รวม 11 Luxury MPV ที่น่าเป็นเจ้าของที่สุดทั่วโลก ลบภาพจำรถตู้ส่งนักเรียน!

รถยนต์ที่เรียกได้ว่าได้รับความสนใจและค่ายรถยนต์ทยอยเปิดตัวออกมาไม่ขาดสาย คงหนีไม่พ้นรถยนต์ในกลุ่ม MPV และต้องเป็นระดับหรู หรือพรีเมียม ทีมงาน Car2day ได้เฟ้นหารถยนต์ MPV ที่เปิดตัวอยู่ทั่วโลก มีครบทุกขุมพลัง ไปดูว่ามีรถรุ่นไหนบ้าง 

รวม 11 Luxury MPV ที่น่าเป็นเจ้าของที่สุดทั่วโลก

1. Volkswagen ID.Buzz ราคาประมาณ 3,990,000 – 4,790,000 บาท

11 MPV

พวกเราเป็นแฟนตัวยงของรถตู้ระดับตำนานอย่าง Type 2 ที่ฟื้นคืนชีพกลับมาในร่างไฟฟ้าของ Volkswagen และหลังจากที่ต้องรอกันมานาน สองปีหลังการเปิดตัวค่ายรถจากเยอรมนีรายนี้ก็ยอมส่งเวอร์ชันฐานล้อยาว (Long-wheelbase) ออกมาสู่ตลาด พร้อมห้องโดยสารที่รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 7 ที่นั่ง ในที่สุดมันก็กลายเป็นรถ MPV ที่แท้จริงแบบที่เราทุกคนต่างเฝ้ารอคอย

ตัวรถมีความยาวจากหัวจรดท้ายเกือบ 5 เมตร ซึ่งขยายเพิ่มขึ้นจากรุ่น Buzz สเปกมาตรฐานอีก 25 เซนติเมตร โดยมีรูปแบบการจัดวางเบาะนั่งให้เลือก 3 สไตล์ด้วยกัน คือ แบบ 5 – 6 – 7 ที่นั่ง ซึ่งแม้จะกางเบาะนั่งครบทุกตำแหน่ง คุณก็ยังได้พื้นที่บรรจุสัมภาระท้ายรถที่กว้างขวางเอาเรื่องถึง 306 ลิตร

นอกจากนี้ ระยะฐานล้อที่ขยายยาวขึ้นยังช่วยให้มีพื้นที่รองรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 91 kWh (ความจุใช้งานจริงอยู่ที่ 85 kWh) อัปเกรดขึ้นจากรุ่นเดิมที่มีขนาด 82 kWh (ความจุใช้งานจริง 77 kWh) พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังกว่าเดิมขยับแรงม้าขึ้นไปอยู่ที่ 282 แรงม้า ยิ่งไปกว่านั้นทางค่ายยังมีเวอร์ชันรหัสแรงมาดสปอร์ตอย่าง GTX ที่มีพละกำลังให้กดเล่นสะใจถึง 335 แรงม้าเลยทีเดียว

อ่าน VW ID.Buzz เพิ่มเติม คลิก

2. Kia PV5 ราคาประมาณ 1,200,000 – 1,500,000 บาท 

สำหรับตอนนี้ คู่แข่งตัวฉกาจเพียงหนึ่งเดียวของ VW ID.Buzz ที่พร้อมลงสนามในบ้านเราก็คือ Kia PV5 คันนี้ ซึ่งไม่ใช่ความลับอะไรเลยว่าค่ายรถจากเกาหลีใต้กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มฮ็อตสุดๆ เมื่อพูดถึงยุคยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ และจากความประทับใจแรกของเรา PV5 ก็พร้อมที่จะเจริญรอยตามความสำเร็จนั้นเช่นกัน

ตัวรถมีมิติตัวถังที่เล็กกว่า ID.Buzz เล็กน้อย แต่ได้เบาะนั่งที่มีรูปแบบการจัดวาง 5, 6 หรือ 7 ที่นั่งเหมือนกัน โดยตัวรถพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม E-GMP ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมพื้นฐานร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นในเครือ ตั้งแต่ Kia EV3 ไปจนถึงพี่ใหญ่ Hyundai Ioniq 9 ระบบขับเคลื่อนใช้ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้พละกำลังเลือกได้ระหว่าง 120 หรือ 160 แรงม้า พ่วงด้วยตัวเลือกแบตเตอรี่ 2 ขนาดความจุคือ 51.5 kWh และ 71 kWh โดยเคลมระยะทางวิ่งสูงสุดได้ถึง 256 ไมล์ (ประมาณ 412 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

แน่นอนว่าบรรยากาศภายในห้องโดยสารอาจจะดูเรียบเฉยและน่าเบื่อกว่าฝั่ง VW อยู่เล็กน้อย แต่ไม้ตายก้นหีบที่แท้จริงของ PV5 คือป้ายราคาค่าตัว โดยเปิดราคาเริ่มต้นในอังกฤษเพียง 31,495 ปอนด์ (ราวๆ 1.48 ล้านบาท) ซึ่งถูกกว่าราคาเริ่มต้นของ VW ID.Buzz ถึงเกือบครึ่งหนึ่ง ขณะที่รุ่นขยายระยะทาง (Long Range) เปิดราคามาที่ 34,495 ปอนด์ (ราวๆ 1.62 ล้านบาท) ซึ่งราคานี้รวมเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าจากทางรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว บอกได้คำเดียวว่า… ว้าว!

อ่าน Kia PV5 เพิ่มเติม คลิก

3. Hyundai Staria EV ราคาอย่างเป็นทางการ: 1,659,000 – 2,119,000 บาท 

แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจ เพราะยังมีโอกาสที่ Kia PV5 จะไม่ใช่รถตู้ไฟฟ้าเกาหลีใต้เพียงรุ่นเดียวที่จะเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา และนี่คือ Hyundai Staria EV รถตู้หน้าตาอวกาศที่แฟนๆ รถยนต์ชาวไทยและยุโรปคุ้นเคยกันดีในเวอร์ชันเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ดีเซลและไฮบริด ซึ่งล่าสุดมีกระแสข่าวแว่วมาจากทางค่ายว่าพวกเขามี “ความตั้งใจ” ที่จะส่งเวอร์ชันไฟฟ้า 100% นี้ลุยตลาดพวงมาลัยขวาด้วยเช่นกัน

จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้คือการออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Inside-Out’ (ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับภาพยนตร์แอนิเมชันของ Pixar) แต่เป็นการดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกโดยยึดเอาความกว้างขวางและประสบการณ์การใช้งานภายในห้องโดยสารเป็นตัวตั้ง ผลลัพธ์ที่ได้คือแนวหลังคาที่สูงโปร่ง พื้นห้องโดยสารแบบเรียบสนิท (Flat Floor) และระยะฐานล้อที่ยาวสะใจตามพิมพ์นิยมของรถ MPV ขนานแท้ แถมยังจัดสรรพื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่น โดยมีให้เลือกทั้งแบบ 7 ที่นั่ง (พร้อมเบาะนั่ง VIP แยกอิสระทรงกัปตันในแถวที่สอง) หรือจะเน้นขนคนแบบจัดเต็มในสเปก 9 ที่นั่งก็มีรองรับ

คราวนี้ Hyundai ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะใจถึงขนาดกางสเปกขุมพลังไฟฟ้าออกมาให้เห็นแบบชัดเจน ยืนยันว่าตั้งใจทำตลาดกลุ่มรถขนส่งส่วนบุคคลระดับหรูนี้อย่างจริงจัง ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าพละกำลัง 215 แรงม้า (218 PS) จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ความจุ 84 kWh สามารถทำระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งได้ถึง 249 ไมล์ (หรือประมาณ 400 กิโลเมตร) ตามมาตรฐาน WLTP ยิ่งไปกว่านั้นยังรองรับสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ ทำให้ชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็วทันใจ เห็นสเปกแบบนี้แล้วก็อยากจะบอก Hyundai ตรงๆ เลยว่า เลิกทำเป็นเล่นแล้วรีบนำเข้ามาขายให้พ่อบ้านสายลุยได้จับจองกันไวๆ เถอะ

อ่าน Hyundai Staria เพิ่มเติม คลิก

4. Mercedes-Benz VLE ราคาประมาณ 5,500,000 – 6,500,000 บาท

นี่คืออีกหนึ่งรุ่นที่คอนเฟิร์มแล้วว่าตบเท้าเข้ามาทำตลาดในบ้านเราอย่างแน่นอนกับ Mercedes-Benz VLE รถตู้หรูโมเดลล่าสุดที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนที่ไลน์อัพเดิมอย่าง EQV โดย VLE ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกของค่ายที่ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ถอดด้ามในรหัส VAN.EA ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเป็นสถาปัตยกรรมพื้นฐานให้กับรถตู้เชิงพาณิชย์และรถตู้หรูพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ของ Mercedes-Benz หลังจากนี้ แน่นอนว่าคุณจะได้ยินชื่อแพลตฟอร์มนี้บ่อยขึ้นในอนาคต

แต่ช้าก่อน อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะมีหน้าตาหรืออารมณ์เหมือนรถตู้ส่งของทั่วไป เพราะทางค่ายดาวสามแฉกนิยามรถคันนี้ว่าเป็น “Grand Limousine” หรืออัครยานยนต์ระดับเรือธง โดยห้องโดยสารตอนหน้าแผงคอนโซลถูกแทนที่ด้วยหน้าจอกระจกอัจฉริยะผืนยักษ์ MBUX Superscreen ขณะที่ผู้โดยสารตอนหลังจะได้รับความเอ็กซ์คลูซีฟขั้นสุดด้วยเบาะนั่งแยกอิสระระดับเฟิร์สคลาส (Individual Thrones) ที่อัดแน่นด้วยฟังก์ชันแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย, ระบบดันหลังไฟฟ้า, ที่รองน่อง, ระบบนวดไฟฟ้า และหมอนรองศีรษะเสริมความนุ่มนวล ปิดท้ายความบันเทิงระดับโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่ด้วยหน้าจอพาโนรามาขนาดมหึมาถึง 31.3 นิ้ว สำหรับเปิดดูคอนเทนต์โปรดระหว่างเดินทาง

ในช่วงเปิดตัวแรกเริ่มจะมีเพียงแค่รุ่นฐานล้อมาตรฐาน (Standard Wheelbase) ให้เลือกสรรก่อนเท่านั้น (ส่วนรุ่นฐานล้อยาวจะตามมาสมทบในภายหลัง) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว กำลังสูงสุด 272 แรงม้า ส่งกำลังลงสู่ล้อคู่หน้า จับคู่กับแบตเตอรี่ชนิด NMC ความจุยักษ์ถึง 115 kWh สามารถทำระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งได้ไกลถึง 435 ไมล์ (หรือประมาณ 700 กิโลเมตร) และหากคุณต้องการความแรงที่เพิ่มขึ้นเพื่อเร่งรีบไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียน ในอนาคตทางค่ายยังมีแผนจะส่งเวอร์ชันขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) พละกำลังโหดระดับ 400 แรงม้า ออกมาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมอีกด้วยครับ

อ่าน Mercedes-Benz VLE เพิ่มเติม คลิก

5. Li Auto Mega ราคาประมาณ 3,200,000 – 3,700,000 บาท

Li Auto Mega เผยโฉมเป็นครั้งแรกที่งาน Beijing Motor Show ปี 2023 พร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูล้ำยุคราวกับหลุดมาจากอวกาศ ซึ่งส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับการได้อดีตนักออกแบบของ Porsche อย่าง Ben Baum (ผู้ที่มีส่วนร่วมในการรังสรรค์ปั้นท้ายให้กับเจเนอเรชัน 992 ของระดับตำนานอย่าง Porsche 911 ถือเป็นการขยับขยายสายงานที่น่าทึ่งมาก) มาร่วมออกแบบ พร้อมแบกรับความกดดันครั้งใหญ่ในฐานะ “รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) รุ่นแรก” ของค่ายรถยักษ์ใหญ่จากจีนรายนี้

แต่รถคันนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาแปลกใหม่ เพราะฟังก์ชันและสมรรถนะที่ให้มานั้นยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดยการทดสอบในอุโมงค์ลมพิสูจน์แล้วว่ามันมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Drag Coefficient) ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเพียงแค่ $0.215\text{ Cd}$ เท่านั้น ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในกลุ่มรถยนต์ MPV ที่ขึ้นสายการผลิตจริงทั่วโลกในปัจจุบัน และที่น่าทึ่งคือมันทำตัวเลขแอร์โรไดนามิกได้ดีกว่าสปอร์ตซีดานหรูอย่าง Porsche Taycan เสียด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้นทาง Li Auto ยังเคลมระยะทางการขับขี่เอาไว้สูงถึง 350-400 ไมล์ (หรือประมาณ 560-640 กิโลเมตร) ต้องขอบคุณแบตเตอรี่แพ็กขนาดมหึมาความจุถึง 102.7 kWh ที่ฝังอยู่ใต้พื้นตัวรถ

อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์เด็ดที่กลายเป็นประเด็นพูดถึงกันมากที่สุดกลับอยู่ภายในห้องโดยสาร ด้วยการจัดวางตำแหน่งเบาะนั่งรูปแบบ 2+2+3 โดยในแถวที่สองจะเป็นเบาะนั่งแบบ Captain Seats แยกอิสระที่มาพร้อมระบบอุ่นเบาะและฟังก์ชันนวดตัว เติมเต็มความบันเทิงด้วยหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 17 นิ้วพับเก็บได้ติดตั้งบนเพดาน และระบบเครื่องเสียงรอบทิศทางพร้อมลำโพงกระหึ่มสะใจถึง 21 ตำแหน่ง แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ผู้จัดจำหน่ายแจ้งว่า รถตู้ทรงยานอวกาศลำนี้จะไม่มีการส่งไปทำตลาดพวงมาลัยขวาในฝั่งอังกฤษอย่างแน่นอน

อ่าน Li Auto Mega เพิ่มเติม คลิก

 

6. Zeekr 009 ราคาอย่างเป็นทางการ: 2,399,000 – 3,159,000 บาท

11 MPV

ขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับ Zeekr 009 อัครยานยนต์ MPV พลังงานไฟฟ้า 100% ระดับหรู ซึ่งหากคุณยังไม่คุ้นหู แบรนด์ Zeekr คือแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ในเครือ Geely เมกะคอร์ปยักษ์ใหญ่ของจีนที่เป็นเจ้าของแบรนด์รถยนต์คุ้นชื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Lotus, Polestar, Smart และ Volvo โดยเจ้า 009 คันนี้พกพาความมั่นใจในงานดีไซน์มาแบบเต็มกระเป๋า ชนิดที่ว่าใครเห็นเป็นต้องเหลียวมองอย่างแน่นอน

รถตู้ลักชัวรีพลังไฟฟ้ารุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Sustainable Experience Architecture (SEA) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมพื้นฐานร่วมกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในเครือ Geely อย่าง Smart #1 และ Volvo EX30 เพียงแต่ในโมเดลนี้ แพลตฟอร์มถูกขยายความยาวให้กว้างขวางสะใจเพื่อเพิ่มพื้นที่ในห้องโดยสารให้มากที่สุด และเมื่อพูดถึงภายใน มันมาพร้อมกับการจัดวางเบาะนั่งแบบ 3 แถว แถวละ 2 ที่นั่ง (6 ที่นั่ง) หุ้มด้วยหนัง Nappa เกรดพรีเมียมรอบคัน พร้อมติดตั้งหน้าจอความบันเทิงขนาด 15.6 นิ้วพับเก็บได้บนเพดานสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลกที่ได้รับอานิสงส์จากการใช้แบตเตอรี่ตระกูลใหม่ล่าสุดของ Geely อย่าง ‘Qilin’ ของ CATL ขนาดความจุสะใจถึง 140 kWh ส่งผลให้มันทำระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งได้ไกลถึง 511 ไมล์ (หรือประมาณ 822 กิโลเมตร) ชนิดที่น่าประทับใจสุดๆ แถมเรื่องพละกำลังก็ดุดันไม่แพ้หน้าตา ด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (Twin-motor) ที่รีดแรงม้าลงพื้นได้โหดถึง 536 แรงม้า งานนี้ถ้าคนขับกดคันเร่งเต็มเท้า พ่อบ้านอย่าลืมเตรียมถุงอ้วกไว้ให้ผู้โดยสารตอนหลังด้วยนะครับ

อ่าน Zeekr 009 เพิ่มเติม คลิก

7. Volvo EM90 ราคาประมาณ 3,900,000 – 4,500,000 บาท

11 MPV

“ห้องนั่งเล่นสไตล์สแกนดิเนเวียนเคลื่อนที่” คือนิยามที่ Volvo ใช้เรียกขาน EM90 อัครยานยนต์ MPV ไฟฟ้า 100% ระดับซูเปอร์พรีเมียมรุ่นแรกของแบรนด์ ซึ่งพกพาฟังก์ชันระดับเฟิร์สคลาสมาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งเลานจ์แถวสองที่มาพร้อม “เบาะรองนั่งไร้แรงโน้มถ่วง (Zero-gravity cushions)” หน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 15.6 นิ้วพับเก็บได้บนเพดาน และงานดีไซน์รอบคันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติของสแกนดิเนเวียผสมผสานกับศิลปะสไตล์เอเชียอย่างลงตัว

เรื่องความอเนกประสงค์ก็ถือเป็นจุดขายหลัก โดย Volvo ระบุว่าเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส คุณก็สามารถเปลี่ยนห้องโดยสารแบบ 6 ที่นั่งให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัว ห้องประชุมสุดหรู หรือแม้กระทั่งห้องนอนเคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดาย ขณะเดียวกัน ความนุ่มนวลชวนฝันตลอดการเดินทางจะถูกควบคุมด้วยระบบช่วงล่างถุงลมแบบ Dual-chamber (Dual-chamber air suspension) จับคู่กับล้อลู่ลม (Aero wheels) ขนาด 19 หรือ 20 นิ้ว ที่รัดด้วย ‘ยางเงียบ’ สูตรพิเศษเพื่อลดเสียงรบกวนจากพื้นถนน ภายใต้เรือนร่างอันหรูหรานี้ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าพละกำลัง 268 แรงม้า และแพ็กแบตเตอรี่ความจุสะใจถึง 116 kWh สามารถทำระยะทางวิ่งสูงสุดได้ไกลถึง 458 ไมล์ (ประมาณ 737 กิโลเมตร)

ทว่า เป็นที่น่าเสียดายสำหรับพ่อบ้านสายลุยพวงมาลัยขวา เพราะ ณ เวลานี้ทาง Volvo ยังไม่มีแผนที่จะส่ง EM90 เข้าไปทำตลาดในอังกฤษ โดยตัวรถจะถูกจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น เปิดราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 818,000 หยวน ซึ่งเมื่อคำนวณกับอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน (เรทวันนี้อยู่ที่ประมาณ 1 หยวน เท่ากับ 4.88 บาท) ค่าตัวของมันจะคิดเป็นเงินไทยแบบยังไม่รวมภาษีนำเข้าอยู่ที่ราวๆ 3,991,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สมน้ำสมเนื้อและน่าคบหามากเมื่อเทียบกับราคาอสังหาริมทรัพย์หรือบ้านหรูในยุคนี้ งานนี้แฟนๆ คงต้องเริ่มรวมรายชื่อส่งฎีกาอ้อนวอนให้ค่ายยอมทำเวอร์ชันพวงมาลัยขวากันแล้วล่ะ

อ่าน Volvo EM90 เพิ่มเติม คลิก

 

8. LEVC L380 ราคาประมาณ 2,800,000 – 3,300,000 บาท

แม้ว่ารถแท็กซี่ลอนดอน (Black Cabs) หน้าตาคลาสสิกจะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำและรายได้หลักของแบรนด์ LEVC (หรือชื่อเต็มคือ London Electric Vehicle Company) แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดยั้งให้ค่ายรถสัญชาติอังกฤษรายนี้ขยับขยายไลน์อัพไปยังเซกเมนต์อื่นๆ ไล่ตั้งแต่การทำรถตู้ทึบเชิงพาณิชย์ จนกระทั่งล่าสุดกับเจ้า L380 รถอเนกประสงค์ MPV พลังงานไฟฟ้าดีไซน์อวกาศคันนี้ ไม่แน่ว่าเป้าหมายต่อไปในการพัฒนาของพวกเขาอาจจะเป็นรถบัสไฟฟ้าก็เป็นได้

แม้ว่ารายละเอียดและข้อมูลตัวรถอย่างเป็นทางการจะยังไม่ถูกปล่อยออกมาแบบเต็มพิกัด แต่ทางค่ายก็ยืนยันแล้วว่าห้องโดยสารของ L380 จะมีโครงสร้างเบาะนั่งให้เลือกทั้งในรูปแบบ 6 ที่นั่ง หรือจัดเต็มแบบ 8 ที่นั่ง นอกจากนี้ ภาพถ่ายสปายช็อตของห้องโดยสารตอนในยังเผยให้เห็นว่ามันถูกประโคมด้วยเทคโนโลยีหน้าจอสัมผัสรอบคัน โดยผู้โดยสารในแถวที่สองจะได้รับหน้าจอส่วนตัวแยกอิสระ พร้อมระบบควบคุมฟังก์ชันขนาดเล็กที่ฝังเอาไว้บริเวณพนักวางแขน เติมเต็มความโปร่งโล่งด้วยหลังคากระจกพาโนรามา (Panoramic Roof), ไฟ Ambient Light สร้างบรรยากาศ และงานบุหนังแท้เกรดพรีเมียมที่แทบจะบอกได้ว่าใช้หนังวัวคุ้มค่าไปทั้งตัว

และข่าวดีที่สุดสำหรับพ่อบ้านสายลุยคือ รถตู้พลังงานไฟฟ้ารุ่นนี้ถูกปักหมุดให้เตรียมเข้ามาทำตลาดพวงมาลัยขวาในบ้านเราอย่างแน่นอน หลังจากที่มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนไปแล้วในช่วงปี 2024 โดยทาง LEVC แถลงการณ์ว่า ตัวรถจะตบเท้าเข้าสู่ตลาดอังกฤษและตลาดสากลพวงมาลัยขวาภายในช่วงสองปีหลังจากนั้น ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ครอบครัวของคุณก็อาจจะมีสมาชิกตัวน้อยเพิ่มขึ้นพร้อมให้ขนไปเที่ยวกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาพอดี

อ่าน LEVC L380 เพิ่มเติม คลิก

9. Zeekr Mix ราคาประมาณ 1,600,000 – 1,900,000 บาท

เปลี่ยนวันใหม่ ก็มีรถ MPV รุ่นใหม่จากแบรนด์ลูกของ Geely เผยโฉมออกมาอีกครั้ง โดยเจ้า Zeekr Mix คันนี้เพิ่งเปิดผ้าคลุมเรียกเสียงฮือฮาไปในงาน Auto China 2024 ที่กรุงปักคิ่ง ซึ่งทางค่ายนิยามสไตล์ของรถคันนี้เอาไว้ว่าเป็น “ห้องนั่งเล่นอัจฉริยะเคลื่อนที่” ทว่า ณ เวลานี้เราคงต้องเชื่อคำโฆษณาของ Zeekr ไปพลางๆ ก่อน เพราะภาพอย่างเป็นทางการที่ถูกปล่อยออกมายังมีเพียงแค่ภาพนี้ภาพเดียวเท่านั้น

โชคดีที่ทางค่ายยังใจดีช่วยแชร์รายละเอียดเชิงเทคนิคมาให้เราได้ตื่นเต้นกันเพิ่มเติม โดยตัวรถจะถูกพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรม SEA-M ของ Geely ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายระยะฐานล้อให้ยาวสะใจ พื้นห้องโดยสารแบบเรียบสนิท (Flat Floor) และการบริหารพื้นที่ภายในให้กว้างขวางระดับห้องโถง พร้อมรองรับการจัดวางเบาะนั่งที่ยืดหยุ่นได้หลากหลายรูปแบบสูงสุดถึง 6 ที่นั่ง แถมยังมาพร้อมรัศมีวงเลี้ยวที่แคบต่ำกว่า 5 เมตร ซึ่งถือว่าคล่องตัวและเป็นมิตรกับการขับขี่ในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่นเป็นอย่างยิ่ง ตอบโจทย์ความใช้งานจริงได้ดีทีเดียว

ขยับมาดูที่มิติตัวถัง ตัวรถมีความยาวรวมอยู่ที่ 4.7 เมตร ซึ่งสั้นกว่า VW ID.Buzz รุ่นฐานล้อยาว (LWB) ที่เรากล่าวไปข้างต้นเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าววงในแว่วมาว่า มันจะมาพร้อมกับโครงสร้างประตูสไลด์ด้านหลังที่ออกแบบมาไม่เหมือนกันในแต่ละฝั่ง โดยฝั่งหนึ่งจะเป็นประตูสไลด์บานเดี่ยวตามปกติ ส่วนอีกฝั่งจะเก๋กว่าด้วยประตูสไลด์แบบเปิดแยกออกจากกันซ้าย-ขวา (Opposite-opening sliding doors) เพื่อเปิดรับช่องทางเดินเข้า-ออกห้องโดยสารที่กว้างขวางและโอ่อ่าขั้นสุด แฟนๆ รถอเนกประสงค์สายล้ำปักหมุดรอติดตามข้อมูลเพิ่มเติมกันได้เลย

อ่าน Zeekr Mix เพิ่มเติม คลิก

10. Xpeng X9 ราคาอย่างเป็นทางการ: 2,789,000 – 2,790,000 บาท

XPeng X9 ถือเป็นหนึ่งในโมเดลที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในประเทศบ้านเกิดนับตั้งแต่เปิดตัว โดยสามารถทุบสถิติยอดขายได้หลายรายการ และก้าวขึ้นมาเป็นรถยนต์ MPV ไฟฟ้า 100% ที่มียอดขายสูงสุดในปีแรกที่ออกจำหน่าย ล่าสุด ค่ายรถยนต์สัญชาติจีนรายนี้ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า เตรียมส่งยานยนต์อเนกประสงค์รุ่นนี้บุกตลาดประเทศอังกฤษอย่างแน่นอน

ไฮไลต์เด็ดที่กลายเป็นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนีไม่พ้น เบาะนั่งแบบ Zero-gravity (ซึ่งทางค่ายเคลมว่าให้ความรู้สึกนุ่มสบายเหมือนกำลังลอยอยู่ในอวกาศ), เครื่องคาราโอเกะในตัวที่มาพร้อมไมโครโฟนถึง 6 ตัว และหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาดใหญ่เต็มตาถึง 21.4 นิ้ว (ล้ำยุคจนไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่ม) ยิ่งไปกว่านั้น ตัวรถยังติดตั้งระบบอุ่นเบาะมาให้ครบครันทั้ง 3 แถวที่นั่ง, ประตูสไลด์ไฟฟ้าอัตโนมัติทั้งสองฝั่ง และหลังคาแก้วพาโนรามาที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศห้องโดยสารตอนหลังให้กลายเป็นเลานจ์ระดับหรูเคลื่อนที่

นอกจากนี้ ทาง Xpeng ยังระบุอีกว่า เมื่อทำการพับเบาะนั่งแถวที่สามลง พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถจะกว้างขวางขนาดที่สามารถใช้วางเตียงนอนขนาดดับเบิลเบด (Double Bed) หรือบรรทุกจักรยานสำหรับผู้ใหญ่ 5 คันในแนวตั้งได้อย่างสบายๆ จนแทบจะลืมรถบ้าน (Campervan) แบบเดิมๆ ไปได้เลย สำหรับระยะทางการขับขี่สามารถทำได้ไกลถึง 436 ไมล์ (ประมาณ 702 กิโลเมตร) หรือ 403 ไมล์ (ประมาณ 648 กิโลเมตร) ขึ้นอยู่กับขนาดความจุของแบตเตอรี่ที่คุณเลือกใช้งาน ระหว่างขนาด 94.8 kWh หรือ 105 kWh ตามลำดับครับ

อ่าน Xpeng X9 เพิ่มเติม คลิก

 

11. Denza D9 ราคาอย่างเป็นทางการ: 1,949,900 – 2,699,900 บาท

11 MPV

Denza แบรนด์ยนตรกรรมระดับพรีเมียมในเครือ BYD มีแผนการบุกตลาดสหราชอาณาจักรอย่างเต็มสูบในปีหน้า และหนึ่งในรถรุ่นแรกๆ ที่เตรียมลงสนามคือเจ้า D9 คันนี้ ซึ่งทางค่ายรถยักษ์ใหญ่จากจีนรายนี้ก็เพิ่งจะนำไปจอดโชว์ตัวอวดความหรูหราเรียกน้ำย่อยในงาน Goodwood Festival of Speed ไปเมื่อปีที่ผ่านมา

รถคันนี้พร้อมที่จะสร้างคำนิยามใหม่ให้กับคำว่า “รถ MPV ระดับลักชัวรี” เพราะมันเปรียบเสมือนโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่ส่วนตัว ด้วยการติดตั้งหน้าจอความบันเทิงเอาไว้บริเวณหลังเบาะนั่งคู่หน้าสำหรับผู้โดยสารแถวสอง พร้อมแผงควบคุมฟังก์ชันแยกอิสระบนพนักวางแขนของเบาะแต่ละฝั่ง ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณคอนโซลกลางระหว่างเบาะหน้ายังมีการติดตั้งตู้เย็นขนาดเล็กเพื่อแช่เครื่องดื่มให้เย็นฉ่ำตลอดการเดินทาง สิ่งเดียวที่ยังขาดไปในรถคันนี้เห็นทีจะมีแค่ป็อปคอร์นเท่านั้น
และที่พลาดไม่ได้คือ เบาะนั่งแบบ Captain Seats ในแถวสองที่สามารถปรับด้วยไฟฟ้าได้ละเอียดถึง 10 ทิศทาง พร้อมระบบอุ่นเบาะ, ระบบเป่าลมระบายอากาศ, ฟังก์ชันนวดตัวแบบกระจายจุดถึง 10 ตำแหน่ง และที่รองต้นขาขยายพับได้ งานนี้คงต้องขออวยพรให้พ่อบ้านโชคดีในการหว่านล้อมให้ลูกๆ ยอมก้าวขาลง

จากรถเมื่อถึงจุดหมาย ปิดท้ายด้วยเรื่องของสมรรถนะ โดยตัวรถเคลมระยะทางการขับขี่เอาไว้สูงสุดที่ 385 ไมล์ (หรือประมาณ 620 กิโลเมตร) ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ตระกูลดัง ‘Blade Battery’ ขนาดความจุ 103 kWh ครับ

อ่าน Denza D9 เพิ่มเติม คลิก

Source: Topgear

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts