Nissan ELGRAND 2026 กับ 3 รุ่นพิเศษแต่งหล่ออัปหรูจาก AUTECH

NMC หรือ Nissan Motorsports & Customization เปิดตัว 3 รุ่นพิเศษ และ 1 ออปชันใหม่ตกแต่งเหนือกว่าจับ Nissan ELGRAND 2026 เจเนอเรชันที่ 4 มาอัปหรู

Nissan ELGRAND AUTECH

เริ่มที่ Nissan ELGRAND AUTECH เอ็มพีวีหรูแต่งพิเศษหวังท้าชนกับ Toyota ALPHARD/VELLFIRE เป็นรุ่นเรือธงของ AUTECH สะท้อนแนวคิด “พรีเมียมสปอร์ต” ทั้งภายนอกและภายใน

ด้วยชุดแต่ง AUTECH ตั้งแต่ กระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายแบบคุมิโกะ (Kumiko) ของญี่ปุ่น ลายจุดสีเงิน สื่อถึงผิวน้ำทะเลที่ระยิบระยับ และชิ้นส่วนตกแต่งสีเมทัลลิคบริเวณด้านล่างตัวถังที่ออกแบบโดยใช้ลวดลายคลื่นทะเลสีขาวริมชายฝั่ง ยังมีไฟ LED อันเป็นเอกลักษณ์ติดตั้งอยู่ที่กันชนหน้า

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ออกแบบโดยใช้ตัวอักษร “A” ของ AUTECH เป็นลวดลายหลัก ซึ่งสื่อถึงแสงแดดที่ส่องลงสู่ทะเล พร้อมยาง 235/60R18

ชุดสเกิร์ตหน้ารอบกันชนพร้อมสเกิร์ตหลังตกแต่งด้วยสีเงินเมทัลลิค ทำให้ดูโฉบเฉี่ยว กระจกมองข้างสีเงินเมทัลลิคพร้อมไฟเลี้ยว LED คิ้วชายล่างสีเดียวกับตัวรถใหม่ขลิบสีเงิน ชุดไฟเสริม LED สีฟ้าติดที่กันชนหน้า สัญลักษณ์ AUTECH ในกระจังหน้า ฝาท้าย

Nissan ELGRAND AUTECH Nissan ELGRAND AUTECH

ภายในตกแต่งด้วยสีดำเป็นหลัก ตัดกับสีน้ำเงินทั่วทั้งคัน เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง NAPPA ระดับพรีเมียมที่พัฒนาขึ้นใหม่ นอกจากนี้ เบาะนั่งและแผงประตูยังมีการเย็บลวดลานพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคลื่นบนผิวน้ำ และชิ้นส่วนตกแต่งต่างๆ เป็นสีโครเมียมเข้ม

Nissan ELGRAND AUTECH 

ต่อมาเป็น Nissan ELGRAND VIP เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรซื้อเป็นล็อตๆ หรือ FLEET เน้นเป็นรถผู้บริหารพร้อมคนขับโดดเด่นด้วยกระจังหน้าสีเทาเมทัลลิกเข้ม ล้อขนาด 18 นิ้วสุดพิเศษ และตราสัญลักษณ์ VIP สุดพิเศษ รวมถึงบันไดขึ้นลงอัตโนมัติพร้อมการตกแต่งและฟังก์ชั่นไฟส่องสว่างพิเศษ

Nissan ELGRAND AUTECH

ภายในตกแต่งด้วยสีดำเป็นหลัก พร้อมเบาะหนัง NAPPA ระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับชื่อ VIP และมาพร้อมจอภาพสำหรับผู้โดยสารด้านหลังขนาด 15.6 นิ้ว และไฟอ่านหนังสือเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

Nissan ELGRAND AUTECH

รุ่นที่ 3 กับ Nissan ELGRAND AUTECH LINE โดดเด่นด้วยกระจังหน้าสีเทาเมทัลลิกเข้ม กันชนหน้าแบบพิเศษ ล้ออัลลอย และกระจกมองข้างสีเงินเมทัลลิก คล้ายรุ่น AUTECH แต่ตัดขลิบสีเงินข้างล่างประตูสไลด์ ด้านเบาะนั่งเปลี่ยนจากหนัง NAPPA มาเป็น หุ้มด้วยผ้าสีดำและออกแบบให้กระชับพอดีตัว ให้ความรู้สึกสบายและโอบกระชับ

Nissan ELGRAND AUTECH

ปิดท้ายด้วยอุปกรณ์ตกแต่งด้วยบันไดข้างสไลด์ไฟฟ้าโดยบันไดจะ กางออกอัตโนมัติเมื่อเปิดประตู และ พับเก็บเมื่อปิดประตู ยังมาพร้อมระบบไฟส่องสว่างที่ส่องไม่เพียงแต่พื้นบันไดเท่านั้น แต่ยังส่องถึงพื้นถนนด้านล่างบันไดด้วย ทำให้ขึ้นลงได้อย่างปลอดภัยแม้ในที่มืด ขณะที่แสงสว่างจ้าจากไฟ LED ยังช่วยสร้างรูปลักษณ์ที่ดูมีสไตล์อีกด้วย

Nissan ELGRAND

หรูด้วยตราชื่อ ELGRAND บนขอบฝากระโปรงหน้า ถัดลงมาเป็นกระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายแบบคุมิโกะ (Kumiko) ของญี่ปุ่น

ผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของชุดไฟหน้า LED ส่วนบนจะเป็นแถบไฟ DRL แบบ LED เส้นสีขาวแนวนอนคาดยาวพร้อมไฟหน้า LED เป็นลายเกล็ดที่ให้ความสว่างชัดมากขึ้นด้านล่างเป็นช่องระบายอากาศสีดำในชุดกันชนหน้าทรงสปอร์ตชิ้นเดียวกับกระจังหน้า พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED

ด้านข้างมาพร้อมหลังคาซันรูฟแบบคู่ หลังคารถรูปทรงเป็นหนึงเดียว คิ้วขอบกระจกแนวโครเมียมตกแต่งสีตามตัวรถ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงสปูน ที่เปิดประตูดึงก้าน พร้อมประตูสไลด์ 2 ฝั่ง เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

คิ้วชายล่างกลมกลืนด้านท้ายมาพร้อมไฟท้าย LED แนวยาวพาดฝาท้ายบ่งบอกถึงความสง่างามลักชัวรีพร้อมสปอยเลอร์หลังทั้งชิ้นกลมกลืนกับฝาท้ายอย่างลงตัวและเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ภายใต้รหัส E53 โดยมีมิติดังนี้

  • ความยาวตั้งแต่ 4,995 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,895 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,975 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร

Nissan ELGRAND

 

ภายในห้องโดยสารมอบบรรยากาศระดับพรีเมียมแบบเลานจ์ 7 ที่นั่ง ผู้โดยสารแถว 2 จะได้ดื่มด่ำกับความสบายของเบาะ Captain Seat แบบ Zero Gravity พร้อมการตกแต่งด้วยหนังสังเคราะห์ ลายไม้โรสวูด

พร้อมลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคุมิโกะบนแผงประตูและเบาะนั่ง ยกระดับประสบการณ์การเดินทางไปอีกขั้นด้วยการตกแต่งสีม่วงและสีน้ำเงิน สะท้อนถึงความสง่างามอันมีชีวิตชีวาในสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น

Nissan ELGRAND

เสริมความสมบูรณ์แบบด้วยจอแสดงผลคู่ขนาดใหญ่ 14.3 นิ้ว รุ่นแรกในเซกเมนต์ ที่ผสานข้อมูลผู้ขับขี่ และระบบอินโฟเทนเมนต์เข้าด้วยกัน พร้อมจอคู่หลังพนักพิงศีรษะด้านหน้าขนาด 12.8 นิ้ว นอกจากนี้ยังเสริมความหรูหราด้วยระบบเสียงระดับพรีเมียมจาก Bose® พร้อมลำโพง 22 ตัว ให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงเซอร์ราวด์ 3 มิติอันสมจริง

ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร Ambient Light ที่ปรับได้ถึง 64 สี ส่องสว่างอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แผงหน้าปัดไปจนถึงประตู มอบความรู้สึกโอบล้อมผู้โดยสาร

มีที่ชาร์จมือถือไร้สาย เครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิ climate control พร้อมช่องแอร์ด้านหลัง เบรกมือไฟฟ้ากับ auto-hold ช่องเสียบ USB Type-C

Nissan ELGRAND

ขุมพลังใหม่ e-Power เจเนอเรชันที่ 3 โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ และระบบขับเคลื่อนกำลังไฟฟ้าเป็นโมดูลาร์แบบ 5-in-1 เพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่า ให้การทำงานที่เงียบยิ่งขึ้น และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

กับรหัสใหม่ ZR15DDTe VC-Turbo 3 สูบ จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และชุดแบตเตอรี่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า e-4ORCE ปรับปรุงใหม่ล่าสุด ซึ่งออกแบบมาเพื่อมอบการควบคุม และให้เสถียรภาพในการขับขี่ที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นในทุกสภาพถนน

แรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังช่วยลดการส่ายของรถขณะเร่ง และลดความเร็ว มอบการขับขี่ที่นุ่มนวล และสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร รวมถึงลดโอกาสการเกิดอาการเมารถของผู้โดยสาร พร้อมการขับขี่ 6 โหมด

5-in-1 เป็นส่วนประกอบหลัก 5 อย่างที่พัฒนาขึ้นใหม่ ได้แก่ มอเตอร์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเจเนเรเตอร์ อินเวอร์เตอร์ ตัวลดรอบ และระบบเกียร์ ไว้ในตัวเครื่องขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา

โดยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรพัฒนาใหม่ด้วยการใช้แนวคิดการเผาไหม้ STARC ทำให้สามารถรักษาเสถียรภาพของการเผาไหม้ภายในกระบอกสูบและประสิทธิภาพความร้อนได้ถึง 42%

Nissan ELGRAND AUTECH 

เครื่องทำงานได้เงียบและมีประสิทธิภาพแม้ที่ความเร็วต่ำ ยังใช้เทอร์โบลูกใหม่ขนาดใหญ่และอัตราส่วนการลดรอบสุดท้ายเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด สามารถลดความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่ความเร็วสูงได้ประมาณ 200 รอบต่อนาที

มอบประสบการณ์ที่สนุกสนาน และเร้าใจยิ่งขึ้น ระบบช่วงล่างอัจฉริยะแบบไดนามิก หรือ Intelligent Dynamic Suspension (IDS) สามารถช่วยลดการโคลงของตัวถัง และรักษาตำแหน่งการทรงตัวให้คงที่ เสริมให้การขับขี่นุ่มนวล

Nissan ELGRAND

มาพร้อมกับ ProPILOT รุ่นล่าสุด ครั้งแรกที่รองรับการควบคุมรถโดยไม่ต้องใช้มือเมื่อความเร็วต่ำกว่า 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีProPILOT 2.0 ที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่บนทางหลวงแบบแฮนด์ฟรี และช่วยเปลี่ยนช่องจราจร ช่วยให้การเดินทางระยะไกลสะดวกสบายและเพลิดเพลินยิ่งขึ้น

Nissan ELGRAND แต่งพิเศษจาก AUTECH เตรียมเปิดขายที่ญี่ปุ่นช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมนี้ ขายพร้อมกับเวอร์ชันปกติ

ที่มา Carwatch

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts