Volvo เลือกกรุงสต็อกโฮม ประเทศสวีเดน บ้านเกิด เปิดตัวครั้งแรกในโลกกับรถใหม่ปี 2026 กับ Volvo EX60 เอสยูวีไฟฟ้าขนาดกลาง

Volvo EX60 วางตำแหน่งแทรกกลางระหว่าง Volvo EX40 กับ Volvo EX90 แต่มีขนาดใหญ่กว่าทั้งรุ่น EX30 และ EX40 โดยอัตโนมัติแม้จะเป็นพี่คนรองของ EX90 ก็ตาม

ภายนอกสไตล์สแกนดิเนเวียน
ด้วยดีไซน์มีสไตล์ของเริ่มที่กระจังหน้าทรงทึบติดตราโลโก้ Iron Mark แบบเปิด-ปิดเพื่อระบายความร้อนให้เหมาะสมทุกช่วงความเร็ว โดยครั้งนี้มีขอบไฟ LED ติดตั้งในกรอบกระจังหน้าด้วย พร้อมขอบฝากระโปรงหน้าที่หนากว่าเดิมไฟหน้า MATRIX LED ใหม่ดีไซน์เอกลักษณ์ “ค้อนแห่งเทพเจ้าธอร์” (Thor Hammer) ส่องสว่างและสบายตาด้วยไฟที่ปรับการทำงาน และความสว่างอัตโนมัติเพื่อป้องกันแสงไฟแยงตารถคันอื่น

ด้านข้างอาจคล้ายกับ Volvo XC70 ที่ขายจีนทั้ง กระจกรถแบบไร้กรอบ กระจกมองข้างทรงสปูน ที่เปิดประตูดีไซน์ไร้ก้านจับ อยู่ใบริเวณกรอบกระจกส่วนล่างแบบเรียบสนิทช่วยลดแรงเสียดทานในขณะขับขี่

บั้นท้ายมีความคล้ายกับ Volvo EX30 โดยเฉพาะชุดไฟท้าย LED แนวตั้งยาวล้อมกรอบพื้นหลังสีดำ มีไฟเบรกดวงที่ 3 ติดขอบกระจกหลังซ้าย-ขวาแนวตั้งพร้อมสปอยเลอร์หลังในตัวรับกับกันชนท้ายพร้อมไฟทับทิมหลังสีแดง และคิ้วขอบกันชนหลังสีเงินเด่นสง่าเรียกว่าเย้ายวนใจเมื่อพบเห็นเลยทีเดียว พร้อมฝาท้ายไฟฟ้า Hands-free power tailgate

ล้อกับยางมีกหลายขนาดตั้งแต่ 20 นิ้ว พร้อมยาง 235/55R20 และ 255/50 R20 ขนาด 21 นิ้วมาพร้อมยาง 255/45 R21 กับ 265/45R21 และใหญ่สุดขนาด 22 นิ้ว พร้อมยาง 255/40 R22 และ 265/40 R22


ด้านหน้าต่ำ หลังคาลาดเอียง และด้านข้างตัวถังที่เรียวลง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่ต่ำมากถึง 0.26 ซึ่งช่วยให้มีระยะทางการวิ่งที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน
คันนี้สร้างจากแพลตฟอร์ม Scalable Product Architecture 3 (SPA3) ดีไซน์ล้ำหน้ากว่ารุ่นอื่นๆของ Volvo และยังเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ค่ายนี้ลดต้นทุนในการพัฒนามากขึ้นด้วยมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,803 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,899 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,635 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,970 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,115-2,330 กิโลกรัม
- ความจุสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้า 58 ลิตร FRUNK

ภายในโดดเด่น
สะท้อนความเรียบหรูสไตล์สแกนดิเนเวียนด้วยแผงตกแต่งแดชบอร์ด ประตู และด้านหลังที่นั่ง ที่ทำขึ้นจากวัสดุรีไซเคิลจากขนสัตว์และวัสดุไม้แท้กับอะลูมิเนียมตกแต่งภายในอย่างเรียบง่าย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงหัวตัดท้ายตัด 2 ก้าน

มองเห็นข้อมูลที่จำเป็นของรถในระหว่างการขับ และควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ในรถได้อย่างสะดวกผ่านหน้าจอหน้าผู้ขับ (driver display) แสดงมาตรวัดความเร็วขนาด 11.4 นิ้ว และหน้าจอกลางขนาดใหญ่ 15.04 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay ไร้สาย, Android Auto แบบ Android Automotive OS แสดงการนำทาง สื่อ ควบคุมโทรศัพท์ รองรับการใช้งานแอปจากกูเกิ้ลอาทิ Google Assistant, Google Maps และอื่นๆจาก Google Play
รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณระดับ 5G และความสามารถในการอัพเดทซอฟต์แวร์ของตัวรถแบบ Over-the Air เพื่อพัฒนา และปรับปรุงประสิทธิภาพของตัวรถให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ชิปอเนกประสงค์ชั้นนำจาก NVIDIA ที่ให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลขั้นสูงอย่างชิป NVIDIA DRIVE AGX Orin ช่วยควบคุมการทำงานของฟังก์ชันต่างๆในรถผ่านการเรียนรู้ข้อมูลและพฤติกรรมด้วย AI เพื่อช่วยในการควบคุมระบบความปลอดภัย และระบบช่วยในการขับขี่ เพื่อพัฒนาสู่นวัตกรรมการขับขี่แบบไร้คนขับแห่งอนาคต และเพื่อนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับสำหรับผู้ใช้รถวอลโว่ตลอดจนข้อมูลอื่นๆ
แถมยังใช้ Core Computer รุ่นใหม่ชื่อว่า HuginCore ซึ่งจะช่วยให้รถสามารถรัน Gemini AI ของ Google ได้โดยตรง ทำให้ระบบสั่งงานด้วยเสียงใช้งานง่ายและเสถียรคงที่มากขึ้น

มอบสุดยอดความสุนทรีย์ในห้องโดยสารด้วยเครื่องเสียงจาก BOSE 21จุด และ Bowers & Wilkins ผ่านลำโพง 28 ตัว กำลังขับ 1,820 W รวมลำโพงที่พนักพิงศีรษะในที่นั่งหลัก 4 ตำแหน่งพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos® และ Apple Music มอบประสบการณ์เสียงรอบทิศทางที่สมจริง

เบาะที่นั่งโดยเบาะผู้โดยสารด้านหลังมีขนาดใหญ่ ให้ความโอ่อ่า หรูหรา พร้อมที่วางมือเมื่อดึงที่วางแก้ว และโทรศัพท์บริเวณกึ่งกลางเบาะโดยสารลงมา พนักพิงของที่นั่งโดยสารแถวหน้ามาพร้อมระบบนวดไฟฟ้า ตามความต้องการของผู้ใช้

เบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังยังสามารถปรับองศาให้เอนนอนได้ ตัวเบาะมาพร้อมระบบระบายอากาศเพื่อความสบายในการนั่งโดยสาร สามารถพับลงแยกกันได้อย่างอิสระในแบบ 60/40 โดยวัสดุหุ้มหนังมีทั้งแบบ NORDICO กับ NAPPA
ที่นั่งโดยสารแถวหลังมีพอร์ต USB-C 2 พอร์ต และข้างหน้าอีก 2 พอร์ต เพื่อการเชื่อมต่อที่สะดวกไม่ว่าจะเป็นการชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิก หรือเชื่อมต่อระบบอินโฟเทนเมนต์
ไฟ LED ที่ตกแต่งภายในห้องโดยสารยังถูกออกแบบให้ใกล้เคียงกับแสงธรรมชาติจากภายนอกรถ จึงให้การส่องสว่างที่นุ่มนวล ไม่กระพริบ และลดปริมาณแสงสีฟ้า จึงช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตาเมื่อต้องขับรถในเวลากลางคืน
ระบบปรับอากาศที่แยกการควบคุมแบบ 3 โซน ให้อุณหูมิที่เหมาะกับความต้องการของผู้โดยสาร พร้อมเครื่องฟอกอากาศที่ป้องกันอนุภาค PM2.5 ถึง 95% สามารถกำจัดสารก่อภูมิแพ้จากหญ้า ต้นไม้ และละอองเกสรได้ 99.9% ที่ได้รับการรับรองโดย Allergy Standards Limited ว่าสามารถช่วยกรองฝุ่นที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ และหอบหืด

หลังคาพาโนรามิกแบบอิเล็กโทรโครมิก (electrochromic) ปรับความทึบและความสว่างได้อีกด้วยจากการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว กุญแจแบบ Digital Key Plus ที่เพียงแค่คุณพก iPhone,นาฬิกา Apple Watch หรืออุปกรณ Android รุ่นที่รองรับ ก็สามารถใช้เป็นกุญแจเพื่อแบบดิจิทัลสำหรับรถในแอป Wallet โดยไม่ต้องพกกุญแจดอกจริงเพื่อใช้รถ

ขุมพลังมีหลากหลาย
จากเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมการจ่ายไฟระดับ 800V มีหลากลายทางเลือกของขุมพลังไฟฟ้า โดยทุกรุ่นให้ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มี 3 ทางเลือก เริ่มที่
- รุ่น P6 แบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 83 kWh ให้กำลัง 374 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.9 วินาที วิ่งต่อการชาร์จไกลสุด 620 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 729กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จสูงสุด 300 kW 10-80% ภายใน 18 นาที ชาร์จช้า 0-100% 3 เฟส 16 A 8 ชั่วโมง
- รุ่น P10 AWD แบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 95 kWh ให้กำลังรวม 510 แรงม้า แรงบิด 710 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.6 วินาที วิ่งต่อการชาร์จไกลสุด 660 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 776 กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จสูงสุด 400 kW 10-80% ภายใน 18 นาที ชาร์จช้า 0-100% 3 เฟส 16 A 9 ชั่วโมง
- รุ่น P12 AWD แบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 117 kWh ให้กำลังรวม 680 แรงม้า แรงบิด 790 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.9 วินาที วิ่งต่อการชาร์จไกลสุด 810 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 953 กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จสูงสุด 400 kW 10-80% ภายใน 19 นาที ชาร์จช้า 0-100% 3 เฟส 16 A 12 ชั่วโมง

ความปลอดภัย
ติดตั้งระบบเข็มขัดนิรภัยแบบแปรผันของ Volvo ปรับแรงดึงกลับของเข็มขัดได้ตามขนาดและน้ำหนักของผู้โดยสาร สภาพท้องถนน และระดับความรุนแรงของการชน
พร้อมระบบช่วยการขับขี่ Pilot Assist และ ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนเลน รวมถึงระบบประมวลผลที่แม่นยำ ด้วยชิป NVIDIA DRIVE AGX Orin แบบคู่ ซึ่งสามารถประมวลผลได้รวดเร็วกว่า 508 ล้านล้านครั้งต่อวินาที สามารถตัดสินใจข้อมูลจากเซนเซอร์ทั้งหลาย การจัดการระบบพลังงาน และลูกเล่นต่างๆภายในตัวรถได้ฉับไว รวมถึงละเอียดลออมากขึ้น

รถใหม่ลำดับที่ 1 ของค่ายที่เปิดตัวจากทั้งหมด 5 รุ่น เปิดรับจองแล้วสำหรับตลาดยุโรป มีกำหนดเริ่มการผลิตช่วงต้นปีนี้ (มีนาคมถึงพฤษภาคม) ผลิตที่โรงงาน TORSLANDA ในเมืองโกเธนเบิร์ก ส่วนส่งมอบตลาดยุโรปเริ่มตั้งแต่กลางปีนี้ (มิถุนายนถึงสิงหาคม) ด้านอเมริกาขายช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ออสเตรเลียสิ้นปีนี้

ให้เลือกทั้งรุ่นปกติและรุ่น Cross Country แต่งลุยรอบคันด้วยชุดแต่งคิ้วสแตนเลสเสริมใต้กันชหน้า และกันชนหลัง ช่วงล่างยกสูงอีก 20 มิลลิเมตรพร้อมช่วงล่างถุงลม โดยจะเปิดตัวในปีหน้า ส่วนเมืองไทยอาจพบกันภายในปีนี้
ที่มา Volvo Cars










