More

    ลุ้นเปิดราคา! IONIQ 5 N อีวีสายดาร์กขับสี่ 650 ม้า โชว์ตัวที่ Motor Show

    หลังจากเปิดโชว์เงียบๆจนแฟนๆชาวไทยชื่นชอบ IONIQ 5 N ต่างเรียกร้องให้นำมาขายในไทยกันเสียทีหลังจากเปิดตัว IONIQ 5 เวอร์ชันปกติมาแล้ว

    Hyundai

    IONIQ 5 N นับเป็นรุ่นแรกในตระกูล N ที่ทำตลาดรถอีวีล้วนนำพื้นฐานของ IONIQ 5 สาดความแรงเพิ่มความโหดแต่ยังคงรักษ์โลกด้วยพลังอีวีเริ่มที่ภายนอกใส่ชุดแต่งรอบคันลิ้นสปอยเลอร์หน้า-หลังแบบมีครีบรีดอากาศสุดเท่ มีสปอยเลอร์หลังไซซ์ใหญ่กว่าเดิม

    ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาลายทูโทนขนาด 21 นิ้วพร้อมยางสปอร์ตแก้มเตี้ย Pirelli P Zero ขนาด 275/35R21 มอบให้จากโรงงาน พร้อมเอกลักษณ์แบบ Parametric Pixels Design ด้านหน้ารถออกแบบเป็นรูปตัว V กระจังหน้าทรงปิดทึบ ฝากระโปรงหน้าแบบ Clamshell Bonnet

    มือเปิดประตูด้านข้างแบบซ่อนเก็บได้ในตัวปลุกตำนานอันโด่งดังให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในวันนี้ด้วยไฟหน้า LED คู่รูปตัว U พร้อมโลโก้ Hyundai บนฝากระโปรงที่เปิดประตูซ่อนรูป ด้านท้ายแพรวพราวด้วยไฟท้าย LED กับ ตรา IONIQ 5

    ตัวรถเพิ่มมิติพอสมควรเพราะมีการติดตั้งชุดแต่งรอบคันไว้ทำให้ตัวรถยาวกว่าเดิม 80 มิลลิเมตร ปรับตัวรถเตี้ยลงกว่าเดิม 20 มิลลิเมตร และกว้างขึ้น 50 มิลลิเมตร เป็นความยาว 4,715 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,940 มิลลิเมตร ความสูง 1,585 มิลลิเมตร และฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร จากพื้นฐานแพลตฟอร์ม Hyundai E-GMP

    IONIQ 5 N

    ภายในพิเศษกว่าเดิมด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านออกแบบเฉพาะพร้อมโลโก้ N ปุ่มการทำงานฟังก์ชันต่างในรถออกแบบใหม่เน้นโทนความแรงของตระกูล N เพิ่มที่พักแขนบริเวณคอนโซลกลางพร้อมเบาะนั่งสไตล์สปอร์ตโอบกระชับเร้าใจในทุกความแรงพร้อมออปชันเดิมจาก IONIQ 5

    5 ที่นั่งด้วยพื้นที่บรรทุกของท้ายมากถึง 527 ลิตร และพับเบาะมีพื้นที่ขนของมากถึง 1,587 ลิตร ประดับด้วยไฟแบบ ambient lighting กระจายรอบทิศทาง พร้อมด้วยลำโพงที่ติดตั้งตรงที่พักแขน คอนโซลตรงกลางมีที่ชาร์จ USB และช่องเสียบปลั๊กไฟ ซึ่งสามารถเสียบปลั๊กต่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้าใช้ได้เลย ชุดเครื่องหนังใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งวัสดุจากการรีไซเคิลด้วย มาตรวัดดิจิทัล Integrated display ขนาด 12.3 นิ้ว แสดงข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอความบันเทิงขนาด 12.3 นิ้วอยู่ในชุดเดียวกับมาตรวัด

    Hyundaiแรงสะใจกับพลังอีวีมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าให้กำลัง 226 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลัง 383 แรงม้า โดยให้กำลังรวม 609 แรงม้า แรงบิด 740 นิวตันเมตร และเพิ่มพลังโหดเข้าไปถึง 650 แรงม้า แรงบิด 770 นิวตันเมตร ถ้าเปิดใช้โหมด N Grin Boost

    ส่งผลให้มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 3.4 วินาที ก่อนทะยานไปสู่ความเร็วสูงสุด 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมความจุแบตเตอรี่ 84 kWh ด้วยกำลังการชาร์จมากสุด 350 kW สามารถชาร์จเร็ว DC จาก 10-80% ในเวลา 18 นาที

    ความพิเศษของเอสยูวีทรงโหดคันนี้ออกแบบใหม่เพื่อรองรับการเดินทางที่รวดเร็วรวบรัดทั้งเพิ่มจุดเชื่อมรอบคันที่โครงสร้างกว่า 42 จุด และเสริมด้วยกาวเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความแข็งแรง มีระบบ N Pedal ควบคุมรถขณะเลี้ยวเพิ่มความไวของคันเร่งอันเดียวซึ่งจะทำงานคล้ายกับ One Pedal ระบบกระจายแรงบิด N Torque Distribution กระจายแรงบิดลงไปในล้อทั้งสี่แบบแปรผันที่ปรับได้ 11 ระดับ

    ปลุกอารมณ์ซิ่งขับขี่แบบรถขับหลังกับฟังก์ชัน N Drift Optimizer พร้อมฟังก์ชัน Torque Kick Drift ดิสก์เบรกสี่ล้อที่หน้าดิสก์ขนาดใหญ่ 400 มิลลิเมตร พร้อมคาลิปเปอร์ 4 ลูกสูบ และดิสก์หลังขนาด 360 มิลลิเมตร สร้างเสียงสังเคราะห์คล้ายกับเครื่องสันดาปเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด ด้วยฟังก์ชัน N e-shift พร้อมเสียงจุดระเบิดคล้ายกับเบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร และโหมด เสียง Evolution กับโหมดเสียง Supersonic เหมือนเสียงเครื่องบินรบกับฟังก์ชัน N Active Sound+ ติดตั้งลำโพง 8 จุดในตัวรถและนอกรถอีก 2 จุด

    IONIQ 5 N

    Hyundaiมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Hyundai SmartSense ไม่ว่าจะเป็น ระบบแปรผันความเร็วอัตโนมัติ Stop & Go Smart Cruise Control with Stop & Go Function (SCC w/ S&G) ช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Forward Collision Avoidance Assist (FCA) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Following Assist (LFA) ป้องกันการออกจากรถ ขณะมีรถแล่นจากด้านข้าง Safe Exit Assist (SEA)

    เตือนและควบคุมพวงมาลัยเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Collision-Avoidance Assist (BCA) ช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist (RCCA) และแสดงภาพรอบทิศทางอัจฉริยะ Surround View Monitor (SVM)

    โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์สร้างรูปลักษณ์ที่เพรียวบางเผสานความล้ำสมัยเข้ากับความคลาสสิกอย่างลงตัวและความโหดเกินพิกัด พบตัวจริง IONIQ 5 N ได้ที่งาน Bangkok Motor Show 2024 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายนนี้ และจับตาว่าทาง Hyundai จะเปิดราคาพร้อมขายในงานหรือไม่ต้องติดตาม

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts