที : 4.0 ไมล์ หรือประมาณ 6.4 กม.
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน : ประมาณ 81 ชม./ปี

อันดับ 3 เชียงใหม่

เมืองท่องเที่ยวที่มีทั้งคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยว และรถเช่า วิ่งปนกันทั้งวัน ทั้งเช้าและเย็น รวมถึงเทศกาล จนรถติดยาวกลายเป็นเรื่องปกติ

  • ความแออัดเฉลี่ย : 48.7%
  • ความเร็วที่ใช้ได้โดยเฉลี่ย : 15.4 ไมล์/ชม. หรือประมาณ 24.8 กม./ชม.
  • ระยะทางที่ขับได้ใน 15 นาที : 3.9 ไมล์ หรือประมาณ 6.3 กม.
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน : ประมาณ 89 ชม./ปี

อันดับ 2 หาดใหญ่ (สงขลา)

แซงหน้าเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ด้วยผังเมืองที่ค่อนข้างหนาแน่นและถนนในบางช่วงไม่ได้มีขนาดกว้างมาก ด้วยความเป็นเมืองศูนย์กลางของภาคใต้ที่ต้องมีรถสัญจรตลอดอยู่แล้ว เลยทำให้ที่นี่เป็นเมืองรถติดอันดับต้นๆ ของประเทศแบบไม่ต้องสงสัย

  • ความแออัดเฉลี่ย : 55.2%
  • ความเร็วที่ใช้ได้โดยเฉลี่ย : 14.8 ไมล์/ชม. หรือประมาณ 23.8 กม./ชม.
  • ระยะทางที่ขับได้ใน 15 นาที : 3.7 ไมล์ หรือประมาณ 6.0 กม.
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน : ประมาณ 94 ชม./ปี

 

อันดับ 1 กรุงเทพมหานคร

กรุงเทพฯ ครองแชมป์รถติดของประเทศไทย และยังติด อันดับ 10 ของโลก เพราะแทบจะเป็นศูนย์รวมทุกอย่างของประเทศ มีรถเยอะทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะ จะเช้า สาย บ่าย หรือเย็น ก็มีโอกาสติดได้หมด โดยเฉพาะวันทำงานหรือวันฝนตก รถแทบไม่มีการขยับ โดยปีนี้ ระดับความแออัด +1.3 pp เพิ่มขึ้นจากปีก่อน

  • ความแออัดเฉลี่ย : 67.9%
  • ความเร็วที่ใช้ได้โดยเฉลี่ย : 16.2 ไมล์/ชม. หรือประมาณ 26.1 กม./ชม.
  • ระยะทางที่ขับได้ใน 15 นาที : 4.1 ไมล์ หรือประมาณ 6.6 กม.
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน : ประมาณ 115 ชม./ปี

 

ความติดขัดระดับสากล

ในระดับสากล กรุงเทพก็ยังคงติดอันดับ Top 10 ประจำปี 2025 โดย TomTom Traffic Index มาดูกันว่าเมืองไหนบ้างทีสู้ชีวิตบนท้องถนนหนักกว่าบ้านเรา

10 อันดับเมืองที่รถติดมากที่สุดของโลก ปี 2568

อันดับ 10: กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย 

  • ยังคงติดอันดับขึ้นมาแม้จะเป็นระดับสากลแล้วก็ตาม
  • ความแออัดเฉลี่ย 67.9% 
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน: 115 ชม./ปี

อันดับ 9: ลิมา, เปรู 

  • เมืองหลวงที่ทำเอาคนใช้ถนนต้องปวดหัว
  • ความแออัดเฉลี่ย 69.3% 
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน: 195 ชม./ปี

อันดับ 8: อาเรกีปา, เปรู 

  • เมืองสวยกลางหุบเขา แต่การจราจรกลับสวนทาง
  • ความแออัดเฉลี่ย 69.5%
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน: 154 ชม./ปี

อันดับ 7: โบโกตา, โคลอมเบีย  

  • เมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่น การจราจรติดยาว
  • ความแออัดเฉลี่ย 69.6%
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน: 153 ชม./ปี

อันดับ 6: ลูบลิน, โปแลนด์ 

  • เมืองที่การจราจรหนาแน่นจนคนขับลุ้นทุกสี่แยก
  • ความแออัดเฉลี่ย 70.4%
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน: 117 ชม./ปี

อันดับ 5: ปูเน, อินเดีย

  • เมืองเศรษฐกิจที่เติบโตเร็ว รถเพิ่มขึ้นไว แต่ถนนขยายไม่ทัน
  • ความแออัดเฉลี่ย 71.1%
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน: 152 ชม./ปี

อันดับ 4: ลอดซ์, โปแลนด์ 

  • แชมป์รถติดของโปแลนด์ที่ถ้าใครได้ผ่านไป ต้องเผื่อเวลาให้ดี
  • ความแออัดเฉลี่ย 72.8%
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน: 135 ชม./ปี

อันดับ 3: ดับลิน, ไอร์แลนด์

  • เมืองหลวงที่รถติดจนเสียเวลาชีวิตไปมหาศาล
  • ความแออัดเฉลี่ย 72.9%
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน: 191 ชม./ปี

อันดับ 2: เบงกาลูรู, อินเดีย 

  • เมืองไอทีที่เทคโนโลยีก็ยังช่วยให้รถหายติดไม่ได้
  • ความแออัดเฉลี่ย 74.4%
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน: 168 ชม./ปี

อันดับ 1: เม็กซิโกซิตี, เม็กซิโก 

  • แชมป์รถติดของโลก เมืองมหึมาที่ผู้ใช้ถนนต้องเผื่อเวลาเดินทางแทบทุกวัน
  • ความแออัดเฉลี่ย 75.9%
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วน: 184 ชม./ปี

 

เมืองรถติดน้อยที่สุดในโลก

ในทางตรงกันข้ามสำหรับเมืองที่รถติดน้อยที่สุดในรายงานของ TomTom Traffic Index  ประจำปี2025 คือ

เคาน์ซิล บลัฟส์ รัฐไอโอวา, สหรัฐอเมริกา

ถูกจัดให้เป็นเมืองที่การจราจรไหลลื่นที่สุดในโลก

  • ความแออัดเฉลี่ย: เพียง 13.3%
  • ความเร็วเฉลี่ย 41.3 ไมล์ /ชม. หรือประมาณ 66.4 กม./ชม.
  • ระยะทางที่ขับได้ใน 15 นาที ประมาณ 10.3 ไมล์ หรือประมาณ 16.6 กม.
  • เสียเวลาในชั่วโมงเร่งด่วนตลอดปีอยู่ที่ 12 ชั่วโมง/ปี เท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่เร่งด่วน เชื่อว่าหลายคนอาจจะใจร้อนอยากไปให้ถึงจุดหมายเร็วที่สุด ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นการเผื่อเวลาเดินทางและหมั่นเช็กสภาพจราจร จะช่วยให้วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวเองและเพื่อนร่วมทางได้ดีที่สุด

สำหรับใครที่อยากดูรายละเอียดการจราจรเพิ่มเติมของเมืองต่างๆ ทั่วโลก สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.tomtom.com/

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts