หนึ่งในปัญหากวนใจที่ทำให้ระบบขับขี่อัตโนมัติ ยังไม่สมบูรณ์แบบ 100% ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ หรือชิปประมวลผล แต่สิ่งสกปรกบนเลนส์กล้อง ทั้งฝุ่น โคลน คราบน้ำฝน หรือหิมะ ก็มีผลเช่นกัน เพราะต่อให้ AI ฉลาดแค่ไหน แต่ถ้า ตา มองไม่ชัด เซนเซอร์ทำงานได้ไม่เต็มที่ทุกอย่างก็จบ
และดูเหมือนว่า Tesla จะเข้าใจปัญหานี้ เพราะล่าสุด มีคนพบ Tesla Cybercab รถ Robotaxi กำลังวิ่งทดสอบบนถนนจริงใน Chicago ซึ่งคาดว่ารถคันนี้มีการติดตั้งฟีเจอร์ใหม่ที่หลายคนเรียกร้อง
ฟีเจอร์ใหม่ที่หลายคนอยากเห็น
จากภาพถ่ายของรถต้นแบบ Cybercab ที่ถูกพบในชิคาโก เผยให้เห็นว่ารถรุ่นนี้อาจเพิ่ม ระบบล้างกล้องหลัง เข้ามา โดยในภาพจะเห็นว่ารถที่เต็มไปด้วยความสกปรกจากโคลนและฝุ่นเกาะเต็มคัน กลับมีคราบน้ำลักษณะเหมือนการฉีดล้างใหม่ๆ ตรงบริเวณเลนส์กล้องด้านหลังของรถ ซึ่งลักษณะของน้ำดูแตกต่างจากคราบน้ำฝนหรือหิมะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
จึงมีการคาดการณ์ว่า Tesla Cybercab อาจมีฟีเจอร์ใหม่ เกี่ยวกับระบบทำความสะอาดเลนส์กล้อง เพื่อให้กล้องมองเห็นได้ชัดในทุกสภาพถนน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับรถขับขี่อัตโนมัติแบบไร้คนขับ
ระบบล้างกล้องสำคัญแค่ไหน?
สำหรับรถยนต์ทั่วไป การมีฝุ่นหรือคราบโคลนติดตามตัวรถ อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่สักเท่าไหร่ เพราะสามารถล้างรถหรือทำความสะอาดภายหลังได้
แต่สำหรับ Robotaxi อย่าง Cybercab ที่ต้องพึ่งพา AI และระบบ Tesla Vision แบบ 100% ถ้าหากว่ากล้องมองเห็นได้ไม่ชัด ก็ไม่ต่างจากคนที่สายตาพร่ามัว ซึ่งอาจทำให้ระบบขับขี่อัตโนมัติตีความสภาพแวดล้อมผิด ส่งผลต่อความปลอดภัยในการใช้งาน
จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ใช้ Tesla หลายคนเรียกร้องฟีเจอร์รูปแบบนี้มาเนิ่นนาน ซึ่งจากภาพที่หลุดออกมาทคาดว่า Tesla Cybercab อาจมีฟีเจอร์ใหม่ และเป็นรถรุ่นแรกที่มีการใช้งานระบบนี้อย่างเป็นทางการ และอาจมีการปรับใช้กับกล้องตำแหน่งอื่น ในอนาคต
Cybercab รถยนต์แห่งอนาคต
สำหรับ Tesla Cybercab เป็นรถยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการเดินทางอัตโนมัติอย่างชัดเจน ซึ่งรถคันนี้ไม่ใช่การนำรถรุ่นเดิมมาปรับระบบเพิ่ม แต่เป็น Robotaxi ที่ออกแบบจากศูนย์โดยเฉพาะ
Cybercab เปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม ปี 2567 บนเวที We, Robot ที่ลอสแอนเจลิส โดยรถรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบ AI เต็มรูปแบบ
- ไม่มีทั้งพวงมาลัยและแป้นเหยียบ
- ออกแบบเพื่อการขับขี่อัตโนมัติ 100%
- รองรับผู้โดยสาร 1 – 2 คนต่อการเดินทาง
- ใช้ข้อมูลการบริการเรียกรถในชีวิตจริงเพื่อการออกแบบ
- หน้าจอสำหรับความบันเทิงภายในรถ
- รองรับระบบชาร์จไร้สาย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกผู้โดยสาร
นอกจากนี้ Elon Musk ยังเคยระบุว่า Cybercab จะมีลูกเล่นและเทคโนโลยีอีกมากมาย
ที่ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก
อย่างไรก็ตาม Tesla ยอมรับว่า การผลิต Cybercab และหุ่นยนต์ Optimus ในช่วงแรกอาจมีความล่าช้า เนื่องจากทั้งสองโครงการต้องใช้ชิ้นส่วนใหม่และขั้นตอนการผลิตที่ค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับจูนสายการผลิต แต่ Elon Musk ยังเชื่อว่าถ้าทุกอย่างเริ่มเข้าที่ กำลังการผลิตจะเร่งขึ้นกว่าเดิมแบบก้าวกระโดด
ปัจจุบัน รายได้หลักของ Tesla มาจากการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ Robotaxi และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ จะเป็นหัวใจหลักที่ช่วยเพิ่มรายได้และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตขึ้นมากกว่าเดิม ในอนาคต
ข้อมูลและรูปภาพจาก : teslarati.com, electrek.co, tnnthailand
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com














